ไลฟ์สไตล์

เป็นห่วงกล้ายาง

เป็นห่วงกล้ายาง

19 ม.ค. 2554

ตอนนี้ชัดเจนแล้วครับว่า โครงการปลูกยางพาราในที่แห่งใหม่ระยะที่ 3 เป้าหมายพื้นที่ 8 แสนไร่ ตาม พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางมาตรา 21 (ทวิ) จะดำเนินการภายในฤดูกาลผลิตปี 2554 นี้ และจะไปสิ้นสุดในปี 2556 ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตามมคิคณะรัฐมนตรี (ครม.) ม

  ที่จริงโครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วครับ คือ ครม.มีมติเห็นในหลักการ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 โดยเป้าพื้นที่ 8 แสนไร่ที่ว่านี้ แบ่งไปตามภาคต่างๆ คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5.5 แสนไร่ ภาคเหนือ 1.5 แสนไร่ และภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ 1.5 แสนไร่ โดยรัฐคือ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จะเป็นผู้ออกทุนให้ไร่ละ 3,500 บาท แต่ไม่เกิน 15 ไร่ สกย.จะต้องใช้งบทั้งสิ้น กว่า 3,900 ล้านบาท

 ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 ที่จะให้ดำเนินการทันทีเมื่อปีที่แล้วต้องชะลอก่อน เพราะมีอุปสรรคพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องเวลาที่กระชั้นชิด ปัญหาเรื่องของกล้ายางที่ผลิตไม่ทัน จึงเลื่อนใหม่

 ช่วงที่เลื่อนนั้น ทางคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ (กนย.) ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็พยายามครับ ที่จะผลักดันโครงการนี้ ด้วยการเพิ่มทุนจากไร่ละ 3,500 บาท เป็นไร่ละ 1.1 หมื่นบาท เท่ากับโครงการการทำสงเคราะห์สวนยาง คือ โค่นต้นยางเก่ามาปลูกใหม่ หรือที่เรียกว่า ทำยางสงเคราะห์ โดยให้เหตุผลว่า กลัวเกษตรกรจะไม่มีเงินดูแลช่วงยางอายุ 4-7 ปี เพราะโครงการนี้รัฐบาลดูแลให้ 3 ปีเท่านั้น

 ที่จริงเป็นเรื่องที่ดีครับ การให้เงินอุดหนุนเกษตรกรที่ยังไม่มีสวนยางมาก่อนมาปลูกยางใหม่ เพราะคนที่มีสวนยางอยู่แล้ว เวลาจะปลูกยางใหม่สามารถโค่นต้นยางขายได้ราคาอยู่แล้ว ไร่ละ 6-8 หมื่นบาท รัฐให้อีก 1.1 หมื่นบาท ก็ได้เยอะพอสมควร แต่คนที่ไม่มีอะไรเลยกลับได้ไร่ละ 3,500 บาท แต่ปัญหามีตรงที่ว่า จะเอางบประมาณก้อนโตมาจากไหน

 เอาละ ไหนๆ ก็ไหนแล้ว ตอนนี้ตกลงกันว่าจะใช้แบบเดิมคือ รัฐให้เงินส่งเสริมปลูกยางใหม่ 8 แสนไร่ ในอัตราไรละ 3,500 บาท แม้ทุกอย่างจบลงไปแล้ว แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงมากครับ โดยเฉพาะเรื่องกล้ายางพาราคุณภาพดีที่เกษตรกรจะนำไปปลูก เพราะช่างหายากเหลือเกิน

 ที่รัฐให้งบค่าต้นกล้ายางต้นละ 18 บาท อย่าพูดถึงเลยครับ อย่าว่าแต่กล้ายางเพาะชำถุง เพียงกล้ายางติดตาเขียวถอนรากขึ้นมาจากแปลง ทางภาคใต้ซึ่งเป็นแหล่งเพาะต้นกล้าขายกันต้น 25-35 บาท กล้ายางชำถุงต่ำสุดต้นละ 50-80 บาท
 
 ไม่ใช่แพงอย่างเดียวครับ หาไม่ได้ด้วย เพราะอย่าลืมว่า คนที่ไม่เข้าโครงการก็ปลูกเหมือนกัน เพราะยางพาราราคาแพง กก.ละกว่า 140 บาท ทำให้กล้ายางถูกจองไปหมดแล้ว ผู้ที่ร่วมโครงการนี้ปีแรก คือปีนี้ ต้องปลูก 2 แสนไร่ ต้องใช้ต้นกล้ารวมถึงซ่อมด้วยอย่างน้อย 18 ล้านต้นครับ

 ตอนนี้ยังมีเวลาอีก 5-7 เดือน ที่จะถึงฤดูกาลปลูก (มิถุนายน-สิงหาคม) ทางออกที่ดีต้องใช้วิธีประมูลครับ อาจเปิดโอกาสให้มากกว่า 1 รายก็ได้ เพราะจะได้ตัวเลขจำนวนต้นและราคาแน่นอน หากปล่อยให้เกษตรกรจัดหาซื้อเอง รับรองถูกเอาเปรียบด้านราคา และอาจได้พันธุ์ยางด้อยคุณภาพแน่นอนครับ


"ดลมนัส  กาเจ"