
เล่นหูเล่นตา-ต่างๆ นานา
2 ทุ่มแล้ว ตลาดวายแต่ฉันกับน้องชายยังยืนอยู่กลางตลาดเดินหาเครื่องปรุงบางอย่างที่หลงลืมเอากลับไปเติมในแกงที่ตั้งคาอยู่บนเตา ฉันมองหาร้านค้าที่ยังเปิดอยู่ แม่ค้าพ่อค้ากำลังง่วนอยู่กับการจัดเก็บของที่เหลือ ที่แผงปลามีปลานิลตัวย่อมๆ เท่าฝ่ามือ 2 ตัวนอนอ้าปา
เพื่อนร่วมชะตากรรมของมันคงกำลังไปเกิดใหม่เพราะมีคนเอากลับไปต้มยำทำแกงที่บ้าน ส่วนพวกมัน 2 ตัวหนีพ้นความตายไปได้อีก 1 วัน แต่คงไม่เกินพรุ่งนี้… การถูกชี้ชะตาโดยลูกค้าแล้วจบชีวิตลงด้วยฝีมือแม่ค้าที่เงื้อมือฟาดสัก 2-3 ครั้ง บนหัวมันคงจะง่ายกว่าที่ต้องนอนพะงาบอย่างนี้มั้ย? ความสงสัยและสงสารก่อตัวขึ้นในใจแต่ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินชีวิตมัน สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม แล้วมันก็คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าอยู่ให้ผ่านคืนนี้ไปให้ได้ด้วยการหายใจ…
2 ทุ่มแล้ว… แขกเหรื่อเพิ่งทยอยกันเข้ามาในบ้านหลังโตของคนระดับเศรษฐี คนงานหลายคนคอยโบกจัดระเบียบรถเก๋งและรถอเนกประสงค์คันละหลายล้านซึ่งเรียงรายอยู่ในบ้านจนล้นออกนอกบ้านไล่เรียงไปตามแนวของซอย เสียงจากเครื่องเสียงชั้นดีแทรกฝ่าเข้ามาแทนที่ความสงบของซอย ทำให้ใครๆ แถวนั้นพอเดาออกว่า มีการเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่างเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้น… พ่อครัวและพนักงานเสิร์ฟจากโรงแรมระดับ 5 ดาว ถูกนำมาบริการนอกสถานที่เพื่อปรนเปรอปากท้องของแขกผู้มีเกียรติ…
ห้องโถงกลางถูกปรับเปลี่ยนเป็นซุ้มอาหาร แต่ละซุ้มคืออาหารที่ขึ้นชื่อของแต่ละห้องจากโรงแรม 5 ดาวนั้น ให้เลือกชิมและดื่มคู่กับไวน์ หรือ แชมเปญ มีเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ บรรเลงและร้องคลอไปตลอดงาน เวทีถูกสร้างขึ้นเหนือระดับสระน้ำ โต๊ะและเก้าอี้ปูผ้าขาวมีดอกไม้นอกถูกจัดเป็นพุ่มวางอยู่กลางโต๊ะ พร้อมด้วยเทียนที่ให้แสงสลัวราวกับงานกาล่าดินเนอร์ที่น่าจะอยู่ในห้องบอลรูมของโรงแรมสักแห่งมากกว่า ต่างกันเพียงแค่คนที่นั่งอยู่ไม่ได้ใส่สูทผูกหูกระต่าย หากแต่แต่งตัวตามสบายแล้วนั่งสนทนากันเบาๆ แบบที่ผู้ดีและผู้มีอันจะกินพึงปฏิบัติ… พวกเขาทำบุญด้วยอะไรกันนะ? ฉันแอบคิด
2 ทุ่มแล้ว… แขกเหรื่อนั่งประจำที่รอดูการแสดงบนเวทีในบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่มีบริเวณกว้างขวาง มีการตกแต่งจัดวางราวกับสวนของฝรั่ง ก้อนหินก้อนโตถูกนำมาประดับกรงนกสีขาวสูงเท่าตึก 1 ชั้น มีนกหายากสีสวยอยู่ข้างในนั้น 2 ตัว
“เบิร์ดออฟพาราไดซ์ (Bird of Paradise) มันคือนกที่สวยที่สุด”
เจ้าของบ้านชี้ชมพร้อมอธิบาย อือ… หน้าตาแบบนี้นี่เอง เคยได้ยินแต่ชื่อดอกไม้ มันก็คล้ายๆ เจ้านกนี่เอง… ห่างออกไปไม่ไกลเป็นที่อยู่ของหงส์สีขาวที่นั่งเชิดคอยาวระหงดูสง่างามราวเจ้าหญิงในเทพนิยาย มันมาจากไหนไม่รู้ แต่มันก็มีที่อยู่กว้างขวางในบ้านที่ปลอดภัยพร้อมกับอาหารที่ทำให้มันไม่อดตาย นี่ถ้ามีมังกรขายคงซื้อมาอยู่คู่กับหงส์ตัวนี้เป็นแน่ ฉันแอบคิดขำๆ… เมื่อการแสดงบนเวทีจบลงความอร่อยของโต๊ะจีนก็กำลังจะเริ่มขึ้น กลิ่นหอมของอาหารจีนทำใหม่ๆ โชยมาจากหลังบ้านฉันเสพย์มันเข้าไปในความรู้สึก มองไปรอบบ้านซึมซับบรรยากาศของความรื่นรมย์และรื่นเริงก่อนเดินจากไป… พวกเขาทำบุญด้วยอะไรกันนะ? ฉันแอบคิด
ใกล้จะตีสองแล้ว รถที่สีเกดขับแล่นพาฉันกลับบ้าน อากาศเย็นลง ฉันลดกระจกลงดมกลิ่นฤดูหนาว ความโรแมนติกที่ไร้ความปรานีสำหรับคนไร้คู่และไร้ที่อยู่ มองไปตามท้องถนนที่เงียบเชียบ ผ่านตึกรามบ้านช่องที่อยู่ติดถนน คนไร้บ้านนอนขดเรียงรายไร้ผ้าห่มอยู่หน้าตึกเก่าๆ… ชาติที่แล้วเขาไปทำอะไรมานะ? ฉันแอบคิด
ใกล้จะตีสองแล้ว… แต่พวกเรายังเดินเตร็ดเตร่หาของอร่อยฆ่าเวลาและความอยาก เยาวราชที่ที่ผู้คนที่ยังไม่อิ่มและไม่ง่วงหาของอร่อยใส่ท้องอย่างไม่สนใจเวลา แม่ค้าพ่อค้ารถเข็นผลไม้นอกเร่งเวลากลับบ้านด้วยการลดราคาสินค้า ยังมีเวลาเหลืออีกพวกเขาจึงยืนรอลูกค้าด้วยความหวังว่าวันนี้จะขายหมด เด็กขายพวงมาลัยเดินหน้ามุ่ยไปตามร้านข้างถนนเมื่อการขายไม่เป็นดังใจ พอๆ กับเด็กขายขนม ขอทานและคนพิการที่รอคอยความสงสารและฝากความหวังไว้กับลูกค้าที่กำลังอิ่ม อิ่มแล้วคงอารมณ์ดีกว่าตอนหิว… แต่อารมณ์ดีก็ไม่ได้แปลว่าใจดี ดังนั้นการปฏิเสธจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งคืน …
เด็กขายพวงมาลัยคนเดิมที่ถือกระจาดพวงมาลัยมาขายสลับกับอุ้มน้องชายมาขอเงินจากลูกค้าขาจรและขาประจำกำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวกับปลาทอดที่เหลือจากพ่อค้าใจดีที่แบ่งให้ได้อิ่มไปอีกวัน เขาตักใส่ปากตัวเองสลับกับป้อนน้อง มีรอยยิ้มเปื้อนหน้าและดวงตา… พวกเราแอบมอง…
ภาพผู้คนและเด็กน้อยที่เผชิญหน้ากับความหิวโหยและความยากจนท่ามกลางความล้นเหลือของคนต่างชนชั้นถูกจับมาเปรียบเทียบกันในสมองของฉัน…
ชาตินี้หรือชาติไหนไม่สำคัญ แต่… คนในสภากำลังทำอะไรอยู่นะ? ฉันแอบคิด สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ก็ไม่ได้หมายความว่าประชาชนต้องมีชีวิตตามยถากรรมใช่ไหม?
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



