
ไฮบริดระหัสCประหยัดกว่า
หลังจากปูฐานแนวคิดรถลูกผสมมายาวนานถือว่าโตโยต้าสามารถสร้างการรับรู้มาใหม่ในตลาดเกิดใหม่อย่างในไทย "ไฮบริด" ของโตโยต้าดูจะได้รับการยอมรับกว่าของคู่แข่งในย่านนี้ ซึ่งไม่ต้องแปลกใจด้วยแผนการสร้างอย่างเป็นระบบจะเห็นได้ว่าเมืองไทย
เริ่มมีรถไฮเทคอย่างพรีอุส ไฮบริด ให้เห็นกันมากขึ้นบนท้องถนนสมกับเป็นแหล่งผลิตไฮบริด 1 ในสามแหล่งเท่านั้นที่โตโยต้าเลือกตั้งโรงงานและก็มีแนวโน้มว่าอนาคต ฐานการผลิตไฮบริดรุ่นใหม่ก็จะดำเนินการที่บ้านเราและเป็นไปได้ในระยะยาวว่า โรงงานแบตเตอรี่ไฮบริด ก็อาจจะทยอยเข้ามาผลิต เพราะว่าสิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาระยะยาวคือการที่ต้องส่งแบตเตอรี่กลับไปทำลายที่ญี่ปุ่นหลังจากที่มันหมดอายุแล้วซึ่งการทำลายคือการส่งกลับไปที่โรงงานและผ่านขึ้นตอนต่างๆ หากโรงงานอยู่ในเมืองไทยจะช่วยให้ลดต้นทุนเรื่องนี้ได้เมื่อต้องมีปริมาณแบตส่งกลับไปทำลายมากๆ
ในต่างประเทศที่งานดีทรอยต์ ออโต้ โชว์ งานโชว์งานแรกของปี โตโยต้า มอเตอร์ ได้เวลาขยายไลน์ผลิตภัณฑ์รับกับความต้องการรถประหยัดน้ำมันมากขึ้น โดยแนะนำไฮบริดระหัส วี (Prius V) ซึ่งเป็นรถมินิแวนที่ยังคงใช้เทคโนโลยีและส่วนประกอบหลักของพรีอุส ที่ได้เพิ่มมาคือ พื้นที่การใช้งานตามแบบฉบับของรถแวกอน ซึ่งไม่ฮือฮานักแต่บนเวทีเดียวกัน มีเรื่องที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ รถ ไฮบริด ขนาดเล็กเปิดตัวขึ้นแล้ว โตโยต้า แนะนำไฮบริด คอมแพ็กใหม่ ภายใต้ระหัสพรีอุส ซี คอนเซ็ปต์ ( Prius C Concept ) ในเวลาเดียวกัน
ระหัส C ของชื่อรุ่นนั้นย่อมาจากคำว่า “City” ซึ่งโตโยต้าได้ออกแบบรถให้มีความโฉบเฉี่ยวสำหรับเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ และครอบครัวใหม่วัยหนุ่มสาวที่ต้องการรถที่ประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและขับขี่สนุก
โตโยต้ามีจะเริ่มจำหน่ายพรีอุส ซี ในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า โดยเวอร์ชั่นผลิตเพื่อจำหน่ายจะมีขนาดเล็กกว่าที่เห็นอยู่นี้เล็กน้อย แน่นอนว่าราคาของไฮบริด ซี รุ่นนี้ ต้องอยู่ในระดับที่กลุ่มเป้าหมายจะหาซื้อได้หมายถึงน่าจะไม่แพงมากนักสำหรับคนหนุ่มสาว
ที่สำคัญ พรีอุส ซี คอนเซ็ปต์ใหม่ จะประหยัดน้ำมันมากกว่า รุ่นมาตรฐานก่อนหน้า โดยถือว่าเป็นรถไฮบริด (ที่ไม่ใช่ Plug-In Hybrid) ที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยที่สุด (ประหยัดน้ำมันมากที่สุด)เ มื่อเทียบกับรถไฮบริดในท้องตลาด
สำหรับทิศทางรถไฮบริด ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่ไฮบริดจะถูกบรรทุกลงไปในรถที่มีตัวถังเล็กลงไปอีก จากเดิมที่ทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีพื้นที่เพียงพอในการรองรับระบบ ถ่ายทอดกำลังที่ต้องมีทั้งแบตเตอรี่แพ็กใหญ่ และเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นจากการเสริมมอเตอร์ขับเคลื่อนเข้าไป แต่หลังจากที่แบตเตอรี่ได้มีการพัฒนาทำให้ยูนิตสำคัญนี้มีขนาดเล็กลงน้ำหนักเล็กลงการใช้งานได้ยาวนานทนทานขึ้น รถไฮบริดใหม่ๆ จึงสามารถพัฒนาขนาดตัวถังให้เล็กลงได้มาก



