
ตัวอย่าง2โครงการสำเร็จจากแฟนอยู่สบายและแต่งร้านให้ได้ล้าน
สวัสดีปีใหม่สำหรับแฟนๆ แต่งร้านให้ได้ล้าน คอลัมน์ยอดฮิตที่ควงคู่ไปกับรายการอยู่สบาย รายการสำหรับคนรักบ้าน ทางเนชั่นแชนแนลที่กลุ่มผู้ชมจะสามารถอ่านคอลัมน์นี้ประกอบกันไปด้วย และพร้อมกับการปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้อ่านและผู้ชมในความเข้าใจและใช้การออกแบบมาป
โครงการแรก เป็นการปรับปรุงตึกเก่าที่ทรุดโทรมแล้วนำมาสร้างสรรค์โครงการใหม่ ซึ่งปัจจัยแรกที่ถือว่าดีอยู่แล้ว คือทำเลอยู่ติดทะเล เจ้าของโครงการเข้าไปซื้อตึกเก่าแล้วนำมาปรับปรุงใหม่ โดยมีทีมงาน “อยู่สบาย” เป็นผู้ให้คำปรึกษา และดำเนินการออกแบบจนสำเร็จ
“แฟนนารี บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา เขาหลัก” ที่ตั้งอยู่บริเวณที่เคยโดนสึนามิมาก่อน รูปแบบอาคารเดิมไม่น่าสนใจทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และการตกแต่งภายใน แต่เมื่อปรับปรุงใหม่ทำให้เกิดการขยายฐานลูกค้ากว้างขวางขึ้น และเสริมสร้างทำเลที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีก ด้วยการปรับเปลี่ยนโทนสีบรรยากาศภายในห้อง ตลอดจนการขยับพื้นที่ภายใน การออกแบบรูปลักษณ์ในแนวศิลปะตะวันออก และอารมณ์สัมผัสทะเลด้วยเส้นสายการบันทึกความงามจากศิลปะริมทะเล ทิวมะพร้าวชายหาด และประภาคาร
ทางโครงการและผู้ออกแบบพยายามสร้างแกนงานขึ้นมาเพื่อเป็นแลนด์มาร์ค คือ ประภาคาร “FANARI” เป็นชื่อโครงการที่มีเอกลักษณ์เป็นจุดเด่นและเป็นการเล่าเรื่องราวในโครงการให้เป็นเอกภาพ การออกแบบพยายามผูกเรื่องราวท้องถิ่นเข้ามาประยุกต์ทั้งพื้นที่ภายใน และการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ โดยนำหัตถกรรม ประเพณีของชาวพังงามาประยุกต์ เช่น ลายทอผ้า การย้อมสีผ้า ลายหัตถกรรมการสานเครื่องมือหาปลาของชาวประมง มาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งรายละเอียด
การออกแบบพื้นที่ให้สูงโปร่งเพื่อสร้างชั้นลอยเสมือนบ้านของชุมชนปักษ์ใต้ย่านตลาดการค้าเก่า แล้วจำลองให้เป็นห้องพักที่มีเรือนชั้นลอย ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าในการขยายความสูงของห้องเพิ่มขึ้นนั่นเอง
ค่าห้องพักหลังจากการปรับปรุงตกแต่ง ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 3-4 เท่า เป็นอีกโครงการที่ประสบความสำเร็จมากๆ ครับ
โครงการที่ 2 “เดอะบลูอีโค่ เรซซิเดนท์ ต.กะตะ อ.เมือง จ.ภูเก็ต” เป็นโครงการที่พักอาศัยขนาดเล็ก 36 ห้อง หลังจากเปิดโครงการห้องพักเต็มมาตลอดอย่างน่าตื่นเต้นครับ การลงทุนก็ไม่มากเกินไป เจ้าของโครงการเป็นแฟนรายการประจำเหนียวแน่นมากและมาเข้าร่วมสัมมนากับรายการอยู่สบายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
การออกแบบมีความงดงามและสอดคล้องกันทั้งโครงการภายใต้แนวคิดการประหยัดพลังงาน “บลูอีโค่” ประหยัดพลังงานเพื่อโลกสีฟ้า โดยแนวคิดในการประหยัดพลังงานทำด้วยหลักคิดง่ายๆ ดังนี้
1.การออกแบบโดยใช้งานระบบขนาดเบา แยกอิสระดูแลรักษาง่าย ลดทอนการใช้ระบบใหญ่ที่ต้นทุนสูง เช่นระบบปรับอากาศ ตลอดจนการโชว์งานระบบโดยไม่ปิดทับเพื่อประหยัดงานฝ้าเพดานแต่เดินระบบให้สวยงาม
2.การออกแบบเพื่อให้การบริหารง่าย ใช้คนน้อยแต่มีความคุ้มค่าที่สุด สามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ ลดทอนในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ลดพื้นที่สิ้นเปลื้องแต่เพิ่มพื้นที่ประโยชน์สูงสุด
3.การออกแบบด้วยการใช้วัสดุประหยัดแต่มีรสนิยม ราคาไม่สูงแต่ดูสูงค่าด้วยการออกแบบ การจัดกลุ่มสี การเลือกวัสดุที่เข้ากัน แมชชิ่งกัน โดยสามารถทำให้ห้องมีราคาขึ้น และสามารถทำราคาได้ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง High Season แม้มีคู่แข่งแต่การลงทุนในงบประมาณไม่มาก ก็สามารถเป็นตัวเปรียบที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
บรรยากาศการออกแบบนำความประทับใจของเส้นขอบฟ้าชายหาดกะตะ ประกอบด้วย ต้นตาลโตนด หาดทรายขาว มาบันทึกอยู่ในการตกแต่งในแต่ละห้องพัก มีการจัดผังแบบไฮแลนด์เกาะกลาง และแบบชิดผนังด้วยการตกแต่งผนังแบบต่างๆ ตามเส้นสายที่จินตนาการจากเส้นขอบฟ้าหาดกะตะ พยายามใช้วัสดุแบบประหยัดแต่คงคุณค่าทางศิลปะมากที่สุด
เดอะบลูอีโค่ เรซซิเดนท์ แม้ไม่ติดทะเล ทำเลอาจไม่ใช่ A+ แต่ก็สามารถสร้างจุดขายด้วยดีไซน์ เพิ่มมูลค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ เป็นตัวอย่างของการตกแต่งอย่างมีวิสัยทัศน์ของโครงการ
ทั้ง 2 โครงการเป็นสุดยอดของการพัฒนาธุรกิจจากความคิดสร้างสรรค์ และเข้าร่วมสัมมนากับรายการอยู่สบาย เป็นอีกหลักฐานความสำเร็จที่เล่าอย่างไรก็ไม่หมดต้องมาฟังกันเอาเองครับ โดยมี 2 โปรแกรม คือ
โปรแกรมที่ 1 ในงานสัมมนา “ค้นหาโอกาสธุรกิจด้วยดีไซน์” SMEs ณ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2554
โปรแกรมที่ 2 ในงานสัมมนา หัวข้อ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” ตอน “สร้างสรรค์ธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทแนวใหม่แห่งอนาคต” ในระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2554 ณ ชาลเลนเจอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี
สามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่โทร 0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433 รับจำนวนจำกัดนะครับ
อ. เอกพงษ์ ตรีตรง
www.ideal1group.com



