ไลฟ์สไตล์

สกอ.ย้ำศูนย์รับตรงเป็นแค่หน่วยงานกลาง

สกอ.ย้ำศูนย์รับตรงเป็นแค่หน่วยงานกลาง

13 ม.ค. 2554

สกอ.ย้ำศูนย์รับตรงเป็นแค่หน่วยงานกลางรับสมัครเท่านั้น เล็งหาช่องใช้กฎหมายบีบมหาวิทยาลัยเข้าร่วม หลังเปิดเดินสายถามความเห็นหลายแห่งส่อเค้าไม่เข้าร่วมหวั่นทำระบบแท้งก่อนคลอด

 (13ม.ค.) ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์กลางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา (รับตรง) ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ว่า ขณะนี้กำลังดูรายละเอียดการดำเนินงานให้รอบด้านเนื่องจากหากจัดตั้งศูนย์กลางการรับตรงขึ้น มหาวิทยาลัยทุกแห่งก็จะต้องเข้ามาเป็นเครือข่ายร่วมกันหากมีแห่งใดแห่งหนึ่งมีปัญหาก็อาจจะทำให้ระบบมีปัญหาด้วย ดังนั้นจึงต้องไปดูประเด็นในเชิงกฎหมายให้ชัดเจนก่อนว่าสกอ.มีอำนาจหรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติการจัดตั้งมหาวิทยาลัยทุกแห่งมอบอำนาจให้มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนได้เอง ยกเว้นว่ามหาวิทยาลัยจะรวมตัวกันแล้วมอบอำนาจให้หน่วงงานใดหน่วงงานหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการแทน

  โดยแนวทางการจัดตั้งศูนย์กลางการรับตรงแนวทางแรกคือ 1.เป็นฉันทามติของมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่จะเข้าร่วมเป็นเครือข่ายศูนย์กลางรับตรงเพื่อส่วนรวม 2.เนื่องจากการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวจากมหาวิทยาลัยกลุ่มต่าง ๆ ที่ผ่านมาทั้งกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโยลีราชมงคล(มทร.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)และกลุ่มที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นจึงต้องไปดูข้อกฎหมาย โดยอาจต้องมีระบบบังคับว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องเข้าร่วม เพราะถือเป็นระบบที่จะอำนวยความประโยชน์ให้กับผู้เรียนจริง ๆ

 “ระบบที่สกอ.จะทำไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ตัดสินคนเข้าเรียน แต่จะเป็นหน่วยงานกลางในการทำหน้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรับตรงทั้งหมดกับเด็ก ขณะเดียวกัน ก็ทำหน้าที่รับสมัครและจัดส่งรายชื่อเด็กให้มหาวิทยาลัยพิจารณาคุณสมบัติตามต้องการ ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ยังมีอิสระในการกำหนดองค์ประกอบและค่าน้ำหนักได้เอง โดยมีข้อแม้ว่า มหาวิทยาลัยทุกแห่งจะต้องรับตรงในเวลาเดียวกันเท่านั้น 2.การกำหนดองค์ประกอบและค่าน้ำหนักที่ใช้ในการคัดเลือกอยากให้ใช้คะแนนสอบที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก เช่น คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรหรือ GPAX คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือO-Net คะแนนการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือGAT และคะแนนการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือPATเท่ากับว่าเด็กไม่ต้องสอบเยอะและไม่ต้องลงทุนมากและระบบนี้เด็กไม่ต้องเสียค่าสมัครเพราะถือว่าเป็นบริการของรัฐ”ดร.สุเมธกล่าว และว่าอย่างไรก็ตามจะเร่งพัฒนาระบบให้สามารถใช้ได้ทันภายในปีการศึกษา 2555

 ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานของศูนย์รับตรงนั้น ศูฯย์ฯจะทำหน้าที่ในการยรับสมัคร โดยเด็กสามารถเลือกรับตรงได้ 5 อันดับ โดยยื่นคะแนนและเอกสารตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดมาที่ศูนย์ฯ จากนั้นศูนย์ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ และจัดส่งรายชื่อเด้กที่มีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อให้มหาวิทยาลัยคัดเลือกเด็ก เมื่อคัดเลือกเด็กเรียบร้อยแล้วมหาวิทยาลัยก็จะต้องแจ้งรายชื่อกลับมายังศูนย์ฯ เพื่อประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งจะมีเด็กที่สอบติดมากกว่า 1 แห่งอยู่จำนวนหนึ่ง สกอ.ก็จะให้เด็กได้เลือกได้เพียง 1 แห่งภายในเวลาที่กำหนดเมื่อเสร็จสิ้นการคัดเลือกรอบแรกเรียบร้อยแล้ว จะมีอีกกลุ่มที่เหลือคือเด็กที่ไม่ได้รับการประกาสรายชื่อ กับมหาวิทยาลัยที่ไม่มีเด็กเลือก ก็จะให้โอกาสเด็กที่ไม่ได้รับการประกาสรายชื่อได้เลือกมหาวิทยาลัยเหล่านี้อีกครั้งในรอบที่สอง