ไลฟ์สไตล์

 “เรือนขวัญจิตต์”ของขวัญปีใหม่แด่“ชาวคนรักบ้าน”(2)

“เรือนขวัญจิตต์”ของขวัญปีใหม่แด่“ชาวคนรักบ้าน”(2)

08 ม.ค. 2554

สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน ก็ขอให้สุข สดชื่นสมหวังไปตลอดปีเถาะนี้ครับ คิดสิ่งไหนขอให้สมความปรารถนา ไม่เจ็บ ไม่จน มีความสุขกับวิถีชีวิตที่ “งามง่าย” และ “พอเพียง” ซึ่งความ “พอเพียง” ของแต่ละท่านนั้นไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสถานภาพทางสังคมครับ เพราะความ “พอเพ

 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดถึงของขวัญปีใหม่ที่ผมตั้งใจ และเต็มใจจะมอบให้ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศ ซึ่งผมได้ตั้งใจแน่วแน่ว่าปีเถาะปีนี้แหละครับผมจะทำการเผยแพร่ “บ้านมวลชนไม่บาน” ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก (อันอาจจะเป็นทางรอด) ของการก่อสร้างบ้านเรือนในอนาคต ซึ่งผมได้เรียนให้แฟนๆ ได้ทราบตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วว่ากระบวนการออกแบบและกระบวนการก่อสร้าง “เรือนขวัญจิตต์” นั้น เป็นผลมาจากคาถา “เยธัมมาฯ” คือ “ธรรมใดเกิดแก่เหตุ”

 “เหตุ” คือ ครั้งเมื่อเกิดคลื่นยักษ์ “สึนามิ” ทำให้อาคารบ้านเรือนนับหมื่นหลังถูกทำลายลงไปในชั่วพริบตา อีกทั้งยังทำให้คนนับแสนไร้ซึ่งที่พักพิงพึ่งพา   จากโศกนาฏกรรมครั้งนั้นผมได้รับการร้องขอจากผู้ใหญ่ของประเทศท่านหนึ่ง โดยท่านได้ให้โจทย์ผมมา 5 ข้อ คือ ข้อ 1 ต้องสร้างได้ง่ายและรวดเร็ว คือจะต้องสร้างเสร็จภายใน 1 เดือนกว่าๆ ข้อ 2 ต้องมีความแข็งแรงทางวิศวกรรมหากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น  สึนามิ, พายุโซนร้อน, น้ำท่วมฉับพลัน, รวมทั้งแผ่นดินไหว (ที่ไม่รุนแรงมากนัก) ขึ้นมาอีก จะต้องยืนหยัดสามารถต่อกรกับวิกฤติการณ์ทางธรรมชาตินี้ได้ หรือหากเสียหายก็ให้เสียหายน้อยที่สุด และ ข้อ 3 ต้องมีราคาประหยัดอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนบาท

 ข้อ 4 ต้องมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม เพราะจะต้องฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่เสียหาย หากสร้างเสร็จไม่สวยงามแล้วบรรดาผู้คนที่ได้รับความเสียหายก็คงไม่อยากอพยพย้ายกลับเข้าไปอยู่อาศัย ส่วน ข้อ 5 ต้องเป็นอาคารบ้านเรือนที่ประหยัดพลังงาน ต้องสามารถคุ้มแดดคุ้มฝน อยู่เย็นเป็นสุขและไม่ร้อน ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี นอกจากจะเกิด “สึนามิ” แล้ว ก็ยังเกิดวิกฤติการณ์ทางธรรมชาติขึ้นอีกหลายประการ เช่น พายุโซนร้อน น้ำท่วมฉับพลัน รวมทั้งภัยอันอาจจะเกิดจากแผ่นดินไหวในอนาคต 

 ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้โจทย์ในการออกแบบและก่อสร้าง “เรือนขวัญจิตต์” ของผมยากมากยิ่งขึ้น เพราะจะต้องเป็น “บ้านมวลชนไม่บาน” ที่แข็งแรง ทนทาน สวยงาม ประหยัด รวมทั้งสร้างได้ง่าย  โดยใช้แรงงานท้องถิ่น ซึ่งจากการที่ผมได้ทำการศึกษาค้นคว้า วิจัย ภายใต้กรอบทางความคิดของ “กูรู” หลายท่าน เช่น  ศ.ดร.ตรึงใจ บูรณสมภพ,  ศ.อรศิริ ปาณินท์  ศ.รอสคิงส์ ตลอดจน  ดร.พิบูลย์ จินาวัฒน์ และท่านผู้รู้อีกหลายต่อหลายท่านที่เอ่ยนามมาไม่หมด ทำให้ได้โครงสร้างบ้าน “เรือนขวัญจิตต์” ที่ผมขอเรียก “โครงสร้างรังผึ้ง” ซึ่งเป็นลักษณะโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสานกันทั้งหลัง 

