ไลฟ์สไตล์

อียูห้าม!ขาด
"มอร์ฟอลีน"
เคลือบผลไม้

อียูห้าม!ขาด "มอร์ฟอลีน" เคลือบผลไม้

19 ม.ค. 2554

อียูแจ้งเตือนการใช้สารมอร์ฟอลีนเคลือบผลไม้สดที่ส่งออก ชี้เป็นสารเจือปนอาหารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในผลไม้สดทั่วไป

 นายมนตรี กฤษณีไพบูลย์ รอง ผอ.สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า สำนักงานผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยรายงานว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ตรวจพบปัญหาการใช้สารมอร์ฟอลีน (Morpholine) ในผลไม้สดที่นำเข้าจากประเทศที่สาม โดยผู้ส่งออกมักใช้สารดังกล่าวเคลือบผลไม้สดให้มีความมันวาวเพื่อช่วยรักษาคุณภาพและน้ำหนักสินค้า แต่สารมอร์ฟอลีนเป็นสารเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในสหภาพยุโรป ดังนั้น ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกของไทยควรระมัดระวังในเรื่องนี้

 ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้มีมาตรการผ่อนปรนสำหรับสินค้าผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ สับปะรด มะม่วง มะละกอ และอะโวกาโด ที่ส่งออกก่อนวันที่ 15 ธันวาคม 2553 สามารถที่จะวางจำหน่ายในสหภาพยุโรปได้ต่อเมื่อผ่านการตรวจวิเคราะห์ว่ามีปริมาณสารมอร์ฟอลีนตกค้างในเนื้อผลไม้หรือส่วนที่บริโภคต่ำกว่าค่า Limit of Quantification (LOQ) ที่สหภาพยุโรปกำหนด ส่วนสินค้าผลไม้ที่ส่งออกหลังวันที่ 15 ธันวาคม 2553 สหภาพยุโรปจะอนุญาตให้นำเข้าได้ก็ต่อเมื่อผ่านการตรวจวิเคราะห์ว่ามีปริมาณสารมอร์ฟอลีนตกค้างในผลไม้ทั้งลูกรวมทั้งเปลือกน้อยกว่าค่า LOQ ที่กำหนด

 “สำหรับผลไม้อื่นนอกจาก 4 ชนิดดังกล่าว ห้ามใช้สารมอร์ฟอลีนผสมในแวกซ์ (wax) เคลือบผลไม้โดยเด็ดขาด หากอียูตรวจพบสินค้าอาจถูกปฏิเสธและห้ามนำเข้าหรือถูกตีกลับได้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงคัดบรรจุ ที่จะส่งออกผลไม้ควรศึกษากฎระเบียบ เงื่อนไขการนำเข้าให้ละเอียด และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาการปฏิเสธสินค้าซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกเกิดความเสียหายได้” รอง ผอ.มกอช.กล่าว