ไลฟ์สไตล์

การเมือง หน้า 1-e5

การเมือง หน้า 1-e5

11 ธ.ค. 2551

การเมือง หน้า 1-e5 ปชป.เดินแผนจับมือ "ชาติไทย-มัชฌิมา-ก๊วนเนวิน" ดัน "ชวน" นายกฯ สลายขั้วการเมืองเดิม โหวตเลือกนายกฯ สะดุด หลัง ครม.นัดพิเศษมีมติถอนร่าง พ.ร.ฎ.เปิดสภา 8-9 ธ.ค.แล้ว ประธาน กกต.ผนึกอดีตตุลาการศาล รธน.ชี้ "ชวรัตน์-ชัย" สิ้นสภาพตาม พปช.ไม่ควรเสี่ยงทำหน้าที่ต่อ แกนนำเพื่อไทยหัก "เจ๊แดง" เมินยกโควตานายกฯ ให้พรรคร่วม การเดินเกมจับขั้วรัฐบาลยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและจากฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ได้มอบหมายให้ ส.ส.และแกนนำพรรค แบ่งทีมงานเดินสายล็อบบี้ ส.ส.จากพรรคต่างๆ ให้เข้ามาร่วมทำงานกับพรรค หลังจากที่นายสุเทพต่อสายถึงนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน นายบรรหาร ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทย และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จากพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยแกนนำทั้ง 3 พรรค ต่างยื่นเงื่อนไขว่า ต้องเสนอชื่อ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แต่นายสุเทพปฏิเสธเงื่อนไขดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ ชูนายอภิสิทธิ์เป็นจุดขาย นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นนายชวนประกาศไม่รับเงื่อนไขนี้ เพราะจะเท่ากับเป็นการฆ่านายอภิสิทธิ์ทางการเมืองทันที แต่เชื่อว่าท้ายที่สุด นายชวนน่าจะยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล "นายกฯ สมัยนี้ ต้องนั่งควบกลาโหม ถ้าคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ จะคุมทหารได้หรือเปล่า ขณะที่คุณชวนเคยผ่านจุดนี้มาแล้ว และทำได้ดีจนกองทัพยอมรับ และอีกเหตุผลหนึ่ง คือทั้งคุณบรรหาร และคุณสมศักดิ์ ยังติดใจที่สาเหตุจากการยุบพรรค มาจากการเล่นเกมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคุณอภิสิทธิ์อยู่เบื้องหลัง" แกนนำจากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้แบ่งการทำงานเป็น 3 ระดับ คือระดับ ส.ส.ที่มีความสัมพันธ์สนิทสนมเป็นการส่วนตัว ที่เคยทำงานในชั้นคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ในสภาผู้แทนราษฎร โดยมอบหมายให้ ส.ส.ไปหารือเป็นรายบุคคล 2.ระดับกลุ่ม ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าแต่ละกลุ่มภายในพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี หากได้รับทราบแนวทางของพรรคและจุดยืนจะได้เข้าใจมากขึ้น และ 3.ระดับพรรคการเมือง โดยเป็นหน้าที่หลักของนายสุเทพ ในการเดินสาย โดยทั้งหมดจะมารายงานความคืบหน้าในการประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ก่อนที่จะสรุปผลการเจรจา เด็ก มฌ. ประเดิมซบ ปชป.คนแรก นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ต้อนรับ พร้อมทั้งสวมเสื้อแจ็กเก็ตพรรคประชาธิปัตย์สีชมพูให้ด้วย จากนั้นนายเกียรติกรเปิดเผยว่า การที่มาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร แต่มาตามนโยบายของพรรค และชอบการทำงาน จึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะทำงานในช่วงวิกฤติเพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติ ส่วนที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์เสนอเงิน 40 ล้านบาทเพื่อแลกกับการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองนั้น ขอยืนยันว่า ไม่มี วันเดียวกันนี้ นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคชาติไทย ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและอดีตที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ได้เดินทางมาพบและหารือกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ถึงการเตรียมย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากหารือนาน 30 นาที นายอัศวินปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่มีรายงานว่า พล.ต.สนั่น ส่งนายอัศวินมาเจรจาเข้าร่วมในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ โดยพรรคได้มอบหมายให้นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พร้อมด้วย ส.