ไลฟ์สไตล์

แก้ไขกันซะ อย่าให้ต้องร้องเรียน

แก้ไขกันซะ อย่าให้ต้องร้องเรียน

04 ม.ค. 2554

ยังมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เห็นอยู่ทุกวัน แต่ถูกละเลย คอลัมน์ "ฟ้องด้วยภาพ" ได้รับความร่วมมือจาก "นักข่าวชุมชน" นำเสนอภาพและเรื่องราวให้ได้เห็น เป็นอีกทางหนึ่งในการกระตุ้นให้ดำเนินการตามกฎหมายและหน้าที่ที่มีอยู่

 เรื่องราวต่อไปนี้ ถูกละเลยมาตลอด แต่วันนี้ พอจะได้รับการเหลียวแลเริ่มเห็นกันบ้างแล้ว
 อย่ามีอีกนะ...ไม่อยากเห็น (ภาพ) อีก
ลุงแจ่ม

"ป้ายอันตราย...ยังอยู่"
ผมได้ร้องเรียนเรื่องการสร้างป้ายโครงเหล็กขนาดใหญ่ บริเวณริมถนนพระราม 4 ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตราย หากเกิดอุบัติเหตุ และยังเป็นการก่อสร้างป้ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ก่อสร้างบนอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ที่มีกฎหมายควบคุมความสูงระยะห่างอย่างชัดเจน
 ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตสาทร ได้ตอบรับเอกสารร้องเรียนลงวันที่ 15/11/53 แจ้งว่า ได้ตรวจสอบแล้ว ป้ายโครงเหล็กดังกล่าวอยู่บนอาคารเลขที่ 110/18 ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร ได้ออกคำสั่งระงับการใช้งาน การเข้าใช้พื้นที่ และให้มาดำเนินการขออนุญาตติดตั้งป้ายให้ถูกต้อง เพื่อสำนักงานเขตสาทรจะได้ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
 หลังจากนั้นก็ยังไม่มีการรื้อถอนใดๆ จนเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 53 ได้เริ่มดำเนินการรื้อถอน และทางฝ่ายโยธาได้ถ่ายรูป และส่งกลับมาให้ ลงวันที่ 13/12/53 แจ้งว่า ฝ่ายโยธาตรวจสอบแล้ว พบว่า ป้ายดังกล่าวไม่ถูกต้องตามระเบียบกรุงเทพมหานคร จึงได้ออกคำสั่งระงับการใช้งาน และสั่งให้รื้อถอนป้ายเรียบร้อยแล้ว พร้อมแนบภาพการรื้อถอนมาด้วย
 ในเบื้องต้นผมและชาวบ้านรู้สึกดีใจที่ทางสำนักงานเขตและผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านและในเรื่องของการดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย
 แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะเมื่อวันที่ 11/12/53 ป้ายดังกล่าวได้เริ่มก่อสร้างกลับเข้าไป ทำให้เข้าใจได้ว่า ทำทีว่ามีการรื้อป้ายเพื่อถ่ายรูป และแจ้งว่าได้ดำเนินการแล้ว
 ผู้อำนวยการเขตสาทร ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลนี้ด้วย
don dang

"กลัวไฟดูด"
 ตามที่หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ฉบับประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 ได้ลงข้อความร้องเรียนกรณี สะพานลอยหน้าปากซอยสิรินธร 4 บันไดทางขึ้นมีสายไฟพาดผ่าน กลัวไฟดูด และประชาชนเดินขึ้นลงบันไดลำบาก นั้น
 การไฟฟ้านครหลวง ตรวจสอบแล้วพบว่า สายไฟฟ้าที่พาดผ่านบริเวณดังกล่าวนั้น เป็นสายโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวงได้มีหนังสือแจ้งให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้รับทราบอย่างเป็นทางการ เพื่อทำการแก้ไขต่อไปแล้ว
นางสิริพร หัสดิเสวี
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์
ทำการแทน ผฝปส.

"ซ่อมใช้ชั่วคราว"
 หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 คอลัมน์ฟ้องด้วยภาพ หน้า 22 เสนอข่าวกรณี ถนนรามคำแหง 2 ซอย 12 ชำรุด และทางเขตมาซ่อมโดยลงหินแล้วใช้รถปาด แต่ต่อมาก็ชำรุดอีก ต้องการให้ก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีต นั้น
 สำนักงานเขตประเวศ ขอเรียนชี้แจงว่า ถนนรามคำแหง 2 ซอย 12 ได้นำเสนอของบประมาณประจำปี 2553 และปี 2554 เพื่อก่อสร้างท่อระบายน้ำ พร้อมปรับปรุงยกระดับผิวจราจรถนนคอนกรีตแล้ว แต่เนื่องจาก ซอยดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 630 เมตร ทำให้ต้องใช้เงินงบประมาณจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวยังมีชุมชนไม่หนาแน่น ทำให้การพิจารณาเกินกรอบวงเงินงบประมาณที่สำนักงานเขตประเวศได้รับ
 อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้ซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเป็นประจำ และจะนำเสนอของบประมาณประจำปี 2555 มาปรับปรุงเป็นการถาวรต่อไป
นางสาวราณี ปุณณะหิตานนท์
ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต ปฏิบัติราชการแทน
ผู้อำนวยการเขตประเวศ

