ไลฟ์สไตล์

 "เสื่อหอมไล่ยุง" ฝีมือสมาชิกทูบีฯ
 ผลิตภัณฑ์เสริมรายได้เด็กมีปัญหา

"เสื่อหอมไล่ยุง" ฝีมือสมาชิกทูบีฯ ผลิตภัณฑ์เสริมรายได้เด็กมีปัญหา

12 ม.ค. 2554

ผลพวงจากปัญหาครอบครัว ส่งผลให้เด็กและเยาวชนต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน ซึ่งพบว่าภาคอีสานมีปัญหานี้มากที่สุด มากถึง 5,264 คน คิดเป็นร้อยละ 2.35 รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เพื่อเป็นแนวทางในการบรรเทาปัญหาดังกล่าวชมรมทูบีนัมเบอร์วันตำบลหนองตะไก้

  จักษณา หนึ่งด่านจาก สมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วันตำบลหนองตะไก้ เล่าว่า การผลิตเสื่อสมุนไพรตะไคร้หอมไล่ยุง ได้ริเริ่มขึ้นหลังจากชุมชนและโรงเรียนประสบปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยชมรมทูบีนัมเบอร์วันได้ใช้น้ำตะไคร้หอมฉีดพ่นตามพุ่มไม้ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงจนสามารถแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งในการป้องกันโรคไข้เลือดออก แต่เมื่อกลิ่นของตะไคร้หอมจางลง ยุงก็จะกลับมาเหมือนเดิม ชมรมจึงพยายามคิดหาวิธีไล่ยุงในรูปแบบใหม่ โดยได้ไปขอรับคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ในชุมชน จนมีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับความมุ่งมั่นของ สมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ตำบลหนองตะไก้ ซึ่งนำมาสู่การแปรรูปต้นตะไคร้หอมจนกลายเป็น "เสื่อสมุนไพรตะไคร้หอมไล่ยุง"ในที่สุด

 "เริ่มต้นจากการทดลองนำเส้นใยของต้นตะไคร้หอมมาผลิตเป็นเสื่อ โดยทอผสมกับต้นกกที่เป็นวัสดุในการทำเสื่อในอดีต เมื่อนำเสื่อที่ผลิตได้ไปแจกจ่ายชาวบ้านใช้ปูนั่งปูนอน ปรากฏว่าสามารถไล่ยุงได้ผลดีมากยุงไม่เข้าใกล้ หลังจากภายในชุมชนมีการตอบรับที่ดีในการใช้เสื่อตะไคร้หอมแล้ว จึงมีการจัดตั้งกลุ่ม "ผลิตเสื่อสมุนไพรตะไคร้หอมไล่ยุง" ขึ้นเพื่อผลิตเสื่อออกจำหน่ายหารายได้เสริมให้เด็กและเยาวชน" น.ส.จักษณา กล่าว

 ขณะที่ วันวิสา เดื่อนขุนทด สมาชิกชมรมทูบีนัมเบอร์วันตำบลหนองตะไก้อีกราย เล่าถึงวิธีการทำเสื่อตะไคร้หอมไล่ยุงให้ฟังว่า คล้ายๆ กับการทำเสื่อทั่วไป เริ่มต้นด้วยการนำกกไปย้อมเพื่อให้ได้สีต่างๆ ตามต้องการ จากนั้นนำกกไปตากให้แห้ง หรือถ้าต้องการสีธรรมชาติก็จะใช้กกตากแห้งธรรมดาขึ้นอยู่กับลวดลายที่ต้องการ ก่อนจะเริ่มทอจะนำกกไปแช่น้ำอีกครั้งประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้กกนิ่มจึงนำขึ้นจากน้ำ นำกกมาวางไว้ด้านที่คนทอถนัด ในการทอจะใช้คนทอเพียงคนเดียว สอดไม้ส่งกกตามลวดลายที่วางไว้จนสุดความกว้างของด้าย แล้วสอดเส้นกกใส่ปลายไม้ดึงกลับคืน ทำลักษณะเช่นนี้ไปเรื่อยๆ โดยจะแทรกตะไคร้เข้าไปสลับกับกก ซึ่งจะใช้กก 3 ถึง 4 เส้นต่อตะไคร้ 1 เส้น ทอสลับกันไปจนได้ความยาวของเสื่อตามต้องการ หรือทอจนกระทั่งได้เสื่อเต็มผืนแล้วจึงตัดแต่งริมกกให้สวยงาม

  วันวิสาย้ำด้วยว่า การผลิตเสื่อสมุนไพรตะไคร้หอมไล่ยุง ของชมรมทูบีนัมเบอร์วันตำบลหนองตะไก้ ช่วยให้เยาวชนมีรายได้เสริมถึง 1,000-2,000 บาทต่อเดือน เป็นรายได้ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าเล่าเรียนให้ผู้ปกครอง และสามารถลดปัญหาลาออกจากการเรียนกลางคันของเยาวชนได้ด้วย ประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากนี้ก็คือการที่คนในครอบครัวจะได้อยู่ร่วมกันพร้อมหน้าเป็นเวลาที่ผู้ใหญ่จะได้พบปะลูกหลานและอบรมสั่งสอนในเรื่องต่างๆ ด้านชุมชนก็จะมีการรวมกลุ่มเพื่อสานเสื่อร่วมกัน ส่งผลให้เกิดความรักความสามัคคีขึ้นในชุมชนด้วย" น.ส.วันวิสา กล่าว

 กิจกรรม "ผลิตเสื่อสมุนไพรตะไคร้หอมไล่ยุง" ของชมรมทูบีนัมเบอร์วันตำบลหนองตะไก้ นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อไม่ให้เยาวชนหันไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรืออบายมุขต่างๆ อีกด้วย 

"สุรัตน์ อัตตะ"