ไลฟ์สไตล์

โลกใบนี้ดนตรีไทย - ว.น.ศ.ร้อยเอ็ด กับ ผ.อ.#11

โลกใบนี้ดนตรีไทย - ว.น.ศ.ร้อยเอ็ด กับ ผ.อ.#11

18 ม.ค. 2554

ในสมัยที่ผมยังรับราชการครู ความรู้สึกของผมสัมผัสได้เลยว่าบรรยากาศภายในโรงเรียนนั้นมันขึ้นอยู่กับตัวผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งถือว่าเป็นนายใหญ่ของสถานศึกษานั้นๆ โดยแต่ละท่านก็จะมีการปกครองที่แตกต่างกันไปตามนิสัยใจคอของท่านนั้นๆ โดยตัวผมเองเคยสัมผัสกับผู้อำนว

 แต่สำหรับ ท่านผู้อำนวยการจิรพจน์ จึงบรรเจิดศักดิ์ พื้นเดิมของท่านเป็นนักดนตรีสากลโดยมีเชลโลเป็นเครื่องดนตรีที่ถนัดที่สุด เพราะเล่นมาตั้งแต่ชั้นประถมจนจบระดับชั้นอุดมศึกษา เรียกว่าคลุกคลีอยู่กับเครื่องดนตรีมาตลอดชีวิต และส่วนใหญ่คนที่มีจิตวิญญาณเป็นนักดนตรีก็จะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและจะมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ

 ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ผอ.จิรพจน์ จะเป็นคนที่มีความคิดกว้างไกลรักความก้าวหน้า โดยท่านได้กล่าวเพิ่มเติมกับผมว่า หลังจากที่มารับตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2550 ก็ต้องหยุดเรื่องธุรกิจการค้าขายต่างๆ ทั้งหมด คงเหลือไว้แค่กิจการหอพักเพียงอย่างเดียว เนื่องจากภาระและหน้าที่การงานมันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมการแสดงของนักเรียนนั้นจะเน้นเป็นพิเศษ

 โดยนำนักเรียนของวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด ไปแสดงในงานต่างๆ อย่างมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตัวผมเองก็ยังเคยไปพบกับวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด เมื่อครั้งไปแสดงที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา ซึ่งในตอนแรกผมเองก็คิดว่าวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ดคงจะเก่งในเรื่องของดนตรีและการแสดงพื้นเมืองภาคอีสาน แต่พอได้ชมการแสดงในรูปแบบของภาคกลาง ก็ต้องยอมรับว่าเด็กๆ ของวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด แสดงได้ไม่แตกต่างกับวิทยาลัยนาฏศิลปในภาคกลาง

 หลังจากที่ ท่านผู้อำนวยการจีรพจน์ จึงบรรเจิดศักดิ์ มารับตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด เมื่อกลางปีที่แล้วก็ประเดิมผลงานที่สวยหรูและยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการประกวดดนตรีร่วมสมัย พร้อมเงินรางวัลชนะเลิศ 2 แสนบาท เมื่อช่วงลอยกระทงที่ผ่านมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
 ซึ่งการประกวดในครั้งนี้ วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ดชนะเลิศได้ก็เพราะว่าส่วนหนึ่งมีการเตรียมตัวที่ดี เช่น นำวงมาฝึกซ้อมที่ วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี ซึ่งอยู่ใกล้ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งทำให้นักดนตรีและนักแสดงไม่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง และปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสภาพอากาศของภาคกลาง ดังนั้นเมื่อประสบความสำเร็จจากการประกวดเวทีระดับชาติแล้ว ท่าน ผอ.จีรพจน์ ก็เลยฝากขอบคุณ ท่านผู้อำนวยการ รวมถึง ครูอาจารย์ ที่วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี และร้อยเอ็ดทุกๆ ท่าน ผ่านมาทางคอลัมน์ของผมด้วย และที่ขาดไม่ได้ก็คือ อ.นคร วงศ์ชัยวิริยะกุล และ อ.ณุชากร เกชณียาบุตร ที่เปรียบเป็นมือซ้ายและมือขวา มาช่วยกันหยิบถ้วยพระราชทานมาประดับเอาไว้ที่วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด

 ในช่วงนี้วิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด มีโครงการดีๆ จากผู้อำนวยการหนุ่มไฟแรงอีกหลายโครงการ เช่น การส่งนักเรียนไปฝึกการแสดงในช่วงปิดเทอมตามสถานที่ต่างๆ ที่เปิดการแสดงทุกวัน เช่น สวนนงนุช ที่พัทยา และภูเก็ตแฟนตาซี ซึ่งก็จะมีเบี้ยเลี้ยงและที่พักพร้อมอาหารอีกต่างหาก และถ้านักเรียนคนไหนมีฝีมือเข้าขั้น หลังจากเรียนจบแล้วก็จะได้ทำงานประจำอยู่ที่นั่น และนอกจากนี้กำลังเปิดการเรียนการสอนวิชาดนตรีจีนกับภาษาจีน ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง

 ทั้งหมดนี้คือผู้อำนวยการคนที่ 11 ของวิทยาลัยนาฏศิลปร้อยเอ็ด ซึ่งผมคิดว่าถ้าท่าน ผอ.จิรพจน์ จึงบรรเจิดศักดิ์ ไม่หมดไฟเสียก่อน อีกไม่กี่ปีท่านคงจะได้ย้ายมารับตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปส่วนกลางอย่างแน่นอน ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกันครับ…

"ขุนอิน"