
แนะทำแผนที่ค้นหาครูภูมิปัญญาไทย
สวธ.ห่วงภูมิปัญญาไทยสูญขึ้นทะเบียนแล้ว 50 รายการ เตรียมเสนอต่อยูเนสโกให้เป็นภูมิปัญญาของโลก ขณะที่ผู้คิดค้นสูตรอาหาร ผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน ไม่รู้เป็นใคร ด้านหมอประเวศ แนะ วธ. ทำแผนที่ค้นหาครูภูมิปัญญาไทย ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกันคนลืมของดีท้องถ
เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.) กล่าวถึงกรณีครูภูมิปัญญาไทยถูกลืมว่า ครูภูมิปัญญาไทย รวมถึงภูมิปัญญาไทยหลายเรื่องมีความน่าเป็นห่วงมาก ดังนั้น สวธ.ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ศิลปะการแสดง การแสดงพื้นบ้าน ไว้มากกว่า 350 เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องจะมีบันทึกเรื่องราวความเป็นมาของภูมิปัญญาไทย ว่ามีวิธีการอย่างไร มีรูปแบบอย่างไร สามารถทำให้เกิดประโยชน์อะไรกับชุมชน และสังคม เพราะหากไม่มีการรวบรวมภูมิปัญญาเหล่านี้เอาไว้ สิ่งเหล่านี้ก็จะถูกลืมไปพร้อมกับตัวครูภูมิปัญญาไทย
ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวอีกว่า สวธ.ยังได้รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ โดยเฉพาะภูมิปัญญาไทยที่กำลังจะสูญหาย ซึ่งสวธ.ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาติไว้แล้ว จำนวน 50 รายการ อาทิ ลิเก โขน โนรา ละครใน การสร้างปราสาทศพทางภาคเหนือ การทำกริชในภาคใต้ของไทย โดยภูมิปัญญาเหล่านี้เสี่ยงต่อการสูญหาย โดยเฉพาะละครใน การสร้างปราสาทศพภาคเหนือ การทำกริชในภาคใต้ ทุกวันนี้หาดูได้ยากและมีคนสืบทอดน้อย ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนในประเทศ เพื่อเตรียมนำมรดกภูมิปัญญาเหล่านี้ ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เสนอต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)
“สวธ.ได้ส่งเสริมให้ครูภูมิปัญญาไทยได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน โดยสนับสนุนงบประมาณต่างๆให้แก่ครูภูมิปัญญาไทย ในขณะเดียวกันยังได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นไว้แล้วหลายเรื่อง อาทิ โนรา หนังตะลุง การเล่นซอของภาคเหนืออย่างไรก็ตาม หากทางสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จะส่งเสริมหลักสูตรท้องถิ่นให้เด็กนักเรียนได้ศึกษาจะเป็นสิ่งที่ดีมาก นอกจากนี้ สวธ.กำลังตั้งคณะกรรมการ เพื่อดำเนินการรวบรวมภูมิปัญญาไทยทางด้านอาหารเพิ่มเติมด้วย เพราะภูมิปัญญาทางด้านนี้กำลังจะสูญหาย โดยเฉพาะผู้คิดค้นสูตรอาหาร เช่น ผัดกระเพรา แกงเขียวหวาน ผัดไทย ที่ปัจจุบันหาผู้คิดค้นไม่ได้แล้ว”อธิบดีกรมสวธ.กล่าว
นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า วธ.กำลังส่งเสริมให้แต่ละท้องถิ่นส่งเสริมการทำหลักสูตรท้องถิ่น รวมทั้งให้ความสำคัญของครูภูมิปัญญาไทย ซึ่งตนได้หารือกับศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส โดยท่านได้แนะนำว่า วธ.ควรจะทำแผนที่ครูภูมิปัญญาไทย เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพราะจะทำให้คนได้ไปท่องเที่ยวและไม่ลืมของดีของท้องถิ่น ที่สำคัญครูภูมิปัญญาก็จะมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น รวมทั้งได้ถ่ายทอดความรู้ไปในตัวด้วย อย่างไรก็ตาม วธ.จะเร่งศึกษาเรื่องครูภูมิปัญญาเหล่านี้ และจะส่งเสริมให้เกิดความต่อเนื่องมากที่สุด



