
เยี่ยม"บ้านทุ่งขาม"หมู่บ้านพอเพียงต้นแบบเกษตรยั่งยืนที่เมืองรถม้า
"ผักปลอดปลอดสารพิษ คิดพัฒนา พึ่งพาตนเอง เน้นศิลปวัฒนธรรม" นี่คือคำขวัญของบ้านทุ่งขาม อ.เกาะคา จ.ลำปาง จนได้รับรางวัลหมู่บ้าน "เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง" แห่งเดียวของลำปาง แต่กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเช่นทุกวันนี้ ก็เพราะการน้อมนำเอาพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของพระ
มาใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ประชาชนชาวไทยเกิดความเป็นอยู่ แบบพอเพียง แต่ชาวบ้านทุ่งขาม หมู่ 6 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งอยู่ห่างจากตัว อ.เกาะคา เพียง 15 กิโลเมตร มีประชากร 570 คน 161 หลังคาเรือน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร เนื่องจากมีสภาพพื้นที่อุดมสมบูรณ์ โดยมีลำน้ำแม่ยาว เป็นสายน้ำหลัก หล่อเลี้ยงชีวิตคนในหมูบ้านแห่งนี้ ลักษณะภูมิประเทศโดยรอบเป็นป่าเขาและพื้นราบลุ่ม เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ดินดำ เหมาะต่อการทำอาชีพเกษตรกรรมอย่างดียิ่ง
ชีวิตของคนที่นี่ทุกครัวเรือนอยู่กันอย่างแบบพอเพียง เดิมเคยทำอาชีพรับจ้างทำไร่อ้อย ปลูกลำไย สวนส้ม และทำไร่ยาสูบ แต่เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงในการกำจัดศัตรูพืช จนคนบ้านทุ่งขามได้เลิกทำอาชีพนี้ ก่อนจะหันมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ด้วยการทำไร่นาสวนผสมและเลิกใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืชไปโดยปริยาย จนทุกคนหันมาประกอบอาชีพเกษตรแบบพอเพียง พึ่งตนเอง ยึดหลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือพออยู่ พอกิน อย่างพอเพียง และเหลือเก็บ
จากอดีตที่ผ่านมาคนในหมู่บ้านต้องกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนทำอาชีพ แต่พอเปลี่ยนมายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำไร่นาสวนผสมแบบพอเพียง คือไม่ต้องลงทุนมากแต่ได้ผลผลิตที่ดี พอกิน พอใช้ในครัวเรือนและเหลือก็ขายได้ ได้เงินมาก็เก็บออม ทุกวันนี้คนบ้านทุ่งขามไม่มีหนี้สินอีกแล้ว หรือที่เคยมีหนี้มากก็เหลือน้อย พูดง่ายๆ คือ ชาวบ้านทุ่งขามแทบจะไม่มีหนี้อีกแล้ว แต่ที่น่าดีใจคือคนบ้านทุ่งขามกลับมีเงินออมมากขึ้น
ประหยัด สิงห์ชัย ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งขามบอกว่า ปัจจุบันทุกครัวเรือนในหมู่บ้านจะมีแปลงปลูกผักสวนครัวเกือบทุกชนิด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา อยู่ภายในบ้าน แต่ละวันแทบจะไม่มีรายจ่าย ไม่ต้องซื้ออาหารหรือแม้แต่ข้าว เพราะบ้านแต่ละหลังมีหมดทุกอย่าง และยังพอกินพอใช้ เหลือก็ขายให้พ่อค้าแม่ค้าได้เงินอีกต่างหาก ทำให้ทุกวันนี้ชาวทุ่งขามมีกินมีใช้ และมีเก็บ มีชีวิตที่ดี มีสภาพแวดล้อมที่ดี
ขณะที่ พงศธร บุญสร้อย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งขาม กล่าวเสริมว่า เดิมเป็นคน จ.พะเยา แต่มาแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่บ้านทุ่งขามกว่า 10 ปี โดยได้ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรแบบพอเพียง โดยใช้พื้นที่บริเวณกว่าไร่เศษ ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว หลังบ้านก็ทำนา ทั้งนาปีและนาปรัง จากครอบครัวที่ยากจน มีหนี้มีสิน ปัจจุบันสมาชิกครอบครัว 6 คน คือ พ่อแม่ ลูกและหลาน
แต่ก่อนเคยมีหนี้สิน ต้องออกไปรับจ้างหาเงินนอกบ้าน แต่ขณะนี้ไม่ต้องออกไปหางานทำนอกบ้านแล้ว หลังจากที่ทำเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง แทบไม่ต้องซื้ออะไรในแต่ละวัน กลับมีรายรับเกือบวันละ 200 บาท จากการขายพืชผักที่ปลูกไว้ในบ้าน ขายหมู ขายไก่และขายวัว ก็มีรายรับเพิ่ม และเก็บออม และบอกได้เลยว่าไม่มีหนี้แต่กลับมีเงินเก็บ อยากจะบอกว่าคนที่บ้านทุ่งขามมีความภูมิใจและสุขใจที่มีชีวิตอย่างพอเพียงเช่นทุกวันนี้
"พวกเราภูมิใจที่ได้ยึดถือแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแนะนำไว้ และเมื่อนำปฏิบัติตาม ก็ทำให้ชีวิตครอบครัวมีความพอเพียง มีกิน มีใช้ เหลือก็ขาย และมีเงินออม" พงศธร เผยความรู้สึก
ด้าน ชัยณรงค์ กาฬมณี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า บ้านทุ่งขาม ได้รับการประกาศให้ชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติระดับจังหวัด เนื่องในโอกาส 60 พรรษา แห่งการบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งบ้านทุ่งขามมีปัจจัยและองค์ประกอบสำคัญ คือ ชาวบ้านที่นี่มีความรักความสามัคคีในการประกอบอาชีพทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยน้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ สามารถทำให้ชีวิตครอบครัวและชุมชนอยู่ได้อย่างมีความสุข มีอาชีพ มีรายได้ และมีการออม ที่สำคัญคือหลักการดังกล่าวนี้มีความสมบูรณ์มาก ทุกครัวเรือนจะดำเนินการในพื้นที่ของตนเองทั้งสิ้น และทำแผนชุมชนรวม โดยการเปิดพื้นที่กลางของหมู่บ้านในการทำแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาอีกด้วย
พืชผลทางการเกษตรในแปลงรวมนี้ นอกจากจะทำรายได้เพิ่ม ส่วนหนึ่งจะถูกนำเข้าเป็นกองทุนของหมู่บ้าน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้ชุมชนในด้านต่างๆ ตามความตกลงของชาวบ้านอีกต่างหาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมอบรางวัลให้หมู่บ้านทุ่งขามจำนวน 150,000 บาท เพื่อต่อยอดโครงการและเป็นการสร้างจิตสำนึกร่วมให้แก่ชาวบ้านทุ่งขาม หรือหมู่บ้านอื่นๆ ได้ตระหนักถึงการทำอาชีพการเกษตรโดยยึดหลักแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ และน้อมนำไปปฏิบัติ
ทั้งนี้ สามารถทำให้เกษตรกรดำรงชีพอยู่ได้โดยพึ่งตนเองเป็นสำคัญ สร้างสุขได้ทั้งในครอบครัวและในชุมชน เพราะเกษตรทฤษฎีใหม่จะไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด แต่จะเป็นการรักษาระบบนิเวศ และป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ประการสำคัญก็คือ การทำเกษตรโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ รักษาสภาพแวดล้อม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอีกด้วย
ประทีป นันทะผาบ



