
มือสมัครเล่น"มมส"-สู่มืออาชีพสารคดียอดเยี่ยมส่งเสริมสิทธิเด็ก
การทำงานของเราจะทำต่อเนื่องทุกปี อาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปบ้าง อย่างเช่น ปีนี้พิเศษหน่อยมีน้องๆ ประถมศึกษาเข้าร่วมด้วย การจัดงานทุกครั้งเราไม่เน้นการแข่งขัน แต่จะเน้นว่าให้เด็กนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในทางปฏิบัติได้จริงคือ ไม่ละเมิดสิทธิของเด็ก ชวรงค์ ลิมป์ปัทม
สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยมี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทยให้การสนับสนุน จัดการประกวดข่าวและสารคดีเชิงข่าวส่งเสริมสิทธิเด็ก เมื่อถึงปลายปีสามารถส่งผลงานเข้าประกวด และจัดพิธีมอบรางวัลขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนสนใจในการอ่านสร้างทักษะในการจัดทำหนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิเด็กกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน สามารถส่งผลงานเข้าประกวดแบ่งได้ 3 ประเภทคือ สื่อมวลชน นักศึกษา นักเรียน มีเพียง 3 รางวัล คือ ยอดเยี่ยม 1 รางวัล และชมเชย 2 รางวัล
“อีกหนึ่งหน้าที่ของเราคือการจัดการอบรม-สัมมนาเชิงปฏิบัติการ การทำข่าวเฉพาะด้าน โดยนักข่าวมืออาชีพจะอบรมให้แก่น้องๆ ในระดับมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจะอบรมให้น้องระดับประถม เราทำงานอย่างนี้มา 5 ปี เพื่อให้เด็กนำความรู้ที่ได้จากการอบรมไปผลิตผลงานออกมานำเสนอความคิด สะท้อน และควรถ่ายทอดผลงานออกมาอย่างไรไม่ให้ละเมิดสิทธิเด็ก” ชวรงค์ กล่าว
นภสร ไชยคำภา หรือ น้องปลา นิสิตสาขาวิชาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในครั้งนี้เล่าว่า ผลงานที่ส่งเข้าประกวดชื่อว่า “เมื่อสนามเด็กเล่นเป็นสนามม้า” จากหนังสือพิมพ์สื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติสาขาวิชาการสื่อสารมวลชน ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทนักศึกษา
นอกจากนั้นยังมีรางวัลชมเชย 2 รางวัล คือ "ปัญหาตำตา สะเทือนชีวิตของเด็กแว่น” จากหนังสือพิมพ์อุดรโพสต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และ “Talent กับกิจกรรมปิดทองหลังพระของกลุ่มเด็ก” จากหนังสือพิมพ์ลานมะพร้าว มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมดจาก 9 มหาวิทยาลัย รวม 16 ชิ้นงาน
น้องปลา เล่าอีกว่า การจัดงานให้โอกาสคนทำงานข่าว ได้มีพื้นที่ที่บอกให้รู้ว่าสื่อที่ทำข่าวเพื่อสังคมก็ยังมีอยู่ การทำงานชิ้นนี้มีอุปสรรคในเรื่องของเวลาที่บีบบังคับ มีเวลาเพียงครึ่งวันในการเก็บข้อมูล ต้องแบ่งหน้าที่กันให้ดีก่อนว่าจะทำอะไรก่อนหลัง อาจารย์ใส่พื้นฐานให้ แล้วให้รู้จักต่อยอดเอง เห็นการทำงานและอุปสรรคด้วยตัวเองมากกว่า
“ไม่ได้หวังว่าจะได้รับรางวัล ขอแค่ว่าทำงานออกมาให้ดีที่สุด เวลาเขียนงานออกมาแล้วคนอ่านได้รับอะไรจากงาน ไม่ได้คิดว่าการได้รับรางวัลครั้งนี้ดีที่สุด หรือพอแล้ว รางวัลมันแค่บันไดก้าวหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว” น้องปลากล่าวอย่างมุ่งมั่น
อาจารย์มัทนา เจริญวงศ์ หรือ คุณครูหนู อาจารย์ที่ปรึกษา เล่าว่า การสอนไม่ได้อยู่ที่การให้มีความรู้อย่างเดียว แต่พยายามปลูกฝังให้เกิดความรักในอาชีพ และอยากเป็นนักสื่อสารมวลชนที่ดีผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น พาไปทำงานร่วมกับองค์กรแอลพีเอ็นซึ่งทำงานช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวที่สมุทรสาคร พบว่า ทำให้เด็กมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป มองคนที่แตกต่างกับตัวเองด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสินใครด้วยทัศนคติของคนส่วนใหญ่ในสังคม เกิดจิตสำนึกที่อยากจะช่วยเหลือ โดยใช้สื่อมวลชนเป็นช่องทาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับนักสื่อสารมวลชน แต่ให้เรียนรู้ด้วยตนเองไม่ได้สอนตรงๆ ในห้องเรียน
“นิสิตต้องคิด และเขียนงานเป็น ถ้าเจอทางตันก็มาช่วยกันคิดเพื่อหาคำตอบ ซึ่งเวลาเด็กเขียนสารคดี บางทีจะตกลงกันไม่ได้ว่าจะเล่าเรื่องนี้โดยชูประเด็นไหนดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเด็กต้องเปลี่ยนตามความเห็นอาจารย์ หัวใจของการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาคือการฟัง และช่วยให้เด็กเกิดอาการตกผลึกทำงานต่อไป และส่งงานเข้าประกวด ทำให้นิสิตตระหนักในพลังของตัวเอง ทำให้สิทธิเข้มแข็ง" คุณครูหนูกล่าว สนใจสอบถาม 0-2241-3905, 0-2241-3906 หรือ http://www.isra.or.th
0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0



