ไลฟ์สไตล์

อย.ปรับฉลากอาหารสำเร็จรูป-เครื่องดื่มทุกชนิด

อย.ปรับฉลากอาหารสำเร็จรูป-เครื่องดื่มทุกชนิด

18 ม.ค. 2554

อย.เตรียมปรับฉลากอาหารสำเร็จรูป - เครื่องดื่มทุกประเภท เป็น GDA. บังคับใช้ปี 54 นี้ บอกปริมาณ หวาน มัน เค็ม และพลังงานตามขนาดบรรจุภัณฑ์ แถมชี้เป็นสัดส่วนร้อยละของสารอาหารที่ควรได้รับต่อวัน ช่วยผู้บริโภคจัดการกินอย่างเหมาะสม พร้อมเตรียมประชุมสมาคมผู้ประกอ

(18ม.ค.) นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ระหว่างการเตรียมออกประกาศ อย. เพื่อปรับปรุงการแสดงฉลากอาหารสำเร็จรูปทุกประเภท รวมทั้งน้ำดื่มทุกชนิด ที่เป็นการให้ข้อมูลโภชนาการแก่ผู้บริโภคในรูปแบบทอ่านง่ายและเข้าใจมากขึ้น จากเดิมที่เป็นการให้ข้อมูลโภชนาการที่เป็นรายละเอียดซับซ้อนและเข้าใจได้ยาก ผู้บริโภคต้องคิดคำนวณสารอาหารเองในการเลือกกินในแต่ละวัน แต่ข้อมูลในฉลากใหม่นี้จะเน้นที่การให้ข้อมูลสารอาหารที่บรรจุภายในผลิตภัณฑ์ เปรียบเทียบเป็นร้อยละความต้องการสารอาหารของร่างกายในแต่ละวัน ทำให้ผู้บริโภคคำนวณสารอาหารที่กินได้ง่ายขึ้น หรือที่เรียกว่า GDA. (Guidance Daily Amount) ทั้งนี้จะมีการดึงค่าสารอาหารสำคัญๆ ออกมาแสดง ได้แก่ พลังงาน น้ำตาล ไขมันอิ่มตัว และเกลือ ซึ่งการกำหนดฉลาดในรูปแบบใหม่นี้ จะเป็นข้อมูลที่นำไปสู่โครงการลดหวาน มัน เค็ม ช่วยผู้บริโภคป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ โดยเฉพาะโรคอ้วน
 
 นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำฉลาดอาหารในรูปแบบดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็มีอาหารบางประเภทที่ทำอยู่บ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นอาหารประเภทขนมกรุบกร็อบและกินเล่น โดย อย.ได้ริเริ่ม แต่เป็นเพียงแค่การขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ไม่ได้บังคับ แต่หลังจากนี้เราจะบังคับในอาหารทุกประเภทต้องมีฉลากนี้หมด ถือเป็นการยกระดับความรู้ในผลิตภัณฑ์อาหารบรรจุให้กับผู้บริโภคขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เพราะเป็นช่องทางการให้ข้อมูลอาหารเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเพื่อจัดระดับการบริโภคได้อย่างเหมาะสมในแต่ละวันหรือในแต่ละมื้อได้ สิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนย่อมทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มสนใจเรื่องสุขภาพและการป้องกันมากขึ้น และอาหารเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสุขภาพได้ วันนี้เราไม่ได้พูดถึงแค่หิวและอิ่มเท่านั้น แต่เรากำลังพูดถึงการกินอาหารที่พอเหมาะกับร่างกาย

 “เราจะปรับปรุงบางส่วนที่เพิ่มเติมจากฉลากโภชนาการ ซึ่งจากเดิมเป็นการกำหนดสารอาหารต่อ 1 หน่วยบริโภค เป็นสารอาหารตามจำนวนที่บรรจุแทน เนื่องจากปัจจุบันอาหารมีการบรรจุหลายขนาด และยิ่งนับวันบรรจุภัณฑ์จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่การให้ข้อมูลโภชนาการยังใช้หลักเกณฑ์การบริโภคต่อหน่วยอยู่ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า 1 หน่วยเท่ากับปริมาณที่บรรจุในซอง ทั้งที่ความเป็นจริง หากเป็นห่อขนาดใหญ่อาจอยู่ที่ 4 หน่วยบริโภค ทำให้เกิดการบริโภคเกิน” เลขาธิการ อย.

 นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า การออกประกาศนี้คงต้องใช้เวลา แต่เบื้องต้นได้พูดคุยกับตัวแทนบางส่วนของสมาคมผู้ผลิตอาหารแล้ว ซึ่งก็ได้เสียตอบรับที่ดี แต่หลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารทั้งหมดภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการเข้าคณะอนุกรรมการอาหาร และเปิดรับฟังความเห็นเพื่อปรับปรุงร่างประกาศ ก่อนเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามในประกาศต่อไป ซึ่งยืนยันว่าแล้วเสร็จในปี 2554 แน่นอน สำหรับฉลากอาหารในรูปแบบใหม่นี้ในต่างประเทศมีการจัดทำแล้ว เพียงแต่ของประเทศไทยพึ่งเริ่มจัดทำ และในอนาคตอาจมีการพัฒนารูปแบบฉลากโดยใส่เครื่องหมายสำหรับอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

 นอกจากนี้ นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการปรับเปลี่ยนฉลากนี้อาจทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในช่วงเริ่มต้น เช่น การลงทุนปรับเปลี่ยนฉลาก การจัดทำห้องแลปเพื่อคำนวณค่าสารอาหารทางวิชาการ แต่ในระยะยาวคงมีไม่มาก อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามีผู้ประกอบการบางส่วนไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงว่าฉลากดังกล่าวจะกระทบต่อการจำหน่ายของสินค้า แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับรูปแบบเพื่อให้เป็นไปตามกระแสการบริโภคที่คำนึงต่อสุขภาพมากขึ้น