
รถเหม็น
ต้องขออนุญาตที่เอาคำถามจากเว็บบอร์ดมาตอบ(หากิน)กันอีกครั้งและคงจะหลายๆ ครั้งถ้ามีคำถามที่น่าสนใจที่จะเอามาแสดงความเห็นในวงกว้าง ก็ขอบอกได้เลยครับว่าท่านที่สนใจอยากรู้เรื่องรถทุกอย่างเกี่ยวกับรถฟังได้จาก
เอฟเอ็ม 90.5 ตั้งแต่จันทร์-ศุกร์เวลา 13.00-14.00 น.ในรายการ Auto service หรือถ้าฟังไม่ทันจับความไม่ชัดก็ไปเปิดฟังย้อนหลังได้ที่ www.nationradio.co.th ที่นี่นอกจากจะฟังย้อนหลังได้แล้วยังตั้งคำถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์มีคำตอบครับ นอกจากสื่อพิมพ์ใน คมชัดลึก ทุกวันอาทิตย์แล้ว ในกรุงเทพธุรกิจ ทุกวันจันทร์ยังเต็มไปด้วยเรื่องควรรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ที่หัวหน้าข่าวยานยนต์ที่เขี้ยวลากดินคัดกรอง คั้นแล้วคั้นอีกจนเหลือแต่หัวกะทิล้วนๆ มาให้อ่านกัน
ผมขึ้นหัวเรื่องไว้เรื่องรถเหม็นก็มาจากกระทู้ในเว็บบอร์ดถาม ว่าจะแก้ปัญหากับกลิ่นเหม็นจากสารระเหยที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตชิ้นส่วน เรื่องกลิ่นเหม็นในรถใหม่เงียบหายไปพักหนึ่งโดยเฉพาะในช่วงที่รถขายไม่ดี และตอนนี้ก็เริ่มมีรถเหม็นเมาแล้วด้วยว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่รถขายดีและมักจะเกิดขึ้นกับยี่ห้อที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
จริงๆ แล้วเรื่องรถมี กลิ่นจากสารระเหย นั้นบ้านอื่นเมืองอื่นเขาควบคุมกันถึงขั้นที่เรียกว่าเป็น Green Cars กันแล้วในความหมายก็คือจะต้องไม่สารระเหยที่เป็นพิษเป็นภัยต่อผู้โดยสาร วัสดุที่ใช้ต้องไม่หลงเหลือสารระเหย วัสดุที่ใช้เมื่อเกิดการลุกไหม้แล้ว (จากอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้) จะต้องไม่เกิด ไอพิษ ควันพิษ จนเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารและสิ่งแวดล้อม และผมไม่แน่ใจว่าสาระเหยเหม็นจนแสบตาคนในรถนั้น บ้านนี้มีกฎมีเกณฑ์จากผู้สร้างกฎผู้ควบคุมกฎที่ห้ามไว้บ้างหรือไม่ (ก็คงจะเหมือนกับรถตู้ถูกชนจนคนโดยสารกระเด็นออกมาตายนอกรถเจ็ดแปดคนนั้นไม่มีใครสักคนไปถาม ผู้ผลิต ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้ผลิตเองก็ไม่พูดสักแอะว่าเป็นเพราะอะไร นี่ถ้าเกิดขึ้นบ้านอื่นเมืองอื่นเขาฟ้องกันแทบจะถอดหลังคา โรงงาน มาขายจ่ายค่าเสียหายกันแล้ว)
สารระเหยในรถมีกันทุกคันแหละครับที่ดูเหมือนมีมากก็จากรถที่ขายมากและเกิดจากขบวนการผลิตแบบเร่งด่วนที่เขาเรียกกันว่า Just in Time
ผู้ผลิตรถยนต์ต้องการชิ้นส่วนใดก็ว่าจ้างไปยังผู้ผลิตรายย่อยหรือผู้ผลิตชิ้นส่วน ว่าต้องการกี่ชิ้นในเวลาใด จะไม่มีการสั่งมาสต็อกในโรงงานเด็ดขาดวันนี้ใช้กี่ชิ้นก็สั่งเท่านั้น ฝ่ายผู้ผลิตก็ไม่ต้องการสต็อกชิ้นส่วนรอส่งมอบสั่งมาเท่าใดก็ส่งเท่านั้น ทำเสร็จส่งเลยเพราะไม่ต้องการมีภาระกับเรื่องของสต็อกที่มีทั้งค่าจ้างแรงงานค่าสถานที่เก็บของ
ออกจากเตาก็ส่งถึงโต๊ะทันที ต่างจากแต่ก่อนผลิตเตรียมไว้แล้วเข้าสต็อก สารระเหยที่มีก็ระเหยออกไปกว่าครึ่งค่อนแล้วก่อนส่งมอบ เราท่านคุณผมคงจะไปแก้ไขอะไรไม่ได้เรื่องนี้หวังพึ่งภาครัฐท่านก็กลัวว่าจู้จี้จุกจิกเขา(ผู้ผลิต)มากไปเดี๋ยวเขาขู่ว่าจะ ย้ายฐาน การผลิตตัวเลขการขายก็จะหายไป
ทางแก้ไขก็คือต้องหาซื้อ น้ำยาขจัดกลิ่น ที่ต้องพิถีพิถันในการเลือกซื้อมาใช้ เพราะอาจจะไปได้เอาสารมีกลิ่นหอมมากลบกลิ่นเหม็นที่อุดมด้วยสารระเหย ได้มาแล้วก็ฉีดทิ้งไว้สักแป๊บหนึ่งก่อนขึ้นรถตอนเช้า
ตกเย็นเข้าบ้านดับเครื่องแล้วก็ฉีกอีกสักครั้งไม่นานนักกลิ่นก็จะหมดไป ในช่วงที่หาน้ำยาขจัดกลิ่นไม่ได้ ผมใช้วิธีแง้มกระจกหน้าต่างรถทั้งสี่บานเอาไว้สักนิดหนึ่งเมื่อจอดรถไม่ว่าจะที่ไหนนานแค่ใด เพื่อให้สาร(กลิ่น)ไม่พึงประสงค์นั้นระเหยออกไปบ้างทางบานหน้าต่าง ก็ช่วยได้บ้างแม้ไม่ทั้งหมด ถ้าท่านใดอยากได้รถใหม่ป้ายแดงแต่กลัวสารพวกนี้มีทางเลือกอีกทางก็คือหาซื้อรถที่ขายไม่ดีหรือรถค้างสต็อก เชื่อว่าจะไม่ได้รถที่แถมกลิ่นเหม็นมาให้แน่นอนครับ



