
พระชำแหละช้างฉาวทั่วหวั่นกระทบทท.
ฉาวทั่วโลก "พระชำแหละช้าง" มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมเผยนักอนุรักษ์ช้างหลายประเทศสลดใจร่วมไว้อาลัยต่อดวงวิญญาณช้าง จี้หน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือก่อนลามกระทบท่องเที่ยว
(6ม.ค.) นางแสงเดือน ไชยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม เจ้าของรางวัล "ฮีโร่ ออฟ เอเชีย 2005" ที่นิตยสารไทม์มอบให้จากผลงานอนุรักษ์ช้าง กล่าวถึงกรณีพระชำแหละช้างใน จ.มหาสารคาม ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกำลังเป็นความ วิตกกังวลของนักอนุรักษ์ช้างทั่วโลก นักอนุรักษ์ช้างจากหลายประเทศทั่วโลกอีเมล์มาสอบถามข้อมูลด้วยความเป็นห่วงและร่วมไว้อาลัยต่อช้างที่ล้มไปก่อนหน้านี้ พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดศาสนสถานที่ควรมีการสอนให้ผู้คนมีความรักและความเมตตากลับมีการทารุณสัตว์ซึ่งสวนทางกับหลักคำสอนของทุกศาสนา เรื่องที่เกิดขึ้นจึงยิ่งตอกย้ำภาพการทารุณช้างที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมานาน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นหน่วยงานรัฐจะต้องเข้าไปช่วยเหลือช้างที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างเต็มความสามารถเพราะจากสภาพที่เห็นพบว่าขาดอาหารอย่างรุนแรง หากไม่เข้าไปให้การดูแลรักษาแล้วเชื่อว่าอีกไม่นานจะทยอยล้มทีละเชือกจนหมดวัดอย่างแน่นอน
นางแสงเดือน กล่าวว่า ที่ผ่านมาองค์กรอนุรักษ์ช้างทั้งในประเทศไทย และจากนานาชาติทั่วโลกต่างเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ไขปัญหาการทารุณช้างในทุกรูปแบบแต่กลับไม่ได้รับความสนใจและไม่มีคำตอบที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลควรใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะให้ความสำคัญในการออกกฏหมายคุ้มครองช้าง เพราะช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองเป็นสัญลักษณ์ของชาติที่ อาจสูญพันธุ์ได้ในไม่ช้าหากไม่ได้รับการคุ้มครอง และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกซึ่งจะส่งผลไปถึงภาคการท่องเที่ยว
เผยช้างสุรินทร์ถูกขายไปยังวัด2เชือก
นายกฎตพล ศาลางาม ผจก.ศ.คชศึกษา หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เผยว่า ช้างที่หมู่บ้านแคน ต.ดู่นาหนองไผ่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ และช้างที่หมู่บ้านบอน ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้ถูกขายให้วัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา
ช้างของจังหวัดสุรินทร์ ที่ขายไปนั้น ตัวหนึ่งมีงาและดุ ควาญช้างควบคุมไม่ค่อยได้จึงขายไป เป็นช้างไม่แก่อายุประมาณ 13 ปี และจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้แจ้งมาอีกว่า ช้างที่ทางวัดที่มหาสารคามซื้อไปนั้นมีประมาณ 10 เชือก แต่ที่ทราบๆ ว่า ซื้อไปจากจังหวัดภูเก็ต 2 เชือก, ช้างจังหวัดพังงา จำนวน 2 เชือก, และจากแม่สะเรียง จำนวน 2 เชือก ส่วนช้างที่ทางวัดมาซื้อไปนั้น ไม่ทราบว่าเอาไปทำอย่างไร เพราะไม่ได้ติดตาม เพียงแต่ทราบข่าวมาเท่านั้น และขณะนี้ ทางหมู่บ้านช้างเลี้ยงสุรินทร์ ยังไม่มีการซื้อขายช้าง
ใส่เผือกสเตนเลนให้"พังแม่คาแพ"
นายสัตว์แพทย์ปรีชา พวงคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากช้างพังแม่คาแพ อายุ 22 ปี ช้างจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ที่เข้าไปชักลากไม้ในฝั่งประเทศพม่า จนได้รับบาดเจ็บ ที่ขาหลังซ้ายเหยียบกับระเบิดจนเป็นแผลฉกรรจ์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา และช้างได้เข้ามาทำการรักษาที่โรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง จนคณะสัตว์แพทย์ได้ทำการรักษาด้วยการล้างแผล และให้ยาปฎิชีวะนะเพื่อควบคุมการติดเชื้อและรักษาให้แผลสะอาดจนแผลแห้งสนิทแล้ว โดยมีเนื้อเยื้อออกมาใหม่แล้ว ถือว่าผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจอย่างมากที่ทำให้ช้างพ้นขีดอันตราย
จากการตรวจสอบอาการล่าสุดยังพบว่าช้างไม่สามารถลงน้ำหนักกับขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บได้ อาจจะเกิดการเคล็ดของเส้นเอ็นช้าง หรือความไม่แข็งแรงของกระดูกบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเหยียบกับระเบิดดังนั้นทางโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างจังหวัดลำปางได้มีการใส่เฝือกสเตนเลนน้ำหนักกว่า 15 กิโลกรัมครอบขาช้างเพื่อให้ช้างลองลงน้ำหนักได้ ซึ่งช้างก็ยอมรับและใช้ลงน้ำหนักเพื่อรับน้ำหนักตัวกว่า 2,000 กิโลกรัมได้เป็นอย่างดี
นายสัตว์แพทย์ปรีชา กล่าวว่า ส่วนสุขภาพร่างกายช้างก็แข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกประการ กินอาหาร และน้ำได้ดี โดยทางคณะสัตว์แพทย์ ได้งดให้ยาปฎิชีวะนะแล้ว และให้ยาบำรุงแทน ซึ่งหากอาการล่าสุดของช้างหายก็สามารถกลับบ้านได้



