ไลฟ์สไตล์

ส.ค.ส.เด็กอวยพรมาร์คเป็นนายกฯอีก

ส.ค.ส.เด็กอวยพรมาร์คเป็นนายกฯอีก

05 ม.ค. 2554

เด็กส่ง ส.ค.ส.อวยพรนายกฯ ให้สุขภาพแข็งแรง และกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ศธ.แบ่งโซน 4 กิจกรรม เรียนรู้อย่างสนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ ต้อนรับวันเด็กปี 54 ด้านสสส.ชวนผู้ปกครอง มอบ “หนังสือ” เป็นของขวัญวันเด็ก หวังปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน พร้อมเผยผลสำรวจตลาดหนังสื

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2554 สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้นำ ส.ค.ส.และคำอวยพรปีใหม่จากเด็กๆและเยาวชนที่ส่งมาอวยพร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ นำมาแสดงต่อสื่อมวลชน 40 ใบ และนำมาจัดบอร์ดนิทรรศการแสดงที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 8 ม.ค.ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยส.ค.ส.เหล่านี้ทางคณะทำงานนายกฯได้ตรวจสอบ ก่อนที่จะแจ้งให้สื่อมวลชนมาบันทึกภาพ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ค.ส.ส่วนใหญ่จะอวยพรให้นายอภิสิทธิ์สุขภาพแข็งแรง ขอให้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหนึ่ง เช่นจากดญ.จรรยพร พิกุลทอง นักเรียนชั้นป. 5 อวยพรนายกฯว่า “ขอให้นายอภิสิทธิ์มีกำลังใจในการทำงานและต่อสู้ไม่ย่อท้อ ต้องสู้ตลอด ถึงแม้ใครว่าอย่างไรก็ช่าง ก็ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อชาติ เพื่อบ้านเมือง นายกฯต้องสู้ถึงแม้ไม่มีใครให้กำลังใจนายกฯ หนูจะคอยให้กำลังใจนายกฯเสมอ ” ส่วนด.ญ.พัชราภรณ์ ดำแก้ว อวยพรนายกฯว่า “ขอให้นายกฯมีสุขภาพแข็งแรง อยากให้นายกฯเป็นนายกฯคนที่ 28 เพื่อที่ประเทศไทยคงจะสบายอีกนะคะ ”

 ทั้งนี้ด.ญ.พัชราภรณ์ยังเขียนกลอนอวยพรนายกฯว่า “ นายกฯเราคนนี้ ให้อยู่ดีมีศรีสุข ขอให้ไม่มีทุกข์ มีความสุขตลอดไป ” และบางส่วนเขียนมาขอบคุณที่นายกฯและรัฐบาลให้ความช่วยเหลือจากโครงการต่างๆของรัฐบาล บางส่วนขอความช่วยเหลือจากนายก ฯ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า สคส.บางส่วนนั้นส่งมาจากผู้ป่วยและอดีตผู้ป่วยจิตเภท จากศูนย์กิจกรรมสมาคมสายใยครอบครัว โรงพยาบาลศรีธัญญา

นายกฯวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ตัวแทนเด็ก4ภูมิภาค

 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 8 ม.ค.นี้ว่า   ปีนี้นายอภิสิทธิ์ให้คำขวัญวันเด็กแห่งชาติว่า   รอบคอบ   รู้คิด มีจิตสาธารณะ โดยแนวคิดจากการจัดงานในปีนี้จะจัดให้ตรงกับคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ โดยนำเด็กที่มีจิตสาธารณะประมาณ 5 คนและเด็กจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ 10 คน เข้าพบนายรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำหนดการงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 8 ม.ค.เวลา 08.00-15.00 น.นั้นมีกิจกรรมต่างๆมากหมาย เช่น การฉายภาพยนตร์ชุดหนึ่งในน้ำพระราชหฤทัย การแสดงเฉลิมพระเกียรติจากโรงเรียนซางตาครู้ส คอนแวนต์ ชุดแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง เมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นไทย และชุดพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การขับร้องเพลงของคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กิจกรรมของส่วนราชการ เอกชน การแสดงของศิลปิน ดารานักแสดงฯลฯ การฝึกสอนและอบรมด้านต่างๆ การแจกรางวัลมากมาย

