
ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ไม่มีอาการ
ความดันโลหิตสูง เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว โรคไตวาย และโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ จนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนเหล่านี้
การตรวจวัดความดันสม่ำเสมอ จะช่วยวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรก และการควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติตั้งแต่เริ่มวินิจฉัย ช่วยไม่ให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา
การรักษาโรคความดันโลหิตสูงที่เริ่มเป็น หรือระดับความดันโลหิตยังไม่สูงมาก จะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าผู้ป่วยปฏิบัติตัวได้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ความดันโลหิตกลับสู่ระดับปกติได้ (ความดันโลหิตไม่เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท) โดยไม่ต้องอาศัยการรับประทานยา
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดความดันโลหิตสูง
1. ลดน้ำหนัก ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่น้ำหนักเกิน หรืออ้วน การลดน้ำหนักลงจะได้ประโยชน์ในการลดความดันโลหิตมาก การลดน้ำหนักลง 10 กิโลกรัมจะลดความดันโลหิตได้ 5-20 มิลลิเมตรปรอท จริงแล้วผลดีอื่นๆ ที่ได้จากการลดน้ำหนัก มีมากกว่าการลดความดันโลหิต เช่น ป้องกันการเกิดเบาหวาน ภาวะหัวใจล้มเหลว ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น ควรควบคุมไม่ให้ดัชนีมวลกาย ( BMI ) เกิน 25 กก./ตรม. เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ (ดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)2)
2. หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม เมื่อได้รับ "เกลือ" หรืออาหารรสเค็มต่างๆ ร่างกายจะดูดน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น เป็นผลให้ปริมาณสารน้ำในร่างกายสูงขึ้น ความดันโลหิตจะสูงขึ้น และควบคุมได้ยาก ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม โดยไม่เติมเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วในอาหารอีก นอกจากนั้น ควรงดผงชูรสหรืออาหารที่มีผงชูรสอยู่มากด้วย เนื่องจากผงชูรสมีเกลือโซเดียมเช่นกัน ไม่แนะนำให้ใช้เกลือเทียม เช่น เกลือโปแตสเซียมแทนเกลือแกง เนื่องจากอาจเป็นอันตรายได้ในผู้ป่วยที่มีไตเสื่อม
อาหารที่แนะนำ นอกจากจะไม่เค็มแล้ว ควรจะเป็นอาหารที่พลังงานต่ำ และมีไขมันจากสัตว์น้อย เพิ่มการรับประทานปลาแทนเนื้อ หรือหมู และหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงต่างๆ ขนมหวาน เน้นผักและผลไม้ที่ไม่หวานจัดแทน
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ครั้งละ 20-30 นาที สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง นอกจากจะช่วยลดความดันโลหิตลงบ้างแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักได้ง่าย ไขมันคอเลสเตอรอลชนิดดีเพิ่มขึ้น จิตใจแจ่มใส
สำหรับผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงมาก หรือผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย หากท่านไม่สามารถจัดเวลาเพื่อออกกำลังกายได้ แนะนำให้ทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ท่านทำอยู่แล้วแทน เช่น ใช้การเดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์ เดินไปตลาด หรือทำงานบ้านด้วยตนเอง
4. งดบุหรี่ การสูบบุหรี่มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นชั่วขณะ แม้ว่าการเลิกบุหรี่อาจไม่มีผลลดความดันโลหิตในระยะยาว แต่ไม่สูบบุหรี่จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจ ถุงลมโป่งพอง มะเร็งอีกหลายชนิด และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของคนใกล้ชิดอีกด้วย
5. ลดแอลกอฮอล์ แม้ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยๆ อาจช่วยเพิ่มไขมันคอเลสเตอรอลชนิดดีได้บ้าง แต่ไม่แนะนำให้ดื่ม เนื่องจากผลเสียของการดื่มแอลกอฮอล์มีมากกว่าผลดี อย่าเชื่อโฆษณาที่แนะนำให้ดื่มไวน์เพื่อสุขภาพ หากท่านดื่มอยู่แล้ว ควรจำกัดปริมาณให้น้อยกว่าวันละ 2 แก้ว
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิต และลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจ หากหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ การรักษาโรคโดยการใช้ยาเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ หลังจากที่ทราบว่า เป็นโรคความดันโลหิตสูง
โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร.1719



