ไลฟ์สไตล์

สปส.ปรับโครงสร้างรับผู้ประกันตนม.40

สปส.ปรับโครงสร้างรับผู้ประกันตนม.40

12 ม.ค. 2554

สปส.ปรับโครงสร้างใหญ่รับผู้ประกันตนม.40 คาดพรฏ.เสร็จสิ้นเดือน เผยจุดขาย-ขาดงานได้วันละ 200 บ. นักวิชาการหนุน แต่ติงกรณีชราภาพ-ไม่คุ้มแทนที่ให้เข้ากอช. แนะดึงประชาชนร่วมประกันหมู่ให้มากที่สุด หากได้แต่ผู้อ่อนแอไปไม่รอด

 เมื่อวันที่ 12 มกราคม นายรักษ์ศักดิ์ โชติชัยสถิตย์ ผู้ตรวจราชการ สำนักงานประกันสังคม(สปส.) ในฐานะคณะทำงานเพื่อการปฎิรูปประเทศไทย ด้านยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายระบบสวัสดิการสังคม สำนักนายกรัฐมนตรี ให้เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาตราเร่งด่วนโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 (ประกันตนโดยสมัครใจ)ในพ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 ว่า รูปแบบรัฐบาลประกาศมี 2 รูปแบบคือเดือนละ 100 บาท และ 150 บาท ทั้งนี้รัฐบาลจะจ่ายเงินเป็นกองทุนประเดิมให้ 1,200 ล้านบาทก่อน เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถจ่ายสมทบได้เพราะต้องรอแก้กฎหมายก่อน ซึ่งคาดว่าในปีแรกจะมีประชาชนให้ความสนในและเข้าสู่ระบบประมาณ 2.4 ล้านคน โดยถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีการจัดระบบสวัสดิการให้กับประชาชน

 นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสปส.กล่าวว่าได้จัดทำแผนเพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างของสปส. เพื่อรองรับการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่ระบบครั้งนี้ เพราะในปัจจุบันยังมีบุคลากรไม่เพียงพอ เช่น ในพื้นที่กทม.มีสปส.เขตอยู่เพียงแห่งเดียว ในขณะที่ต่างจังหวัดอาจต้องขยายลงสู่ระดับอำเภอมากขึ้น เพื่อรองรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมในเรื่องระบบทะเบียน และการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของพระราชกฤษฏีกาที่ต้องออกมารองรับนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นเดือนมกราคมจะเสร็จสิ้น ก่อนส่งให้คณะกรรมการการกฤษฏีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและนำเสนอคณะรัฐมนตรี

 นายปั้นกล่าวว่า แรงจูงใจที่ทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบนี้คือเมื่อเจ็บป่วยก็ยังเข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิของสำนักงานปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) แต่จะได้รับค่าชดเชยจากการขาดงานวันละ 200 บาท แต่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินแล้ว 3 ใน 4 เดือน ทั้งนี้ในส่วนของผู้ที่เลือกประกัน 150 บาท นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์เรื่อง เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิตแล้ว ยังมีกรณีชราภาพ ซึ่งจะได้รับเป็นบำเหน็จเท่านั้น

 ด้านนายสถิตพงศ์ ธนวิริยะกุล อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่านโยบายรัฐบาลที่ให้ประชาชนเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 ถือว่าเป็นการขยายความคุ้มครองระบบสวัสดิการสู่ภาคประชาชนมากขึ้น แต่ที่อยากตั้งข้อสังเกตคือกรณีของกรณีชราภาพ เพราะหากประชาชนเข้าสู่การออมในส่วนของกองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.)จะคุ้มค่ากว่า เพราะตามมาตรา 40 นี้จะจ่ายเฉพาะบำเหน็จซึ่งได้เงินไม่มากนัก และต้องถูกบังคับให้จ่ายทุกเดือน แต่หากเข้าสู่กอช. จะยังมีสิทธิอยู่และได้เป็นบำนาญ

 “ยิ่งในวันนี้ กอช.เพิ่งมีมติให้ตัดสิทธิคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม ห้ามใช้สิทธิในกอช. เพราะเขาเกรงว่าจะจ่ายเงินซ้ำซ้อนกัน ดังนั้นแรงงานนอกระบบที่จะเข้าสู่มาตรา 40 ก็จะไม่ได้สามารถเข้าสู่กอช.ได้ จำเป็นต้องเลือกเอาทางใดทางหนึ่ง”นายสถิตพงศ์กล่าว และว่า ในส่วนของสปส.เองก็จำเป็นต้องมีการปฏิรูปการบริหารด้วย ซึ่งหนีไม่พ้นที่จำเป็นต้องเป็นองค์กรอิสระ และมีการตรวจสอบที่โปร่งใส และเกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมมากขึ้น

 นพ.ถาวร สกุลพาณิชย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพ(สวปก.) กล่าวว่านโยบายดังกล่าวของรัฐบาลถือว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเกรงว่าจะมีผู้ที่เสี่ยงเข้าสู่ระบบประกันสังคมมากขึ้น ซึ่งทางออกคือต้องพยายามดึงประชาชนให้เข้ามาร่วมเป็นประกันหมู่ให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ทั้งผู้ที่แข็งแรงและผู้ที่ไม่แข็งแรงมาผสมผสานกัน เพราะหากได้ผู้ที่อ่อนแออย่างเดียวมาซื้อประกันก็จะไปไม่รอด