ส.ในสังกัดอดีตบ้านสนามบินน้ำ ไปดำเนินการทาบทาม พล.ต.สนั่นให้กลับเข้ามาทำงานร่วมกับพรรคครั้งนี้ เพื่อดึงนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เข้ามาจับมือกันตั้งรัฐบาลอีกครั้ง โดยมีการวิเคราะห์ภายในพรรคว่าหากดึง พล.ต.สนั่น และพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาเข้ามาร่วมรัฐบาลได้เป็นผลสำเร็จ พรรคการเมืองอื่นๆ จะตามเข้ามาในที่สุด "ชัย" ชี้โหวตเลือกนายกฯส่อวืด นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี จากคดียุบพรรคพลังประชาชน ว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกฯ คนใหม่ได้ในวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้หรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญลงมา ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนเลือกนายกฯ ควรให้มีการตีความเรื่องสถานภาพ ส.ส.สัดส่วน ออกมาให้ชัดเจนก่อนหรือไม่ นายชัยกล่าวว่า ก็ดีเหมือนกัน โดยประธานวุฒิสภาก็ต้องดำเนินการตามที่มี ส.ว.ยื่นเรื่องมา โดยส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน และเมื่อส่งเรื่องไปก็ต้องเลื่อนการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป ส่วนที่ระหว่างยังไม่มีความชัดเจน นายชัยซึ่งเป็น ส.ส.สัดส่วนด้วยเช่นกัน ควรจะหยุดทำหน้าที่ประธานสภาหรือไม่ และการที่สถานะประธานสภายังไม่ชัดเจน หากมีการโหวตเลือกนายกฯ จะเป็นความเสี่ยงต่อนายกฯ คนใหม่หรือไม่ นายชัยกล่าวว่า เขายังไม่ได้ไล่ออก ตนก็ทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อเลือกตั้งมาแล้ว เราก็ทำหน้าที่ ส.ส. "เมื่อยังไม่มีความผิด ยังไม่ตาย และยังไม่ลาออก ยังไม่ถูกจำคุก ยังไม่มีเรื่องที่ทำให้สภาเสียหาย ก็ยังไม่มีเรื่องอะไร ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วนถือว่ายากกว่า ส.ส.เขต เนื่องจาก ส.ส.สัดส่วน มีพื้นที่เลือกตั้งถึง 8 จังหวัด และถ้าไม่หาเสียงเอาแต่ชื่อพรรค ก็ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ถ้าศาลสั่งมาอย่างใด ผมก็พร้อมปฏิบัติตาม" นายชัยกล่าว และว่า การปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย จะไม่มีความเสี่ยงต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี อย่าไปตีความแบบศรีธนญชัย บ้านเมืองจะวุ่นวาย นายชัยยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ว่า "โอ๊ย วาสนาจะถึงรึ ตอนนี้ไม่มีใครทาบทามมา มีแต่หนังสือพิมพ์ลงเป็นข่าว ไม่มีใครสนับสนุนผมหรอก เป็นประธานสภาก็พอแล้ว" ขณะเดียวกันยืนยันว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และถ้ามีการเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วใครจะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แสดงว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายชัยกล่าวว่า เป็นเรื่องอนาคต ครม.ถอนร่างพ.ร.ฎ.เปิดสภาแล้ว เมื่อเวลา 18.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเป็นการด่วน โดยมีครม.รักษาการเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.นัดพิเศษว่า ครม.มีมติขอถอนร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญในวันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ ที่จะมีการพิจารณาวาระเกี่ยวกับข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจต่างๆ ที่จะใช้ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งเดิมจะมีขึ้นในวันที่ 15-18 ธันวาคม แต่ ครม.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ มีมติให้เลื่อนไปจัดในเดือนมีนาคม 2552 จึงถือว่าไม่มีความจำเป็น ต้องเร่งด่วนที่จะขอเปิดประชุมวิสามัญ โดยให้นำวาระดังกล่าวเข้าที่ประชุมสภาในสมัยประชุมสภาปกติ อย่างไรก็ตามการจะเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกฯ ถือเป็นอำนาจของประธานสภา ครม.รักษาการ คงไม่เข้าไปก้าวล่วง ยื่นตีความส.ส.สัดส่วน-รักษาการนายกฯ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา พร้อมด้วยกลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นหนังสือต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 3 ประเด็น คือ 1.ส.ส.สัดส่วนของพรรคพลังประชาชนจะสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 93 วรรคห้า เนื่องจาก ส.ส.สัดส่วนมาจากการลงคะแนนเลือกพรรคการเมือง จึงไม่สามารถย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นได้ เช่นเดียวกับ ส.ส.เขต หากย้ายไปพรรคเพื่อไทย พรรคดังกล่าวไม่มี ส.ส.และไม่เคยผ่านการเลือกตั้ง 2.ให้วินิจฉัยว่า ครม.นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทั้งคณะ ต้องสิ้นสุดไปด้วยหรือไม่ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน ตามมาตรา 180 วรรคหนึ่ง (1) มาตรา 180 วรรคสอง มาตรา 182 (5) มาตรา 174 (4) มาตรา 102 (3) และมาตรา 100 (2) เนื่องจากมี ส.ส.สัดส่วนหลายคนเป็นรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะย้ายพรรคได้หรือไม่ และ 3.ให้วินิจฉัยว่านายชวรัตน์ ชาญวีรกูล จะสามารถดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ เนื่องจากมาตรา 171 วรรคสอง บัญญัติให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. แต่นายชวรัตน์ไม่ได้เป็น ส.ส. น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงประธานสภาว่า จะสามารถทำหน้าที่เป็นประธานสภาต่อไปได้หรือไม่ เพราะเป็น ส.ส.สัดส่วน ซึ่งยังมีปัญหาตามที่คณะ ส.ว.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และจะสามารถทำหน้าที่ประธานสภาในวันโหวตเลือกนายกฯ ได้หรือไม่ จึงน่าจะรอความชัดเจนเรื่องนี้ก่อน รวมถึงรักษาการนายกฯ ที่ไม่ได้เป็น ส.ส.จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายประสพสุขกล่าวว่า จะตรวจสอบการยื่น และจะส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด ส่วนการประชุมสภาสมัยวิสามัญที่คาดว่าจะมีขึ้นวันที่ 8-9 ธันวาคม นั้น ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือว่านายชัยยังอยู่ในตำแหน่งเหมือนเดิม ถ้ามีการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เปิดสมัยประชุมก็สามารถประชุมได้ กกต.-ตุลาการชี้"ชวรัตน์-ชัย"สิ้นสภาพ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นกรณีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และนายชัย ชิดชอบ ว่า ไม่ควรเสี่ยงปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีและประธานสภา เพราะจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ควรให้มีการตีความให้แน่เสียก่อนว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.สัดส่วนสิ้นสุดลงพร้อมการยุบพรรคหรือไม่ เพราะ ส.ส.สัดส่วนย้ายพรรคไม่ได้ในกรณีปกติ ด้านนายปราโมทย์ นาครทรรพ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และนายชัยอนันต์ สมุทวณิช นายกราชบัณฑิตสภา อดีตตุลาการรัฐธรรมนูญ มีความเห็นพ้องกันว่า สมาชิกภาพของ ส.ส.สัดส่วนสิ้นสุดลงตามการยุบพรรค ไม่สามารถถ่ายโอนไปยังพรรคอื่นๆ ได้ เพราะจะขัดกับหลักรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องฟรี, แฟร์, แอ็กคิวเรต แอนด์ รีพรีเซ็นเททีฟ คือ สุจริต เที่ยงธรรม และมีความเป็นตัวแทนอย่างถูกต้อง ปราศจากข้อสงสัย เพื่อไทยหัก"เจ๊แดง"เมินพรรคร่วม รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังประสานพรรคร่วมรัฐบาลเดิมในการจับขั้วการเมืองตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะยื่นเงื่อนไขว่า ควรเปลี่ยนให้พรรคอื่นเสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี เช่น พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หรือนายเสนาะ เทียนทอง แทนโควตาของพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันความวุ่นวายทางการเมือง เบื้องต้นนางเยาวภายอมรับหลักการนี้ไปแล้ว แต่ทราบว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายส่วนไม่ยอมยกโควตานี้ให้พรรคร่วมรัฐบาล และย้ำว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องเป็นคนของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ข่าวแจ้งด้วยว่า หากการเจรจาลงตัวเมื่อใดนั้น อายุของนายกรัฐมนตรีคนใหม่น่าจะทำงานไปสักระยะคือ 2 เดือน เพื่อให้ ส.