ไลฟ์สไตล์

แลกคืนแบตเตอรี่เก่า-เติมไฟแช็ก
ต้นร่างความคิดชุบชีวิตโลกสีเขียว

แลกคืนแบตเตอรี่เก่า-เติมไฟแช็ก ต้นร่างความคิดชุบชีวิตโลกสีเขียว

09 ม.ค. 2554

ทีมนักศึกษาสาขาวิศวกรรมการผลิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น มีความคิดใหม่เพื่อช่วยโลกรอดพ้นจากมลพิษตกค้างจากสารพิษในแบตเตอรี่ก้อนเล็กก้อนน้อยที่ใช้แล้วทิ้งกันเกลื่อนกลาดเรี่ยราด

แทนที่จะอาศัยแนวคิดแบบจิตอาสา ประเภทวางกล่องรับทิ้งไว้ตามห้างแล้วคาดหวังว่านจะพกแบตเตอรี่มาใส่กล่องด้วยตัวเองคงลำบาก แต่ถ้าเปิดเป็นบริการขายแบตเตอรี่ใหม่พร้อมรับคืนโดยเลือกสถานที่อย่างร้านสะดวกซื้อที่ผู้บริโภคใช้บริการกันอยู่แล้วเป็นประจำเป็นที่จำหน่ายแบตใหม่ พร้อมรับคืนแบตเก่าน่าจะได้ผลกว่า

 อธิภัทร วรรธอนันตชัย ร่วมกับ ธีรวัส วงศ์จิตตาโภค และไกรนันท์ ซีตันติเวช เพื่อนร่วมทีม ส่งแนวคิดรูปแบบบริการพลังงานสีเขียว (Eco-Batt-Service) ร่วมประกวดโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศเศรษฐกิจแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3 หรือ อีโคดีไซน์ 2010 ในหัวข้อ “ลดโลกร้อนด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ชิงโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัลรวมกว่า 4 แสนบาท จัดโดยเครือข่ายการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ภายใต้การดูแลของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค)

 พวกเขา มองว่า แบตเตอรี่ใช้งานจนหมดกระแสไฟฟ้าแล้ว ผู้ใช้สามารถนำกลับมาส่งคืนที่ร้านสะดวกซื้อ โดยทางร้านจะให้บริการถ่านก้อนใหม่ในราคาเดิม และนำส่งถ่านก้อนที่ใช้งานแล้วกลับไปยังศูนย์เก็บสินค้าของตน เพื่อเปลี่ยนสารเคมีภายในและประจุพลังงานเข้าไปใหม่ เสร็จแล้วค่อยส่งกลับมาจำหน่ายที่หน้าร้านหมุนเวียนเป็นระบบ

 ระบบดังกล่าวจะช่วยลดการบริโภคถ่านชนิดใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งสิ้นเปลืองวัตถุดิบและพลังงานที่ใช้ในการผลิตถ่านใหม่ รวมถึงลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตถ่าน และกระบวนการกำจัดถ่านที่ผิดวิธีซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

 กลุ่มเป้าหมายสำหรับบริการสีเขียวดังกล่าว พวกเขาหวังเป็นผู้ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องซื้อถ่านแบบใช้งานครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นประจำ รวมถึงนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ ที่ต้องการความสะดวกในการเติมพลังงานให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังมีอุปกรณ์เติมพลังงานจากถ่านชาร์จไปสู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย

 “แบตเตอรี่ที่พวกเราคิด ผู้บริโภคไม่สามารถนำไปชาร์จเองได้ต้องส่งกลับมาให้ร้านสะดวกซื้อประจุไฟใหม่เท่านั้นด้วยเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อป้องกันปัญหาลูกค้าไม่ส่งคืนถ่านชาร์จที่ใช้งานหมดแล้วจนเกิดเป็นขยะรายวันเหมือนอย่างเดิมนั่นเอง” ตัวแทนผู้พัฒนาบริการ อีโค-แบต-เซอร์วิส (Eco-Batt-Service) กล่าว

 แรงจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการคืนแบตเตอรี่เก่าคือ ราคาที่ถูกกว่าแบตเตอรี่ประเภทใช้แล้วทิ้งทั่วไป ดดยจำหน่ายเพียงก้อนละ 10-20 บาท นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ประกบเป็นแบตเตอรี่ยังเลือกวัสดุประเภทที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ โดยผู้ซื้อต้องจ่ายเงินมัดจำครั้งแรกจำนวน 100 บาท พร้อมรับบัตรการ์ดสำหรับซื้อถ่านชาร์จมาเก็บไว้ที่ตัว และนำไปซื้อถ่านชาร์ตเพื่อใช้งานในราคาถูก

 อีกไอเดียชุบชีวิตโลกสีเขียวเป็นผลงานความคิดออกแบบ ไฟแช็กใช้แล้วส่งคืน หรืออีโคไลท์เตอร์ (EcoLightter) ของอัสวัน สุภัควนิช และเพื่อนนักศึกษาสาขาวิศวกรรมการผลิต สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น รูปแบบความคิดคล้ายกับโมเดลบริการพลังงานสีเขียว แต่ต่างกันตรงที่เป็นระบบเติมก๊าซให้ไฟแช็ก

 “ระบบที่พัฒนาขึ้นไม่ได้ต้องการส่งเสริมให้เกิดการสูบบุหรี่มากขึ้น แต่ต้องการสร้างความตระหนักกับผู้บริโภคในด้านการลดปริมาณขยะที่เกิดจากมือของเขาเองในแต่ละวัน และให้เขาได้มีส่วนร่วมในการลดโลกร้อนด้วยตนเองด้วย” มยุรีกล่าวเสริม

  ระบบดังกล่าวออกแบบให้มีหน้าร้านเป็นร้านสะดวกซื้อเช่นเดียวกับการจำหน่ายถ่านชาร์จ ซึ่งผู้ซื้อต้องจ่ายเงินมัดจำผลิตภัณฑ์ไฟแช็กในครั้งแรกที่ราคาแพงกว่าราคาซื้อจริง และสามารถนำไฟแช็กชิ้นเดิมกลับมาเปลี่ยนคืนเป็นอันใหม่ในราคาประหยัด

 "ข้อดีของระบบแบบนี้จะทำให้ลดการผลิตภาชนะบรรจุภัณฑ์ของไฟแช็กแบบใช้ได้ครั้งเดียว รวมถึงลดก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1147.41 กิโลกรัมต่อปีในกรณีที่มีคนใช้ไฟแช็ก 20 ล้านอัน” เจ้าของผลงานอีโคไลท์เตอร์กล่าว

 ผลงาน อีโค-แบต-เซอร์วิส ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมกับเงินรางวัล 3 หมื่นบาท ส่วนอีโคไลท์เตอร์ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ในประเภทเดียวกัน ได้รับเงินรางวัล 1.5 หมื่นบาท

กานต์ดา บุญเถื่อน