
เรือนขวัญจิตต์ของขวัญปีกระต่ายทอง(3)
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน สำหรับผมแล้ว ปีเถาะ นี้ ถือได้ว่าเป็นปี กระต่ายทอง ของผมครับ เพราะนอกจากจะเป็น ปีมหามงคล ที่ พ่อหลวง ทรงมีพระประสูติกาลแล้ว ยังเป็นปีที่ผมได้ตั้งใจแน่วแน่ว่า ปีเถาะ นี้แหละครับ จะทำการเผยแพร่ บ้านมวลชนไม่บาน ในชุด เ
จะว่าไปแล้ว “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” นี้ มีความหมายกับผมมากครับ เพราะประการแรก คือผมถือว่าเป็นการทำหน้าที่ทาง “จริยธรรม” ของผมในฐานะที่นอกจากจะทำหน้าที่เป็นสถาปนิก, นักวางผัง, นักวิชาการแล้ว ยังเป็นครูบาอาจารย์สอนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และยังเป็นการ “ทำคุณบูชาคุณแม่” ผม คือ “แพทย์หญิงขวัญจิตต์” ที่ท่านได้ละสังขารไปเมื่อปีที่แล้วครับ ประการที่สอง คือผมเชื่อว่าบ้านหลังนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับชาวคนรักบ้านทั่วประเทศ เพราะมีราคาค่าก่อสร้างที่ประหยัดมากครับ (ประมาณ 2 แสนกว่าบาท) จึงจัดได้ว่าเป็น “บ้านมวลชนไม่บาน” ที่มี “ประโยชน์สูง ประหยัดสุด” อย่างแท้จริง
ดังที่เคยกล่าวมาแล้วว่า “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” นี้เกิดขึ้นมาได้เพราะเหตุการณ์ “สึนามิ” ผมได้ถูกร้องขอจาก “ผู้ใหญ่ของประเทศ” ท่านหนึ่งครับว่าให้ทำการออกแบบและหาวิธีในก่อสร้างบ้านภายในเงื่อนไขสำคัญ 5 ประการ คือ เงื่อนไขข้อแรก คือต้องแข็งแรงสามารถสู้กับภัยธรรมชาติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น สึนามิ แผ่นดินไหว สตอร์มเซิร์จ พายุโซนร้อน ฯลฯ ซึ่งได้ทำลายบ้านเรือนของชาวคนรักบ้านทั่วประเทศทุกปี ปีหนึ่งหลายพันหลัง เงื่อนไขข้อสอง คือต้องประหยัดสามารถสร้างได้ในวงเงิน 2-3 แสนบาท เงื่อนไขข้อสาม คือต้องสร้างเร็ว โดยใช้เวลาสร้างเพียงแค่เดือนเศษๆ
เงื่อนไขข้อสี่ คือต้องมีความสวยงามและประหยัดพลังงาน เงื่อนไขข้อห้า คือต้องสามารถก่อสร้างได้โดยแรงงานท้องถิ่น ภายในเงื่อนไขห้าประการนี้ผมได้ใช้ระยะเวลาถึง 6 ปี ศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องจนค้นพบ (โดยได้ใช้ทรัพย์ส่วนตัวประมาณ 6 ล้านกว่าบาท) เพราะผมเชื่อว่าที่มาของ “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” ต้องมีที่มาที่บริสุทธิ์จะต้องไม่มีอย่างอื่นแอบแฝงอยู่ มุ่งที่จะฟื้นฟูบ้านเมืองเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งผมเรียกหน้าที่นี้ว่า “หน้าที่ทางจริยธรรม” ผมได้ศึกษาแนวคิดที่อยู่บนกระดาษพิมพ์เขียวและเป็นโมเดล 3 มิติ ในคอมพิวเตอร์อยู่หลายปี หลังจากนั้นก็ได้ลงมือสร้างขึ้นมาจริงนับสิบหลังในพื้นที่ต่างๆ จนแน่ใจแล้วว่า “เรือนขวัญจิตต์” มี “ความพอเพียง” อย่างแท้จริง
ทุกครั้งที่ผมได้มาที่ “เรือนขวัญจิตต์” วัดภัททันตะ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี (ในสถานที่นี้ผมได้ทดลองสร้างจริง 3 หลังและกำลังสร้างอีก 6 หลัง เพื่อถวายวัด) ผมเกิดความปีติใจอย่างบอกไม่ถูกครับ ทำให้ผมเชื่อมั่นว่านับแต่นี้ไป “เรือนขวัญจิตต์” ก็จะเป็น “ทางเลือก” อีกทางหนึ่งสำหรับการก่อสร้างบ้านเรือนซึ่งอาจเป็น “ทางรอด” ก็เป็นไปได้ครับ เพราะในปัจจุบันเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ ล่าสุดก็มีปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน พายุโซนร้อน ฯลฯ