"มีป้ายห้าม...ยังจอด"
 เคยแจ้งลุงแจ่มเรื่องการจอดรถสองฝั่งในซอยพหลโยธิน 42 และต่อมา สน.บางเขน นำป้ายห้ามจอดมาติดตั้งไว้ ขณะนี้กลับมาจอดกันตามปกติอีกแล้วครับ เพราะมีแต่ป้าย ไม่มีตำรวจกวดขัน ก็เลยไม่มีใครกลัว จอดรถกันทั้งสองฝั่ง
 คนใช้รถใช้ถนนขับขี่เข้าออกซอยไม่สะดวก คับแคบ ผมเองเกือบขับเฉี่ยวชนหลายครั้งแล้ว อีกหน่อยในซอยนี้จะจอดรถกันเต็มซอย เพราะมีหอพักขนาด 8 ชั้น ขึ้นอีกสองอาคาร 
 ผมคงต้องหนีไปอยู่ซอยอื่น...
สาธิต

"ซ่อมถนนกันเอง"
 กรณีชาวบ้านถนนเลียบคลองบางไผ่ หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ร่วมกันบริจาคเงินจำนวน 2 หมื่นบาท เพื่อซ่อมแซมถนนลูกรังประมาณ 150 เมตร เพื่อใช้ในการสัญจรไปมาของชาวบ้านให้เกิดความสะดวก นั้น
 เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ ขอเรียนชี้แจงว่า การซ่อมแซมถนนเป็นสิ่งที่ดีในการช่วยพัฒนาถนนหนทางให้มีการสัญจรไปมาอย่างสะดวกสบาย โดยเทศบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งพื้นที่ถนนเลียบคลองบางไผ่ หมู่ 11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นเขตเชื่อมต่อระหว่างเขตของทหารกับชายแดนรอยต่อของเทศบาลอื่น เทศบาลห้วยใหญ่จึงเข้าไปดูแลได้ไม่เต็มที่ในการพัฒนาถนนเขตเชื่อมโยงนี้
 กอปรกับตรงกับหน้าฝนที่มีฝนตกชุกอยู่ตลอด ทำให้การปรับปรุงถนนเป็นไปด้วยความลำบาก หลังจากหมดฝนแล้วเทศบาลจะเร่งรีบเข้าไปดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมถนนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นสัญจรไปมาอย่างสะดวกต่อไป
 สำหรับกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลห้วยใหญ่ในการข่มขู่ประชาชนนั้น ไม่เป็นความจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่หากมีเจ้าหน้าที่ประพฤติตนอย่างนั้นคงทำงานร่วมกันไม่ได้
 ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เตรียมดันงบจัดสร้างถนนหนทาง 3 เส้นทาง ซึ่งเป็นงบประมาณเพิ่มเติมในปี 2553 เชื่อมโยงระหว่างอำเภอและเทศบาลจำนวน 30 ล้าน ประกอบด้วย เส้นทางเส้นทางที่ 1 ตรงบริเวณโรงน้ำตาลกับคลองไผ่ หมู่ 11 เส้นทางที่ 2 ถนนเส้นชักหมากเชื่อมต่อกับถนน 331 และเส้นทางที่ 3 ถนนเขตรอบอ่างซากนอก
 เพื่อให้การคมนาคมในพื้นที่เทศบาลห้วยใหญ่กับพื้นที่เชื่อมต่อใกล้เคียง ได้สัญจรไปมาอย่างสะดวกสบาย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป
นายไพรัตน์ ไตรศุภโชค
นายกเทศบาลตำบลห้วยใหญ่

"เห็นจับ...ปรับ 5 พัน"
 หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2553 หน้า 22 คอลัมน์ "ฟ้องด้วยภาพ" ลงข้อความเรื่อง "คนเดินต้องหลบ" ระหว่างสำนักงานเขตบางคอแหลมไปจนถึงหน้าห้างฟิวเจอร์มาร์ท พระราม 3 จะมีรถจักรยานยนต์ขี่ย้อนศรกันทุกวัน ขี่จี้คนเดินบนทางเท้า บางครั้งก็มีคนในเขตขี่รถย้อนศรบนทางเท้า เมื่อก่อนจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจของเขตบางคอแหลมมาติดป้ายเตือนไว้ว่า ห้ามขี่รถบนทางเท้ามีโทษปรับ 5,000 บาท แต่ป้ายหายไปแล้ว คนเดินบนทางเท้าต้องคอยระมัดระวังหลังกันเอง อยู่ๆ ก็มีรถขับย้อนศรมา บางคันก็ขี่เร็ว นั้น
 สำนักงานเขตบางคอแหลม ได้ดำเนินการแล้ว ดังนี้
 1.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตทราบว่า "จอดหรือขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้า"
ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 17(2) มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
 2.ตั้งจุดกวดขันห้ามขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า และจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำจุดและตรวจตราบริเวณใกล้เคียงเป็นประจำและต่อเนื่อง
นางสาววันเพ็ญ เชาวนปรีชา 
ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม
ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม