
เกษตรกรหัวใจอินทรีย์ "ประจิม ผลศิริ"
กว่า 30 ปีที่ ประจิม ผลศิริ เกษตรกรวัย 50 ปีเศษแห่งบ้านตะพง ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง จะประสบผลสำเร็จในฐานะเจ้าของสวนผลไม้ "ผลศิริ" บนพื้นที่ 30 ไร่เศษนั้น เขาประสบอุปสรรคมากมาย แต่ถึงที่สุดเขามองว่าวิถีชาวสวนแบบยึดทำเกษตรอินทรีย์เป็นทางออกที่ดี ทั้งแง่การลง
สวนผลไม้แห่งนี้ ประจิม บอกว่า เป็นมรดกตกทอดของพ่อแม่ที่ทิ้งไว้ให้เขาและน้องสาวให้ช่วยกันดูแล แต่ด้วยเป็นสวนเก่าแก่คู่พื้นถิ่น ที่การเพาะปลูกเป็นแบบชาวบ้าน ไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน วิธีการดูแลรักษาผลผลิต ซึ่งมีมังคุด ทุเรียน เงาะ และมะปรางนั้นใช้ปุ๋ยเคมีทั้งหมด
"ปัญหาเยอะมาก ยิ่งแต่ละปีราคาปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืชแพงขึ้น สวนทางราคาผลไม้ไม่ได้สูงตามไปด้วย บวกผลพวงการใช้สารเคมีนานๆ ทำให้เกิดปัญหาดินเสื่อม ที่เลี่ยงไม่ได้คือสุขภาพร่างกายทั้งของผมและคนอื่นๆ เริ่มมีปัญหาตามมา" ประจิม บอกถึงความจำเป็นต้องก้าวไปสู่วิถีทำสวนเกษตรอินทรีย์เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา
การหันหาคำตอบด้วยยึดระบบเกษตรอินทรีย์ ปฏิเสธปุ๋ยเคมี ให้ความสำคัญกับปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ตามคำแนะนำของผู้รู้นั้นประจิมยอมรับว่า ต้องใช้ความอดทน อดกลั้น รวมถึงการลองผิดลองถูกอยู่นานเป็นปีกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง พร้อมๆ กับปรับเปลี่ยนโฉมหน้าการทำสวนไม้ผลให้มีระบบ มีหลักเกณฑ์ อันส่งผลดีหลายด้าน ทั้งเงินลงทุนน้อยลง ผลผลิตมีคุณภาพ ที่สำคัญผู้บริโภคไม่ต้องรับพิษภัยจากสารเคมีตกค้าง
"ที่สวนตอนนี้ปลูกมังคุดเป็นหลัก มี 300 ต้น ทุเรียนชะนี หมอนทอง กระจิบ ราว 200 ต้น เงาะโรงเรียน 100 ต้น และมะปรางอีกราว 50 ต้น เราพยายามเปลี่ยนสถานะสวนอยู่ตลอดเวลาโดยยึดทำเกษตรอินทรีย์ จนเดี๋ยวนี้ลงตัวมากขึ้น" ประจิมบอกและฝากถึงผู้สนใจทำเกษตรอินทรีย์ที่ใช้ทุนน้อย ผลผลิตดี ให้โทรไปสอบถามเขาได้ที่ 08-10018490
ปัจจุบันสวน "ผลศิริ" เป็น 1 ใน 4 สวนผลไม้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้เปิดเป็นสวนเกษตรเพื่อการท่องเที่ยวขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตะพง
"ธานี กุลแพทย์ "



