
ก้าวสู่ปีที่124"ศิริราช"รพ.แผ่นดิน-เป็นเลิศระดับสากล
"ปี 2554 โรงพยาบาลศิริราชจะก้าวสู่ปีที่ 124 อนาคตยังทำหน้าที่เป็นโรงพยาบาลของแผ่นดิน ไม่แสวงหากำไร รักษาคนไข้ทุกระดับ โดยให้บริการและมาตรฐานการรักษาเหมือนกัน อีกทั้งมุ่งสู่ความเป็นเลิศระดับสากล
ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การวิจัยและผลิตบัณฑิตแพทย์ โดยการจัดตั้งสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราชขึ้น" ศ.คลินิกนพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บอกถึงนโยบายในการพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ศ.คลินิกนพ.ธีรวัฒน์ เล่าถึงภารกิจของคณะแพทย์ศิริราชพยาบาลว่ามี 4 ภารกิจหลัก คือ ผลิตบัณฑิต การรักษาพยาบาล การวิจัยและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยปัจจุบันมีอาจารย์แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลและเจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้น 1.3 หมื่นคน ซึ่งงานด้าน "การให้บริการรักษาพยาบาล" นั้นนับแต่อดีตถึงปัจจุบันโรงพยาบาลศิริราชยังเป็น "โรงพยาบาลของแผ่นดิน" ให้บริการรักษาพยาบาลโดยไม่แสวงหากำไร รักษาประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
"แต่ละปีโรงพยาบาลศิริราชได้กำไรร้อยละ 10-12 ต่อปี แต่งบประมาณขาดดุลทุกปี และได้เงินบริจาคจากประชาชนและหน่วยงานต่างๆ มาทดแทน ซึ่งก็ได้นำมาใช้สร้างความเจริญก้าวหน้าด้านวิชาการทางการแพทย์ เพราะการจัดสรรงบประมาณจากรัฐต้องใช้ระยะเวลาเป็นปี ซึ่งช้าเกินไปสำหรับการสร้างความเจริญด้านวิชาการ ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้โรงพยาบาลศิริราชมีความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการคือ การหางบประมาณในรูปแบบของเงินบริจาคซึ่งทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่"
ศ.คลินิกนพ.ธีรวัฒน์ เล่าอีกว่านอกจากปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอแล้ว ยังมีปัญหาด้านอาคาร สถานที่ไม่พอให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วย เนื่องจากโรงพยาบาลศิริราชมีเตียงรองรับผู้ป่วยได้แค่ 2,200 เตียงซึ่งไม่เพียงพอ เพราะมีคนไข้แน่นอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมีผู้ป่วยนอกมาเข้ารับการรักษาวันละ 1 หมื่นคน รวมแล้วปีละ 3 ล้านคน ขณะเดียวกันคณะแพทย์ศิริราชมี "โครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์" จึงจัดตั้งสถาบันการแพทย์ขึ้นบริเวณพื้นที่สถานีรถไฟธนบุรีเดิมซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารและพื้นที่ต่างๆ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อสถาบันการแพทย์แห่งนี้ว่า "สถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช" และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานอาคารของสถาบันการแพทย์นี้ 2 อาคาร ได้แก่ "อาคารปิยมหาราชการุณย์" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานโรงพยาบาลศิริราช เป็นอาคารโรงพยาบาลมีขนาด 384 เตียง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป โรค/ภาวะฉุกเฉินและมีศูนย์ผ่าตัดเฉพาะทางที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
และ "อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550" เป็นอาคารค้นคว้าวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนำผลวิจัยระดับขั้นสุดยอดของศิริราชมาพัฒนาเน้นโรคที่รักษาได้ยากทุกโรคทุกสาขาวิชา เช่น โรคมะเร็ง สเต็มเซลล์ โรคเลือด นอกจากนี้ยังได้อนุรักษ์อาคารสถานีรถไฟธนบุรี 4 อาคารของการรถไฟเดิม และจัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์และการรถไฟ" โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มีพระมหากรุณาธิคุณดูแลการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์นี้ รวมทั้ง "สวนเฉลิมพระเกียรติ" ซึ่งเป็นสวนสมุนไพรและสวนสุขภาพและทางเดินท่าน้ำ ริมน้ำ
"สถาบันการแพทย์สยามินทราธิราชใช้งบประมาณก่อสร้าง 8,000 ล้านบาทจะต้องหางบเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ 5,000 ล้านบาทอีกทั้งเพิ่มแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อีกกว่า 1,000 คนคาดว่าช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ น่าจะเปิดให้บริการได้"
ศ.คลินิกนพ.ธีรวัฒน์ อธิบายต่อว่าปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล "ผลิตบัณฑิตแพทย์" ออกมาปีละ300 คน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางปีละกว่า 300 คน ตอนนี้ยังไม่มีนโยบายจะผลิตบัณฑิตแพทย์เพิ่ม เพราะต้องการให้มีคุณภาพ นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว สิ่งสำคัญยังมุ่งปลูกฝังให้นักศึกษาแพทย์มีคุณธรรม จริยธรรมและมุ่งสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ที่พระราชทานพระราชดำรัสว่า "จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนไข้เป็นที่หนึ่ง ประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ลาภ ยศ ความสุขจะมีแด่ท่านเอง โดยมิต้องไปแสวงหา"
"คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาจารย์ โดยอาจารย์ต้องจบปริญญาเอกหรือเทียบเท่าปริญญาเอกทุกคน แต่ละปีบรรจุอาจารย์ใหม่ทดแทนอาจารย์เกษียณปีละประมาณ 10 คน ก็ให้ไปเรียนต่อต่างประเทศด้านใดด้านหนึ่งอย่างน้อย 2 ปี หลังจากนั้นอาจารย์คนใดจะไปเรียนเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรียนปริญญาเอกต่อหรือดูงาน ทางคณะก็พร้อมสนับสนุน เมื่อกลับมาแล้ว จะได้มาช่วยพัฒนาการแพทย์ของชาติให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น" ศ.คลินิกนพ.ธีรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
ธรรมรัชกิจฉลอง/เรื่อง
ประชาสัมพันธ์รพ.ศิริราช/ภาพ



