ไลฟ์สไตล์

พลิก"แปรรูป"ไม้ผลเพิ่มมูลค่ายึดพอเพียงพาชุมชนผ่านวิกฤติ

พลิก"แปรรูป"ไม้ผลเพิ่มมูลค่ายึดพอเพียงพาชุมชนผ่านวิกฤติ

06 ม.ค. 2554

เมื่อได้ข้อสรุปการดำเนินชีวิตของตัวเองแล้ว "ชุติมา เศียรอินทร์” วัย 50 ปีเศษ สตรีชาวสวนลองกอง แห่งบ้านควนลังงา จ.ปัตตานี จึงยุติบทบาทจากงานในเส้นทางราชการ เพื่อทุ่มเทเวลามาดูแลสวนลองกอง ซึ่งมีอยู่หลายสิบไร่ ด้วยยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมยกระดับผลผลิตให้

"การทำสวนลองกองของเราที่ผ่านมา ยึดแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง และนำมาซึ่งการประยุกต์ใช้กับวิถีเกษตรในชุมชน โดยเฉพาะการรู้จักผลิตปุ๋ยใช้เอง โดยนำเอาวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นทั้งวัชพืช มูลสัตว์ มาผสมจนเป็นน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งปุ๋ยชนิดนี้นอกจากจะช่วยให้ผลผลิตดีแล้ว ยังลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เกิดการพึ่งตนเอง และลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกรแต่ละรายในชุมชนอีกด้วย" ชุติมาบอกถึงความสำเร็จของการพัฒนาสวนลองกอง 30 ไร่ของครอบครัว เมื่อเธอเข้ามารับงานเต็มตัวเมื่อเกือบ 6 ปีที่ผ่านมา

 เมื่อสวนลองกองของตัวเองเดินหน้าไปด้วยดีแล้ว ชุติมาจึงขยายวงความสำเร็จไปยังชาวสวนเพื่อนบ้านในชุมชนบ้านควนลังงา จนปัจจุบันผลผลิตลองกองจากหมู่บ้านนี้ กลายเป็นสินค้าที่พ่อค้าจากนอกพื้นที่ต้องจองคิวขอซื้อ เพื่อขนสินค้าจากสวนออกสู่ตลาดล่วงหน้า ชนิดปีต่อปีเลยทีเดียว อันส่งผลให้ความเป็นอยู่ของชาวสวนย่านนี้มีสภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น

 "ระยะหลังมานี้ แม้ที่ผ่านมาเราจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางเกษตร แต่ผลพวงจากภัยแล้งทำให้ลองกองมีปัญหาไปด้วย ทั้งให้ผลผลิตน้อย และบางแห่งล้มตายเพราะทนพิษแห้งแล้งไม่ไหว และเมื่อผนวกกับสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งฉุดให้รายได้ของชาวสวนผลไม้ของหมู่บ้านต้องพลอยลดน้อยถอยลงไปด้วย" ชุติมาบอกถึงปัญหาที่ประสบ

 พร้อมยอมรับว่า ทั้งเธอและเพื่อนเกษตรกรชาวสวนรายอื่นๆ จึงพยายามหาทางออกจากปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะทางออกที่ไม่ต้องพึ่งผลผลิตจากลองกอง หรือผลไม้อื่นเพียงอย่างเดียว อย่างยิ่งตัวเธอเองนั้น ได้นำเอาความรู้และทักษะเชิงวิชาการจากความรู้เมื่ออดีตมาช่วยเหลือชาวบ้าน ด้วยการคิดเป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ประเภทเครื่องอุปโภคบริโภค ยาสมุนไพร แปลงผลผลิตจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาเป็นสินค้าชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่า หรือสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน และเสริมรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชน
 “การเพิ่มรายได้ด้วยการแปรรูปผลไม้ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างรายได้แก่ชาวบ้าน เพราะพื้นที่แห่งนี้ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เกษตรกรทำสวนผลไม้ นอกจากลองกองแล้วยังมี ทุเรียน มังคุด เงาะ ลางสด กล้วย รวมไปถึงส้มแขก ดังนั้นเมื่อผลไม้อย่างลองกอง ซึ่งเป็นสินค้าหลักได้รับผลกระทบจากเผชิญมรสุมภัยจากความแห้งแล้ง การแปรรูปผลไม้ชนิดอื่นจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด” ชุติมา กล่าว

 ถึงวันนี้ เกษตรกรบ้านควนลังงา นอกจากมีลองกองและผลไม้อื่นๆ ที่นำเม็ดเงินเข้าสู่ชุมชนแล้ว ยังแปรรูปสินค้าที่สร้างชื่อให้แก่พื้นที่แห่งนี้อีกหลายอย่างอันเป็นที่รู้จักของทองตลาด ไม่ว่าจะเป็น กล้วยเส้นปรุงรส ส้มแขกแปรรูป ทุเรียนกวนอัดแท่ง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่กล่าวมาชุติมาขันอาสาทำหน้าที่ขนสินค้าเหล่านี้ออกจำหน่ายในงานเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง จนสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญความร่วมมือของเกษตรกรชนิดน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้ เป็นแรงผลักที่ช่วยชาวสวนในท้องถิ่นให้ก้าวพ้นจากปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าชื่นชม

สุพิฌาย์ รัตนะ