ไลฟ์สไตล์

ปลัดแรงงานปัดโอนสิทธิ์รักษาพยาบาลประกันสังคมไปสปสช.

ปลัดแรงงานปัดโอนสิทธิ์รักษาพยาบาลประกันสังคมไปสปสช.

17 ม.ค. 2554

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่กระทรวงแรงงาน นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่มีหลายฝายเสนอให้โอนย้ายสิทธิ์การรักษาพยาบาลของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

ว่า ขณะนี้ยังคงไม่มีความคืบหน้าชัดเจนในเรื่องดังกล่าวว่าจะไปในทิศทางใด เพราะความแตกต่างของระบบการรักษาพยาบาลยังแตกต่างกันอยู่มาก สำหรับข้อวิจารณ์เรื่องมาตรฐานในการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะโรคร้ายแรงนั้น มีข้อร้องเรียนเข้ามาเป็นระยะเกี่ยวกับการไม่ยอมส่งตัวผู้ป่วยโรคร้ายแรงเข้ารักษาในโรงพบยาบาลที่มีความพร้อมกว่า และบางโรงพยาบาลก็ไม่รับการรักษา ขณะนี้จึงมีแนวทางในการที่จะแยกบัญชีโรคต่ายแรงออกจากเงินค่าเหมาจ่ายรายหัว โดยจะจ่ายเงินรายหัวเฉพาะผู้ป่วยนอก ขณะที่ผู้ป่วยในจะแยกจ่ายต่างหาก โดยมีการกำหนดมาตรฐานค่ารักษาตามแต่ละโรค

 “ต้องถามว่าหากจะนำผู้ประกันตนทั้งหมดไปอยู่ภายใต้สิทธิ์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น รัฐสามารถที่จะอุดหนุนเงินมากกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปีได้หรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมนั้นจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ซึ่งหมายความว่าเขาต้องการสิทธิที่ดีกว่า หากจะโอนย้ายสิทธิ์ทั้งหมดไปยัง สปสช.อาจทำให้เขารู้สึกว่าทำไมจึงได้สิทธิ์เท่าเทียมกับคนที่ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย โดยส่วนตัวคิดว่าควรจะทำให้ทุกคนอยู่ในระบบประกันสังคมมากกว่า เพราะมีทั้งการจ่ายเงินชดเชยกรณีได้รับบาดเจ็บ และการจ่ายบำนาญชราภาพ ซึ่งก็ใช้เงินไม่ต่างกันมากนัก” ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว

 สำหรับกรณีที่เครือข่ายแรงงานนอกระบบเรียกร้องให้เปลี่ยนจากการจ่ายบำเหน็จแก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เป็นการจ่ายบำนาญชราภาพแทนนั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของคนไทยมีมากขึ้น ทำให้คาดการณ์การจ่ายบำนาญเป็นไปได้ยากว่าจะต้องใช้เงินเท่าใด ยิ่งอายุเยอะก็ยิ่งเป็นภาระของกองทุน ซึ่งได้มีการหารือกันถึงแนวทางปฏิบัติแทนที่ผู้ประกันตนจะรับเงินบำเหน็จเป็นก้อนก็ให้รัฐเป็นผู้บริหารเงินดังกล่าวแทนโดยรัฐจะเป็นผู้ให้ออกดอกออกผลแล้วทยอยจ่ายรายเดือน การันตีระยะเวลาการจ่ายไว้ที่ 15 ปี วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มีเงินเพียงพอใช้จนกว่าจะเสียชีวิต

 ส่วนผู้ประกันตนที่มีมีอายุยืนยาวเกิน 15 ปีหลังเกษียรไปแล้วนั้นมีวิธีการจัดการ 2 รูปแบบคือ 1.ให้รัฐรับภาระในการดูแลแทน หรือ 2.ใช้วิธีถัวเฉลี่ยเงินจากผู้ประกันตนที่เสียชีวิตก่อนครบกำหนด 15 ปีมาดูแลผู้ที่มีอายุเกิน 15 ปีหลังเกษียรแทน อย่างไรก็ตามวิธีการดังกล่าวต้องขอมติจากสังคมในการยินยอมให้นำมาเฉลี่ยโดยไม่ต้องจ่ายคืนแก่ทายาทผู้ประกันตน

 ส่วนกรณีที่รัฐบาลประกาศนโยบายประชาวิวัฒน์ที่จะให้แรงงานนอกระบบจ่ายเงินเข้าสมทบเดือนละ 100 และ 250 บาทนั้น สำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องขอสนับสนุนด้านบุคลากรเพิ่ม เนื่องจากปัจจุบันเจ้าหน้าที่มีปริมาณงานจำนวนมากซึ่งต้องรับมือกับผู้ประกันตนที่มีกว่า 9 ล้านคน ซึ่งหากมีแรงงานนอกระบบเพิ่มเข้ามาอีกจะทำให้ปริมาณงานเพิ่มขึ้นอีกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์