ไลฟ์สไตล์

จุรินทร์สั่งวิเคราะห์ต้นทุนรพ.เสนอปรับงบรายหัวใหม่

จุรินทร์สั่งวิเคราะห์ต้นทุนรพ.เสนอปรับงบรายหัวใหม่

07 ม.ค. 2554

“จุรินทร์” สั่งวิเคราะห์ต้นทุนขั้นต่ำ รพ. เตรียมเสนอ สปสช.ปรับจัดสรรงบรายหัวใหม่ เริ่มงบปี 2555 นี้ หลังบริหารแบบเดิมทำ รพ. 304 แห่ง อ่วมหนัก แบกภาระขาดทุนยับ พร้อมจี้ สปสช.ควักเงิน 4 พันล้านบาท จาก 13 ก่อนทุนย่อยเหลือจากปี 53 โปะขาดทุนก่อน เบื้องต้นขอ 1

 ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 6 ม.ค. เวลา 14.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาการขาดทุนของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า จากการสรุปตัวเลขพบโรงพยาบาลขาดทุน 304 แห่ง ในจำนวนนี้ขาดทุนรุนแรง 77 แห่ง ประมาณ 1,300 ล้านบาท ขาดทุนรองลงมา 227 แห่ง ประมาณ 2,700 ล้านบาท รวมขาดทุน 4691.63 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นต้องวางแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริหารโรงพยาบาล ทั้งนี้การขาดทุนนี้เป็นการวัดจากสภาพคล่องทางการเงิน และดูจากดัชนีการบริหารการเงินการคลัง ในต้นทุนการบริหารและอัตรากำไรสุทธิ โดยก่อนหน้านี้ตนได้มอบให้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข หารือกับทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อหาทางออกร่วมกัน

 นายจุรินท์ กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้สั่งการให้วิเคราะห์ต้นทุนขั้นต่ำของโรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป รวมกว่า 900 แห่ง เพื่อใช้เป็นตัวเลขฐานในการจัดงบประมาณของ สปสช.ต่อไป ถือว่ามีความสำคัญมาก ซึ่งตนเห็นว่าควรจัดงบให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายขั้นต่ำของโรงพยาบาลแต่ละแห่งก่อน แล้วส่วนที่เกินจึงนำมาจัดสรรเป็นงบเหมาจ่ายรายหัว เพราะหากจัดงบประมาณโดยไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายขั้นต่ำจะเป็นภาระปัญหางบประมาณแก่โรงพยาบาลตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ คาดว่าภายในเดือนมีนาคมก็จะแล้วเสร็จ โดยแนวทางนี้จะนำมาใช้ในการจัดสรรงบประมาณในปี 2555 ต่อไป

 “การวิเคราะห์ต้นทุนขั้นต่ำของโรงพยาบาลมีความสำคัญมาก เพราะฐานข้อมูลที่ทำให้เห็นต้นทุนแน่นอนในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เพราะหากจะจัดสรรตามรายหัวอย่างเดียวก็จะมีปัญหา เพราะมีโรงพยาบาลบางแห่งที่มีจำนวนประชากรน้อย แต่ปิดไม่ได้เพราะอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร ห่างไกล ซึ่งหากรับจัดสรรรายหัวงบที่ได้ก็จะไม่เพียงพอต่อการบริหารและอาจกระทบต่อคุณภาพบริการได้” รมว.สาธารณสุข กล่าว และว่า นอกจากนี้อาจต้องมีงบก้อนหนึ่งไว้ที่กระทรวงเพื่อเกลี่ยงบประมาณโรงพยาบาลระดับประเทศอีก

 นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาขาดทุนกว่า 4,000 ล้านบาท ในปี 2553 ที่ผ่านมา เบื้องต้นได้ข้อสรุปให้ทาง สปสช.จัดสรรงบประมาณจำนวน 1,300 ล้านบาท เพื่อให้กับโรงพยาบาลขาดทุนรุนแรง 77 แห่งก่อนในเดือนมกราคม ส่วนอีก 227 แห่ง ให้หารือแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้เช่นกัน โดยงบประมาณที่แก้ไขนี้นำมาจากงบประมาณที่คงเหลือจากกองทุนย่อย สปสช. ในปี 2553 ” รมว.สาธารณสุข กล่าว

 ด้าน นพ.ณรงค์ กล่าวว่า การขาดทุนมาจาก 3 สาเหตุ คือ 1. ปัญหาการจัดสรรรายหัว โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีประชากรน้อย 2. ปัญหาการหักเงินเดือน ทำให้โรงพยาบาลที่มีข้าราชการมากเป็นปัญหา และ 3. ปัญหาการจัดสรรแยกรายก่อนทุนย่อย ส่วนที่มีการระบุว่ามาจากการเพิ่มค่าตอบแทนบุคลากรนั้น เมื่อเปรียบก่อนมีการเพิ่มค่าตอบแทนในปี 2551 และหลังเพิ่มค่าตอบในปี 2553 พบว่า สัดส่วนค่าตอบแทนบุคลากรในส่วนเงินงบประมาณและเงินบำรุงไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยยังคงอยู่ในอัตราร้อยละ 38 ของงบประมาณทั้งหมด แต่มาจากอัตราการใช้บริการของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น การว่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวค่อนข้างมาก ประมาณ 30,000 ตำแหน่ง เนื่องจากนโยบายการจำกัดกำลังคนของรัฐบาล ซึ่งได้มีการขอตำแหน่งเพิ่มเติมกับทางสำนักงานข้าราชการพลเรือน รวมทั้งทำแผนแม่บททบทวนกำลังคน