ส.จัดการย้ายพรรคให้จบและมีความมั่นคงโดยกฎหมายรองรับ และเมื่อเรียบร้อยเมื่อใดก็จะยุบสภาทันที แนะทางออกแยกตัวไปจับขั้วปชป. รายงานข่าวจาก ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินเปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน รวมทั้งแกนนำจากพรรคภูมิใจไทย (พรรคมัชฌิมาธิปไตยเดิม) พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคประชาราช รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ นัดหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลขั้วใหม่ หลังจากบุคคลเหล่านี้ได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนหนึ่งที่เสนอทางออกทางการเมือง โดยได้รับคำแนะนำว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะแยกตัวออกจากพรรคเพื่อไทย และขอให้ไปรวมกับพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล โดยให้นายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ รายงานข่าวกล่าวว่า คำแนะนำของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนดังกล่าว ระบุต่อมาว่า พรรคขนาดกลางและพรรคเล็กในวันนี้ เช่น พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มี ส.ส. 24 คน พรรคภูมิใจไทย (พรรคมัชฌิมาธิปไตย) ที่มี ส.ส. 11 คน พรรครวมใจไทยฯ ที่มี ส.ส. 9 คน พรรคประชาราชที่มี ส.ส. 5 คน รวมแล้ว 49 คน หากรวมกับกลุ่มเพื่อนเนวิน 37 คน จากเดิมที่เคยมี ส.ส. 80 คน และตอนนี้เหลือ 37 คน โดยกลุ่มนี้จะแยกตัวออกมาและกำลังเลือกว่าจะไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย พรรคมหาชน พรรคประชาราช หรือพรรคประชาธิปัตย์ บางส่วนของกลุ่มเพื่อนเนวินอาจจะสังกัดพรรคเพื่อไทยบ้าง แต่พรรคขนาดกลางและพรรคเล็ก หากรวมกันก็จะมี ส.ส.เกือบร้อยคน และเป็นขั้วที่สามทางการเมืองที่มีความสำคัญทันที เมื่อไปรวมกับพรรคประชาธิปัตย์ที่มี ส.ส. 164 คน ก็จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากคือ 260 กว่าเสียงได้ สูตรนี้ยังไม่รวม ส.ส.พรรคชาติไทยที่จะย้ายไปพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเหลือ ส.ส. 15 คนจากเดิม 34 คน และยังไม่ให้คำตอบใดๆ ว่าเห็นด้วยและยอมรับแนวคิดนี้หรือไม่ หากพรรคชาติไทยพัฒนายอมรับสูตรนี้ก็จะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก รายงานข่าวกล่าวว่า คำแนะนำของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็มีเงื่อนไขทางการเมืองว่า หากพรรคขนาดกลางและพรรคเล็ก รวมทั้งกลุ่มเพื่อนเนวินยังร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยนั้น ความวุ่นวายทางการเมืองจะไม่มีทางยุติ และคดีความทางการเมืองที่ ส.ส.เหล่านี้ยังค้างคาอยู่ เช่น คดีทุจริตที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) สอบสวน ครม.ไทยรักไทย, มติ ครม.เขาพระวิหาร, การย้ายพรรคของ ส.ส.สัดส่วน ที่ต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน แม้จะหาพรรคได้แล้วก็ตาม คดีความเหล่านี้จะโดนเช็กบิล และ ส.ส.สัดส่วนจะหมดสภาพการเป็น ส.ส.ทันที โดยข้อเสนอของผู้ใหญ่คนดังกล่าวเบื้องต้นนักการเมืองเหล่านี้ยอมรับและน่าจะปฏิบัติตามแล้วด้วย 37 ส.ส.ก๊วนเนวินขอกั๊กเลือกนายกฯ ผู้สื่อข่าวรายงานด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้หารือกันที่อาคารศิริภิญโญ โดยมีนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่ม เป็นประธานการหารือ เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง กระทั่งเวลา 16.00 น. ได้มี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินประมาณ 15 คน นำโดยนายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม นางพัฒนา สังขทรัพย์ ส.ส.เลย นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ส.ส.มหาสารคาม นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ส.ส.บุรีรัมย์ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.บุรีรัมย์ นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรธานี นายบุญจง แถลงว่า พวกตนประกอบด้วย ส.