 ส่วนกำหนดการของนายอภิสิทธิ์ในงานวันเด็กแห่งชาตินั้นมีดังนี้ เวลา 10.30 น.นายกรัฐมนตรีตรวจแถวตำรวจจิ๋ว 50-70 คน ที่ตึกสันติไมตรีหลังนอก และรับฟังสรุปกิจกรรมของคณะสภานักเรียนและครูที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นตัวแทนคณะกรรมการสภานักเรียน 6 คนนำข้อเสนอผลการประชุมจากสภานักเรียนไทย หัวใจสมานฉันท์ ยึดมั่นธรรมาภิบาล ประจำปี 2554 เสนอต่อนายกฯ

 จากนั้นนายกฯตอบในประเด็นข้อเสนอแนะ ต่อมานายกฯพูดคุยกับตัวแทนเด็กจากภูมิภาค(จ.แม่ฮ่องสอน อำนาจเจริญ ลพบุรี ปัตตานี)ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ และต่อมานายกฯจะให้โอวาทเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2554 จากนั้นนายกฯเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นในทำเนียบรัฐบาล เช่น ชมการแสดงดุริยางค์จากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี,พบนักกีฬาวิ่งผลัด 4x100 เมตรทีมชาติไทย,พบกลุ่มผู้แทนเด็กบำเพ็ญประโยชน์จิตสาธารณะ ณ ห้องรับรองนายกฯ,นำเด็กนั่งเก้าอี้นายกฯ ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เด็กเข้าไปดูในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี การแถลงข่าวที่ตึกนารีสโมสร และที่ห้องรับรองสีงาช้าง สีเขียว สีม่วง ที่ตึกไทยคู่ฟ้าและเขียนข้อความถึงนายกรัฐมนตรี   

ชวนพ่อแม่มอบหนังสือดีแก่ลูกหลายในวันเด็ก

 ที่อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงข่าวการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ว่า วันเด็กปีนี้ ศธ.จะจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด เรียนรู้อย่างสนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ ,คำขวัญวันเด็กประจำปีนี้ ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบให้รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ โดย กิจกรรมหลักประกอบด้วย 1.กิจกรรมการนำตัวแทนเด็กนักเรียน นักศึกษา ทุกระดับชั้น ร่วมกิจกรรมถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ โรงพยาบาลศิริราช ในวันพุธที่ 5 ม.ค.2554 เวลา 08.00น. จำนวน 110 คน ร่วมถวายพระพรฯ และพร้อมทั้งนำสิ่งของที่ผลิตและจัดทำขึ้น หรือจัดหาได้ในท้องถิ่นมาน้อมถวาย

 2.กิจกรรมการนำเด็ก และเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2554 เข้าพบนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 6 ม.ค.2554 เวลา 10.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล สำหรับปีนี้มีเด็กและเยาวชนได้รับการพิจารณาคัดเลือกจำนวน 730 คน แยกเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่นจำนวน 505คน และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จำนวน 225 คน และ 3.กิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ในวันที่ 8ม.ค.2554 ณ สนามเสือป่า ระหว่างเวลา 09.00 – 17.00 น. โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธาน

 ด้านนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 นิทรรศการยุวภูมินทร์ รวบรวมพระราชประวัติและพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่หาชมได้ยาก และนิทรรศการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กับการศึกษาไทย รวบรวมพระราชประวัติและการทรงงานด้านการศึกษา ส่วนที่ 2 เป็นการแสดงวงโยธวาทิต วงเมโลเดียน จากโรงเรียนอนุบาลจุฑาภรณ์ ซึ่งเป็นวงโยธวาทิตที่มีผู้เล่นอายุน้อยที่สุด อายุระหว่าง 4-6 ขวบ และชนะเลิศการแข่งขันประกวดวงโยธวาทิตโลกครั้งที่ 4 ที่ประเทศมาเลเซีย  ส่วนที่ 3 การพบปะพูดคุยกับเด็กและเยาวชน โดยจะเชิญคนไทยที่โด่งดังระดับประเทศ นอกจากนั้น ส่วนราชการและภาคเอกชนมาร่วมจัดบธูกิจกรรมต่างๆ กว่า 100 หน่วยงาน โดยได้เตรียมเกม ขนมและของขวัญ กว่า 150,000 ชิ้น มาแจกให้กับเด็ก ๆ ที่ร่วมงาน ซึ่งเด็กและเยาวชนที่มาร่วมงานจะได้รับทั้งสาระความรู้ พัฒนาความสามารถ ได้รับความสนุกสนาน ทำให้เด็กๆ มีแรงบันดาลใจ ตรงตามเป้าหมายที่กระทรวงศึกษาธิการได้วางไว้คือ “เรียนรู้อย่างสนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ”

