
อาชีวะเผยปฏิทินรับนักเรียนปี54รับ3ครั้ง
อาชีวะเผยปฏิทินรับนักเรียนปี 54 รับ 3 ครั้ง โควตาและทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ เริ่มสมัคร 12 มี.ค.นี้ นริศรา ระบุยึดนโยบายดึงเด็กจากสายสามัญเข้าเรียนสายอาชีพ จัดที่นั่งพิเศษให้เด็กเก่ง 3.00 พร้อมสร้างความมั่นใจจบแล้วมีงานทำ 100% บ่นเพิ่มจำนวนเด็กแต่ไม่เพิ่
(6ธ.ค.) น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ( กอศ.) เปิดเผยว่า สอศ. ได้ออกประกาศ เรื่อง นโยบายและแนวทางปฏิบัติการรับนักเรียนนักศึกษา สังกัดสำนักหงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีการศึกษา 2554 โดยจะต้องเป็นการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพ ระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยีรวมทั้งยกระดับการศึกษาวิชาชีพให้สูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งกำหนดการรับสมัครนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพไว้ 3 ครั้งคือ ครั้ง 1 การรับนักเรียนโควตาพิเศษ ครั้งที่ 2 การรับสมัครและทดสอบความรู้และความถนัดทางวิชาชีพ รอบที่ 1 และครั้ง 3 การรับสมัคร ประกาศผลและมอบตัว
รอบที่ 2 ในกรณีที่สถานศึกษามีจำนวนนักเรียนไม่ครบตามเป้าหมายที่กำหนด โดยการรับนักเรียน นักศึกษาต้องดำเนินการด้วยกระบวนการรับนักเรียนนักศึกษาที่สอดคล้องตามพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 และเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นธรรมและเสมอภาค โดยคำนึงถึงการสร้างโอกาสด้านการเข้าถึงการอาชีวศึกษาให้กับผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการด้วย ซึ่งคณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดต้องร่วมกันจัดการรับนักเรียนนักศึกษาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งกำหนดแนวทางรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ได้นักเรียนนักศึกษาตามเป้าหมายทั้งปริมาณและคุณภาพ ทั้งนี้การรับนักเรียน นักศึกษาเข้าเรียนนั้นต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้เรียน และศักยภาพผู้เรียน โดยให้มีการทดสอบความรู้และความถนัดทางวิชาชีพ
เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า สำหรับปฏิทินการรับนักเรียน นักศึกษานั้น ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.)ชั้นปีที่ 1 นักเรียนโควตาพิเศษรับสมัครในเดือนมกราคมและมอบตัวภายในเดือนกุมภาพันธ์ การรับสมัครรอบที่ 1 รับสมัคร วันที่ 12-16 มีนาคม การทดสอบความรู้และความถนัดทางวิชาชีพ วันที่ 20 มีนาคม ประกาศผล วันที่ 23 มีนาคมและมอบตัววันที่ 3เมษายน ส่วนการรับสมัครรอบ 2 รับสมัคร ประกาศผลและมอบตัว วันที่ 20-30 เมษายน สำหรับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)ชั้นปีที่ 1ให้สถานศึกษากำหนดวันเวลาการดำเนินการรับสมัครตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หลังจากการรับสมัครเสร็จสิ้น สถานศึกษาแต่ละแห่งจะต้องรายงานผลการรับนักเรียน นักศึกษาต่อสอศ. ด้วย
โดยให้รายงานผ่านโปรแกรมระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและกำลังคนอาชีวศึกษา และรายงานต่อคณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดตามกำหนดการ ดังนี้ ระดับ ปวช.1 รายงานผลการมอบตัวนักเรียนโควตาพิเศษ วันที่ 21มีนาคม รอบที่ 1 รายงานผลการรับสมัคร วันที่ 17 มีนาคม รายงานผลการจัดการทดสอบความรู้ วันที่ 21 มีนาคม รายงานผลการประกาศผล วันที่ 24 มีนาคม รายงานผลการมอบตัว วันที่ 4 เมษายน รอบที่ 2 รายงานผลการรับนักเรียน วันที่ 2 พฤษภาคม และระดับ ปวส.1 ให้สถานศึกษารายงานผลการดำเนินการรับนักศึกษาเมื่อเสร็จสิ้นแต่ละขั้นตอนภายในวันถัดไป
ด้าน น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า นโยบายการ รับนักเรียน นักศึกษาอาชีวะปีนี้จะรับพร้อมกับนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เพื่อดึงเด็กดี เด็กเก่งเข้ามาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น โดยจะให้โควตาเด็กที่จบชั้นม.3 แล้วมีเกรดเฉลี่ย 3.00 เข้ามาเรียนด้วยในแต่ละสถานศึกษา และในปีนี้การคัดเลือกเด็กเข้ามาเรียนจะใช้ข้อสอบที่เข้มข้นกว่าทุกปี ซึ่งต่อไปจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับเด็กที่เลือกเรียนสายอาชีพด้วยว่าเมื่อจบออกมาแล้ววจะมีงานทำ 100% รวมถึงการสร้างมาตรฐานการเรียนการสอน พัฒนาครู พัฒนารสถาบัน และยืนยันว่าจะต้องเปิดสอนในระดับปริญญาตรีให้ได้ภายในปีนี้แน่นอน
“ดิฉันได้มอบให้ สอศ.ไปพิจารณาวางแผนกำหนดทำโครงการครูพันธ์อา เพื่อหาคนเก่งมาเป็นครูสายวิชาชีพ โดยเฉพาะในสาขาช่างที่ค่อนข้างขาดแคลนครูถึงกว่า 20,000 อัตรา เนื่องจากที่ผ่านมาอาชีวศึกษานั้นมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนในสายอาชีพ แต่ สอศ.ยังขาดครูหากจะเสนอขอโอนมาจาก สพฐ. ก็คาดว่าจะไม่ได้ และเราเองก็ไม่ได้รับอัตราครูเพิ่มเลย ดังนั้นแล้วเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข อีกทั้งที่ผ่านมาพบว่าไม่มีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ที่ไหนสอนด้านครูช่างเลย ซึ่งเบื้องต้นมีการพูดคุยกันภายในผู้บริหารว่าแนวทางแก้ปัญหาอาจจะดึงผู้มีความรู้ความสามารถจากสถานประกอบการมาเป็นครูจ้างสอน หรือให้เด็กที่จบจากอาชีวะมาเป็นครูแต่ก็จะต้องไปเรียนวิชาชีพครูเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปโดยสอศ.จะจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อผลักดันเรื่องนี้ต่อไป”น.ส.นริศรา กล่าว