ส. 37 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนเนวิน ขอแถลงจุดยืนทางการเมืองหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน ว่า การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองจากนี้ไปจะต้องระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขใดๆ นอกจากนี้การพิจารณาลงมติเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ควรจะต้องเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนานาชาติ ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดภาวะเสี่ยง โดยทางกลุ่มขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำรงไว้ซึ่งเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี นายบุญจง กล่าวว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเกมการต่อรองทางการเมือง แต่เราต้องเลือกนายกฯ ที่มีความเหมาะสม โดยยืนยันว่า ส.ส.ทั้ง 37 คนจะโหวตเลือกนายกฯ ไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนการหาพรรคใหม่สังกัดนั้น มีเวลาอีกมากถึง 60 วัน สำหรับข่าวที่ว่าจะไปอยู่พรรคเพื่อไทย หรือพรรคภูมิใจไทยนั้น ยังไม่ได้ตัดสินใจเพราะต้องรอดูสถานการณ์ก่อน และต้องคิดให้รอบคอบ รวมถึงการตีความของศาลรัฐธรรมนูญต่อสถานภาพ ส.ส.สัดส่วนที่จะย้ายไปอยู่พรรคที่ไม่เคยส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง พร้อมทั้งปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ามีการซื้อตัว ส.ส.จำนวน 40 ล้านต่อหัว เพื่อย้ายขั้วทางการเมืองนั้น อย่างไรก็ตามได้มี ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินจำนวนหนึ่ง ที่เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้วในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้แก่ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ส.ส.สุรินทร์ นายสุทธิชัย จรูญเนตร ส.ส.อุบลราชธานี และนายนิรมิต สุจารี ส.ส.ร้อยเอ็ด ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากอดีตแกนนำพรรคมัชฌิมาธิปไตย เปิดเผยว่า ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ได้ประสานเข้ามาเพื่อขออยู่ร่วมสังกัดพรรคภูมิใจไทย โดยมาขอรับใบสมัครเข้าพรรคแล้วทั้ง 30 กว่าคน นอกจากนั้นยังมี ส.ส.กลุ่มอื่นอีกที่ประสานขอเข้ามาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยอีกประมาณ 10 คน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เคยอยู่ร่วมกับพรรคมัชฌิมาธิปไตยมาก่อน แต่แยกตัวออกไป ครั้งนี้ได้ขอกลับมาร่วมอีกครั้ง "ป๋าเหนาะ" พร้อมนั่งนายกฯ นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่คงไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ แต่เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน เอาคนกลางที่มีอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีทั้งนายทหารใหญ่ นายตำรวจใหญ่ แต่เวลานี้สิ่งที่ต้องห้ามคือ คนของพรรคพลังประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ เราต้องอยู่ในระบบ ถ้ายุบสภางานนี้เจ๊ง แต่ถ้าปฏิวัติก็ล้มละลาย ต้องเอาระบบไว้ นายเสนาะปฏิเสธว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทาบทามให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีและที่ผ่านมาได้ปลดระวางตัวเองแล้ว แต่หากมีความจำเป็นก็ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข เหมาะที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า คนนี้ตัดไป แต่ไม่ได้หมายความว่า ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนไม่ดี ถ้ามาก็เหมือนเอาไฟมาเผาบ้าน เมื่อถามย้ำว่า มองอย่างไรที่มีข่าวระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์พยายามรวบรวมเสียง ส.ส.เพื่อเปลี่ยนขั้วทางการเมือง นายเสนาะกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เมื่อวานนี้ ( 4 ธ.ค.) ได้ยินนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูดก็สะดุ้งเหมือนกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีทางจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าไม่มีแตกออกมาเหมือนงูเห่า จะพูดทำไม หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลก็คงไม่สง่างาม