 อีกทั้งตรงกลางของตัวโครงสร้างบ้านจะเป็น “ฉนวนกันความร้อนและความเย็น” ซึ่งฉนวนนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในยุโรปและอเมริกา เพราะในบ้านเขาฤดูหนาวอากาศภายนอกจะติดลบ 10 องศา หิมะตกอากาศภายในจะมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศา ซึ่งอุณหภูมิจะแตกต่างกันอยู่ที่ประมาณ 30 ดีกรี ดังนั้น จำเป็นที่จะต้องมีฉนวนกันความร้อนและความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้น “โครงสร้างรังผึ้ง” ที่ผมพัฒนาขึ้นนี้จะมีหลากหลายรูปลักษณ์ตามประเภทการใช้งาน หากต้องการก่อสร้างอาคารหลายชั้น ก็ต้องเสริมเหล็กเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ชั้น เพื่อให้อาคารมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น

 นอกจากนั้น “ฉนวนกันความร้อนและความเย็น” จะต้องได้มาตรฐานสากล คือจะต้องไม่ติดไฟ และไม่ลามไฟ เพราะ “ฉนวนกันความร้อนและความเย็น” โดยทั่วไปมักจะติดไฟและก่อให้เกิดควันพิษที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เหตุผลสำคัญที่ใช้เพราะเราอยู่ในเขตร้อนชื้น หากสามารถต่อสู้กับความร้อนและความชื้นได้แล้ว ก็จะทำให้อาคารบ้านเรือนนั้นอยู่เย็นเป็นสุขครับ ผมเชื่อว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของการพัฒนารูปแบบการก่อสร้างบ้านเรือนของประเทศ ผมเชื่อว่าในปีเถาะนี้พอผ่านพ้นช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งผมถือว่าเป็นมหาฤกษ์ที่จะทำการเผยแพร่บ้านมวลชน “เรือนขวัญจิตต์” หลังนี้ ให้คนรักบ้านทั่วประเทศได้ใช้กันครับ 

 ในการพัฒนาบ้านมวลชน “เรือนขวัญจิตต์” จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้าง “วิสัยทัศน์” (Visionary) ที่ก่อให้เกิด “กระบวนทัศน์” (Missionary) ทำให้ผมได้ศึกษาไปไกลถึง “คีเวส” ที่ “ฟลอริดา” ไปจนถึง “เฮติ” ที่เจอทั้งเฮอริเคน, สึนามิ และ แผ่นดินไหว เพราะผมเชื่อว่าจะพบอะไรบางอย่างในกระบวนการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนในภูมิภาคดังกล่าว  เมื่อได้ “วิสัยทัศน์” ที่ชัดเจนแล้ว ก็จะนำมาซึ่ง “กระบวนทัศน์” อันเป็นที่สุดของการศึกษาซึ่งหัวใจสำคัญที่สุดอยู่ที่ “มรรค” คือ การทดลองสร้างจริงอันเป็น “กระบวนทัศน์” ตามความฝันที่เกิดจาก “วิสัยทัศน์” ขึ้นมา ซึ่งคำตอบ คือ บ้านมวลชนไม่บาน “เรือนขวัญจิตต์” ที่ผมจะทำการเผยแพร่ตลอดปีเถาะนี้    

 ผมมีความฝันครับว่านับแต่นี้ไป “บ้านไม่บาน” นับหมื่นหลังที่เราต้องสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อสู้กับภัยพิบัติทางธรรมชาติ  เช่น น้ำท่วม, พายุโซนร้อน หรือ สึนามิ ผมเชื่อว่า “บ้านมวลชน” ประเภทนี้จะเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่ง โดยผมได้ทดลองลงมือสร้างจริงมาแล้วนับสิบหลัง เช่นเมื่อปีที่แล้วเราได้สร้างจริงที่ “วัดภัททันตะ”  ที่ “บ้านบึง” จังหวัด “ชลบุรี” ได้สร้างแล้วเสร็จไปแล้ว 3  หลัง และในปีนี้จะสร้างต่ออีก 6 หลัง ทำให้มีผมและทีมงาน “บ้านไม่บาน” มีความรู้ความเข้าใจและความชำนาญเพิ่มมากขึ้น ไม่แน่นะครับ บ้านมวลชนไม่บาน “เรือนขวัญจิตต์” อาจจะเป็นทางเลือกที่สำคัญในอนาคต ในช่วง “วิกฤติความไม่สมดุลทางธรรมชาติ” เป็นผลให้สังคมไทยเจอทั้งภัยแล้ง ภัยจากน้ำท่วม ภัยจากพายุโซนร้อน ตลอดจนภัยที่อาจเกิดจากแผ่นดินไหว ฯลฯ ซึ่งภัยทางธรรมชาติเหล่านี้นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นชาวคนรักบ้านจะต้องเตรียมการโดยไม่ประมาทเป็นอันขาด

ผมมีความเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้หากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สึนามิ พายุโซนร้อน หรือ น้ำท่วมฉับพลัน ฯลฯ เกิดขึ้นมาอีกครั้งบ้านมวลชนไม่บาน “เรือนขวัญจิตต์” นับร้อยนับพันหลังก็จะสามารถเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว (ภายในระยะเวลา 12-14 ชั่วโมง) อีกทั้งยังสามารถฟื้นฟูหมู่บ้าน ชุมชน ที่ถูกพังทลายเสียหายให้เป็นชุมชนที่กลับฟื้นคืนชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ เป็นมาตรฐานอาคารบ้านเรือนใหม่ (ที่ดีกว่าเก่า) ที่ใช้เวลาการก่อสร้างในช่วงระยะเวลาอันสั้นเพียงเดือนเศษเท่านั้น ดังนั้น ระบบ “โครงสร้างรังผึ้ง” ของ “เรือนขวัญจิตต์” นี้ จำเป็นที่จะต้องสร้างได้ง่ายและใช้แรงงานท้องถิ่นเป็นหลัก เพราะเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ทางธรรมชาติ ถนนหนทางมักถูกตัดขาด ระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการต่างๆ เช่น น้ำประปา ไฟฟ้า ก็ถูกตัดขาด 

แต่ผมย้ำนะครับถึงบท “กาลามสูตร” ต้องไม่ด่วนเชื่อ ต้องมีการลองผิดลองถูกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งก่อนที่จะได้ทดลองสร้างบ้านขึ้นมาจริง ผมยังได้ใช้เวลาหลายปี ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจำลองในคอมพิวเตอร์ โดยได้ทำการประมวลข้อมูล และจำลองสร้างภาพเสมือนจริงในคอมพิวเตอร์ ได้รับการอนุเคราะห์จากโปรแกรม Archicad เพราะผมเชื่อว่าการทดสอบในคอมพิวเตอร์ ก่อนทำการสร้างจริงน่าจะมีประโยชน์เมื่อทดสอบจนมั่นใจแล้วจึงได้เริ่มทำการลงมือปฏิบัติการสร้างจริง ตามแนวคิด “เข้าใจ เข้าถึง” แล้วจึง “พัฒนา” ไม่มีการหมกเม็ดข้ามขั้นตอนโดยเด็ดขาดครับ

รายละเอียดของบ้านมวลชนไม่บาน ในชุด “เรือนขวัญจิตต์” ยังมีอีกมาก เอาไว้ต่อในสัปดาห์หน้า ผมจะนำเอาภาพของ “เรือนขวัญจิตต์” ที่สร้างแล้วเสร็จมาให้ชมเป็นขวัญตากันครับ สำหรับแฟนๆ ชาวคนรักบ้านที่สนใจรายละเอียด “เรือนขวัญจิตต์” รวมทั้งแฟนๆ ที่สนใจเป็น “ศูนย์เผยแพร่ความรู้” ก็สามารถแจ้งความจำนงมาได้ที่ ผศ.ดร.ภัทรพล เวทยสุภรณ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร  หน้าพระลาน 10200   ผมจะจัดส่ง วีซีดี ชุด “เรือนขวัญจิตต์” ให้แก่ทุกท่านฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์น้า สวัสดีครับ