ไลฟ์สไตล์

จิ๋วเรนเจอร์ฝันที่เป็นจริงปลุกจิตอาสา

จิ๋วเรนเจอร์ฝันที่เป็นจริงปลุกจิตอาสา

08 ม.ค. 2554

คงเป็นความใฝ่ฝันของเด็กไทย(เกือบทุกคน) ในความอยากจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่เคยเห็นกันชินตาในจอทีวีหรือภาพยนตร์ที่เกิดมาเพื่อพิทักษ์โลก

 จินตนาการดังกล่าวได้ถูกตีแผ่ออกมาจาก "วิทเยนทร์ มุตตามระ" เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปลุกกระแส “จิตอาสา” ของเยาวชนไทยในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554  

 จากภาพยนตร์ยอดฮิตติดปากวัยโจ๋ที่กระชากเงินบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองหลุดจากกระเป๋า แลกมาซึ่งตุ๊กตุ่น "เพาเวอร์ เรนเจอร์" สุดฮอต

 กลายมาเป็น “จิ๋วเรนเจอร์ : อาสาจิ๋วพิทักษ์สังคม” โครงการเล็กๆ ไอเดียบรรเจิด สอดรับคำขวัญวันเด็กปี 54 “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ” ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 จุดก่อเกิด “จิ๋วเรนเจอร์” ที่มีชีวิตจริงๆ มาจากกลุ่มเยาวชน 54 คน ที่ปกติทำหน้าที่ “ตำรวจจิ๋ว” อยู่ที่โครงการเอื้ออาทร คู้บอน เขตบางเขน

 ไม่ว่าเกิดเหตุไฟไหม้ อุบัติเหตุ มีคนแปลกหน้าเข้ามาในชุมชน แข่งรถซิ่งของเด็กแว้นและสก๊อย พบเห็นคนดมกาว ดื่มเหล้า เสพยาเสพติด ผัวเมียทะเลาะกัน เปิดเพลงเสียงดัง ฯลฯ เยาวชนกลุ่มนี้ก็จะทำหน้าที่ส่งข่าวสารไปยังตำรวจบ้านอีกทีหนึ่ง

 ด้วยความที่มี “จิตอาสา” ความดีที่ทำก็พัดพาเด็กเหล่านี้ได้สัมผัสภารกิจใหญ่หลวงในงานวันเด็กแห่งชาติ 8 มกราคม 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล

 ไม่เพียงเยาวชนทั้ง 54 คนจะได้รับการฝึกฝนจากตำรวจบ้านในชุมชนของตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขายังได้รับการฝึกการปฏิบัติหน้าที่จากทีมตำรวจสันติบาลของทำเนียบ

 ผู้ที่มีทักษะหน่วยก้านดีจะได้รับคัดเลือกขึ้นมา 6 คน ทำหน้าที่อารักขานายกรัฐมนตรี ตลอดเวลาที่นายกฯ ปฏิบัติภารกิจในทำเนียบตลอดวันเด็ก

 "รู้สึกดีใจมากครับที่มีการชวนให้เข้าร่วมโครงการนี้ และยังได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าชุดในงานนี้อีกด้วย" น้องโอ๊ต หรือ “สายฟ้า วงศ์เกลี้ยง” อายุ 14 ปี ซึ่งได้รับภารกิจ “หัวหน้าทีมจิ๋วเรนเจอร์” กล่าวอย่างตื่นเต้น

 ต้องยอมรับว่าอิทธิพลการ์ตูนแนวพิทักษ์โลกนั้น เป็นขวัญใจของเด็กๆ มาทุกยุคสมัย ปรับเปลี่ยนตัวละครกันไป ที่ไม่เปลี่ยนคือเด็กทุกคนใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้เป็นผู้พิทักษ์โลกบ้าง

 “ถ้าผมแปลงร่างเป็นผู้พิทักษ์โลกได้จริง ก็อยากจะช่วยดูแลความปลอดภัยในสังคม เพื่อให้บ้านเมืองเรามีแต่คนดีๆ ไม่ให้มีโจร เพราะสมัยนี้มีโจรเยอะ"

 แต่สิ่งที่หนุ่มน้อยวัย 14 ผู้นี้ ห่วงใยไม่น้อยคือเรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะในชุมชนต่างๆ

 "ผมจะไม่ให้มีการค้ายาเสพติด ผมจะปราบให้หมด ผมรู้ว่านี่คือปัญหาใหญ่ เพราะผมเห็นปัญหานี้เยอะ อย่างมีเพื่อนสูบบุหรี่เราก็คอยเตือนเพื่อนว่าอย่าไปสูบ อย่าไปยุ่งกับมัน”

 กับภารกิจที่ต้องเดินประกบดูแลความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี ซึ่ง "น้องโอ๊ต" บอกว่า รู้สึกภาคภูมิใจมากกับหน้าที่นี้ "เคยดูการ์ดนายกฯจากในทีวี มั่นใจว่าตัวเองจะต้องทำหน้าที่ได้แน่นอน"

 นอกจากภารกิจดูแลนายกฯ แล้ว “น้องโอ๊ต” ยังต้องดูแลน้องๆ ในทีม และต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานวันเด็กที่ทำเนียบด้วย

 "ผมก็อยากจะเชิญชวนทุกคนมาทำความดี เพื่อให้สังคมเรามีความสุขมากขึ้น" คำวิงวอนของเด็กสะท้อนสิ่งดีงามในสังคมที่ผู้ใหญ่หลายคนต้องม้วนอาย