 ต่อมา เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ กทม. แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกรุงเทพมหานคร(กศน.) จัดสัมนาสาธารณะ ของขวัญวันเด็ก : ปฏิรูปจิตสำนึกเด็กไทยด้วยหนังสือ “เล่มใหม่” โดยมี รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์สื่อสารสังคม สสส. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมไทยให้ความสำคัญกับหนังสือสำหรับเด็กเล็กในสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันสนับสนุนให้มีหนังสือเข้าถึงกลุ่มเด็กเล็กมากขึ้น

 โดยอยากให้ผู้ปกครองถือโอกาสวันเด็ก ประจำปี 2554 มอบหนังสือที่เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นของขวัญสำหรับเด็ก เพราะจะช่วยสร้างความสุข สัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว และช่วยเสริมจินตนาการและจิตสำนึกของเด็ก จากการสำรวจของสวนดุสิตโพล พบว่าครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยปลูกฝังเรื่องการอ่านให้กับเด็ก ขณะเดียวกันกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ ระบุตัวชี้วัดปัจจัยที่จะช่วยพัฒนาการเด็กต่ำกว่า 5 ปี ว่า ควรมีหนังสือสำหรับเด็กเล็กอย่างน้อย 3 เล่ม / ครัวเรือน แต่ครอบครัวไทยที่เป็นไปตามตัวชี้วัดมีเพียงร้อยละ 40.7 ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากหากเทียบกับต่างประเทศ

 ด้านนางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน กล่าวว่า จากการสังเคราะห์หนังสือที่ได้รับการคัดเลือกตามโครงการคัดสรร 108 หนังสือดี ที่เหมาะสมต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย พบว่า หนังสือที่ได้รับการคัดสรรเป็นหนังสือที่ดีมาก มีการสอนให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ มีจิตสาธารณะ แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ยังมีหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์ และการมีวิถีชีวิตสุขภาวะโดยเฉพาะการออกกำลังกายประจำ ปริมาณน้อยมากไม่ถึงร้อยละ 2 ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ

 ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรนำเสนอต่อผู้ผลิต และผู้สร้างสรรค์หนังสือเด็กว่าต้องร่วมมือกันส่งเสริมเรื่องนี้ เพื่อเป็นแนวทางบ่มเพาะเด็กให้เห็นความสำคัญตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะเด็กตั้งแต่อายุ 0-9 ปี จะเติบโตตามที่ผู้ใหญ่ปลูกฝังให้ ดังนั้นหากอยากเห็นสังคมไทยในอนาคตเป็นสังคมแห่งความสุข เยาวชนไทยมีความซื่อสัตย์ รักความยุติธรรม ก็ต้องเริ่มบ่มเพาะให้กับเด็กในวัยนี้

 รศ.ถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากย้อนดูคำขวัญวันเด็กของนายกรัฐมนตรีในช่วง 56 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีคำว่า “ซื่อสัตย์” ในคำขวัญวันเด็กเยอะมาก แต่น่าแปลกใจว่า เรื่องของความซื่อสัตย์กลับไม่เป็นประเด็นสังคม ขณะเดียวกันคำที่ระบุมากที่สุด ในคำขวัญวันเด็ก ถึงร้อยละ 45 คือ ประพฤติดี มีคุณธรรม แต่เด็กก็ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร และต้องทำตัวอย่างไร นอกจากนี้จากการสำรวจหนังสือทั่วไป ยังพบว่าหนังสือที่มีคุณค่าในเชิงศิลปะ และสร้างสรรค์ ก็หายไปจากสังคมไทยมาก เช่น เรื่องการสอนไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนใหญ่ก็จะพบแต่เป็นหนังสือแปลทั้งนั้น จึงเป็นสิ่งที่เราต้องมาทบทวนกันครั้งใหญ่ เพื่อให้เด็กที่จะเติบโตไปในอนาคตเป็นคนที่มีคุณภาพ และมีคุณธรรมอย่างแท้จริง