ดังนั้น “ชาวคนรักบ้าน” ที่ไม่ประมาทจึงไม่มี “ทางเลือก” จำเป็นที่จะต้องสร้างบ้านที่แข็งแรงยิ่งขึ้น, สวยงามมากขึ้น, ประหยัดมากขึ้น (ถูกลง), อยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น จะว่ากันตามตรงแล้วตัวผมเองอยากจะพักอาศัยอยู่บ้านหลังแบบนี้ครับ เพราะเป็นบ้านที่ “งามง่าย พอเพียง เป็นทั้งที่รักและที่พัก”อ ย่างแท้จริง และมีอาณาบริเวณ มีสวนดอกไม้, ผลไม้ โดยเฉพาะหากเป็นสวนประเภทไม้ 3 ด ของคุณยายผมก็จะยิ่งยอดเยี่ยมครับ เพราะเป็นสวนที่ผสมผสานระหว่าง “ไม้ดู” ที่ดูก็สวย “ไม้ดม” ที่ดมก็หอม “ไม้แดก” ที่แดกก็อร่อย อิ่มท้องครับ
“เรือนขวัญจิตต์” สร้างขึ้นที่วัดภัททันตะ บ้านบึง จะถูกวางผังให้เป็นรูปตัว L เพื่อเป็นการสร้าง “ที่ว่าง” หรือ “สเปซ” ที่โอบล้อม โดยผมได้ออกแบบวางผังบริเวณให้มีสระบัวเป็นเหมือนศูนย์รวมของบ้าน ใช้สำหรับนั่งเล่น หรือทำกิจกรรมในครอบครัว (แต่สำหรับที่วัดนี้ใช้สำหรับการเดินจงกรม) ลดความกระด้างของพื้นโดยพยายามหลีกเลี่ยงเทพื้นซีเมนต์ แต่ใช้พื้นเป็นอิฐบล็อกที่มีช่องให้หญ้าสามารถขึ้นมาได้ทำให้ไม่ร้อน และยังสามารถระบายน้ำฝนได้ดีมากครับ ผมจึงอยากให้ “ชาวคนรักบ้าน” ทั่วประเทศนำแนวคิดนี้มาใช้ที่บ้านท่าน
นอกจากนั้น สวนประเภทไม้ 3 ด ก็มีราคาไม่แพงเลยครับ สวนนี้ทำให้ “เรือนขวัญจิตต์” มีชีวิตชีวามากขึ้น อีกทั้งหลังคาเป็นทรง “เกเบิล” มีการยกระดับขึ้นมาเพื่อเน้นย้ำทางเข้า แต่ผมขอบอกอย่างหนึ่งครับว่าระบบโครงสร้างของ “เรือนขวัญจิตต์” มีความแข็งแรงมากครับ โครงสร้างทางวิศวกรรมของบ้านทั้งหลังถูกร้อยกันเป็นมวลรวมโดยการใช้เหล็กสานกันจึงมีความแข็งแรงมาก เพดานในบ้านก็สูงโล่งโปร่งถึง 6.50 เมตร โอกาสการรั่วซึมเป็นไปได้ยากมากครับ หน้าต่างภายในห้องทุกห้องของบ้านมีช่องเปิด 3 ด้านเสมอ ต่อให้อุณหภูมิด้านนอกบ้านสูงถึง 40 องศา ก็ไม่กลัวร้อนครับ เพราะอากาศสามารถถ่ายเทได้ตลอดเวลา ทฤษฎีของการออกแบบระบบการระบายอากาศภายในของ “เรือนขวัญจิตต์” คือ “สแตรคเวนติเลชั่น” อย่างเต็มรูป ผมว่าเป็นอีกกรณีศึกษาอีกกรณีหนึ่งที่น่าทำการเผยแพร่ หากท่านใดมีโอกาสก็สามารถแวะเข้าชมได้ครับ อยากให้ไปช่วงบ่ายที่อากาศข้างนอกร้อนจัดแต่ข้างในเย็นสบายมากครับ
ผมเชื่อว่าการพัฒนาในการออกแบบและระบบการก่อสร้าง “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” จะเป็นก้าวที่สำคัญของผมอีกก้าวหนึ่งครับ ซึ่งผมหวังว่าแนวคิดนี้น่านำไปใช้ให้ก่อเกิดประโยชน์และนำไปต่อยอดทางความคิดกันครับ อีกทั้งผมยังมีความฝันว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง “เรือนขวัญจิตต์” ก็จะไปสร้าง “บ้านแสนรัก” ให้แก่บรรดาชาวคนรักบ้าน ที่กำลังเดือดร้อนขาดแคลนที่อยู่อาศัยให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาเดือนเศษเท่านั้นครับ ผมเชื่อว่าเป็น “ความงามง่าย พอเพียง” อย่างแท้จริง ตามทฤษฎีของพระเจ้าอยู่หัวเรื่อง “ความพอเพียง” ซึ่งผมได้พิสูจน์แล้วว่าทฤษฎีนี้เกิดขึ้นได้จริง อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขจริงครับ
สำหรับแฟนๆ ชาวคนรักบ้านที่สนใจรายละเอียด “เรือนขวัญจิตต์” รวมทั้งแฟนๆ ที่สนใจเป็น “ศูนย์เผยแพร่ความรู้” ก็สามารถแจ้งความจำนงมาได้ที่ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร หน้าพระลาน 10200 ผมจะจัดส่ง วีซีดี ชุด “เรือนขวัญจิตต์” ให้แก่ทุกท่านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์น้า สวัสดีครับ