 เมื่อได้รับคัดเลือกให้มาเป็นตัวแทนแล้ว การฝึกฝนกับภารกิจสำคัญของผู้พิทักษ์น้อยนั้นจะละเลยเสียมิได้ "ธรรมสรณ์ สวนพุฒ" หรือน้องไอซ์ เด็กตัวสูงใหญ่ วัย 13 ปี เล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า

 "ความมีระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องฝึกเรื่องการเข้าแถว ซ้ายหัน ขวาหัน กลับหลังหัน ตามระเบียบพัก อย่างพร้อมเพรียง"

 และที่สำคัญคือจะถูกสอนให้รู้จัก “ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน” โดยเริ่มต้นง่ายๆ จากการช่วยเหลือเพื่อน คุณครูและพ่อแม่ของเรา  

 “ชีวิตจริงผมเป็นตำรวจจิ๋วในโครงการเอื้ออาทรคู้บอนอยู่แล้ว มีหน้าที่ดูแลชุมชน คอยเป็นหูเป็นตาให้ผู้ใหญ่ ครั้งหนึ่งเคยมีไฟไหม้ในชุมชน ผมก็ไปบอกยาม (เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย) ว่ามีไฟไหม้ ให้เขาแจ้งความอีกที”

 โลกแห่งความเท่าเทียมส่งผลให้ซูเปอร์ฮีโร่ของเราไม่ใช่จะมีเพียงเฉพาะผู้ชายที่จะอยู่ในทีมอารักขานายกรัฐมนตรีเท่านั้น

 ผู้หญิงเก่งอย่าง "ปิยธิดา วาณิชพงษ์" หรือน้องป๊อป สาวน้อยผมทรงเกาหลี วัย 12 ปี ก็เป็นอีกหนึ่งที่ได้รับเลือกเข้าร่วมทีม "จิ๋วเรนเจอร์" ด้วย

 "หนูอยากเป็นตำรวจอยู่แล้ว เมื่อได้รับมอบหมายให้ติดตามนายกฯ จึงรู้สึกดีใจมาก" นอกเหนือความดีใจ เธอยังแสดงความพร้อมด้วยการสวมรองเท้าคอมแบท อย่างทะมัดทะแมง

 เธอเล่าว่า พ่อแม่เป็นผู้ที่สนับสนุนชักชวนให้เข้ามาเป็น "จิ๋วเรนเจอร์" ซึ่งเธอก็ตัดสินใจไม่นานที่จะตอบรับเพราะชอบอยู่แล้ว เนื่องจาก “เท่ดี” และการเป็นจิ๋วเรนเจอร์ก็ได้ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะได้ความรู้มากขึ้น ทั้งความเป็นระเบียบ และรู้จักกฎจราจร

 “ถ้าหนูเป็นฮีโร่ได้จริง หนูอยากจะดูแลเรื่องความสะอาด เพราะตอนนี้เดินไปทางไหนก็จะเห็นแต่ขยะ ในฐานะจิ๋วเรนเจอร์ ต่อจากนี้ไปเห็นขยะที่ไหนก็จะเก็บไปใส่ถังขยะ และถ้าเด็กทั้งประเทศช่วยดูแลความสะอาด ประเทศไทยก็คงจะสะอาดขึ้นแน่นอน” เรนเจอร์สาวคนนี้คมไม่ใช่เล่น

 เช่นเดียวกับสาวน้อยวัย 10 ขวบสวมแว่นตาอย่างน้องไอย์ หรือ "ไอยราภรณ์ คะเชนทร์ชาติ" ที่สารภาพเสียงเบาๆ ว่า "หนูไม่เคยดูการ์ตูนขบวนการพิทักษ์โลกเลย"

 แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคต่อการทำงาน เธอยืนยันว่า เมื่อได้รับมอบหมายงานนี้แล้วก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 "การช่วยเหลือคน ไม่จำเป็นที่ต้องได้รับสิ่งตอบแทนอะไร และก็ไม่เคยน้อยใจที่ไม่มีอะไรตอบแทนด้วย"

 สาวน้อยชื่อไพเราะ “ไอยราภรณ์” พูดไปยิ้มไปอีกว่า "ถ้าหนูเป็นผู้พิทักษ์ประเทศได้จริงก็จะอาสาดูแลด้านการบ้านการเมือง" พร้อมกับบอกเหตุผลที่ผู้ใหญ่ต้องฟังว่า

 "เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยชอบการเมือง และตอนนี้การเมืองก็มีปัญหาความขัดแย้ง หนูเห็นแล้วไม่ชอบให้มีความขัดแย้ง ไม่ชอบให้ผู้ใหญ่ทะเลาะกัน"

 คำพูดสั้นๆ เรียบๆ ง่ายๆ ที่ไร้เล่ห์เหลี่ยม แต่แหลมคมด้วยความหมาย ทำเอาคนหัวดำหัวหงอกถึงกับสำลักให้เห็นก่อนแนบท้ายสั่งลา

 “ถ้าหนูบอกผู้ใหญ่ได้หนูอยากให้หันหน้ามาคุยกัน ไม่ทะเลาะกัน เพราะถ้าไม่ทะเลาะกันบ้านเมืองก็จะดีขึ้น นักเรียนอย่างหนูก็จะได้ไม่ต้องหยุดโรงเรียนบ่อยๆ”

จีรพงศ์ ประเสริฐพลกรัง