ไลฟ์สไตล์

งานวิจัยข้าวไทยกับชาวนา (2)

งานวิจัยข้าวไทยกับชาวนา (2)

03 ม.ค. 2554

คราวที่แล้วได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเสวนาเรื่อง งานวิจัยข้าวไทยกับชาวนา ซึ่งได้เชิญ ดร.อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้ร่วมเสวนาท่านหนึ่ง ซึ่งท่านได้ให้ข้อคิดและความเห็นที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติค

 ความจริงการวิจัยและพัฒนาข้าวไทยเริ่มต้นก็มีพื้นฐานมาจากการจัดการประกวดพันธุ์ข้าว โดยจัดครั้งแรกเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณปี 2451 และมีการจัดต่อเนื่องกันมาเป็นระยะ ความจริงเรื่องการประกวดนั้นก็มีข้อดีและเป็นทางลัดทางหนึ่งในการคัดเลือกพันธุ์ข้าวดีๆ มายกย่องและขยายพันธุ์กันต่อไป จนกระทั่งปี 2460 จึงได้มีการรวบรวมพันธุ์ข้าวขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จนกระทั่งในปี 2495 จึงเริ่มมีโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยในช่วงนั้นก็ได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา

 ตั้งแต่นั้นมาก็มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับข้าวออกมาเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เด่นมากคือ เรื่องการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ทำให้ได้ข้าวที่ใช้รหัสว่า กข. หรือ “กรมการข้าว” ออกมาหลายเบอร์และใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ปัจจุบันมีพันธุ์ข้าวที่รวบรวมและอนุรักษ์ไว้ในเมืองไทยทั้งสิ้นกว่า 24,000 ตัวอย่าง โดยประมาณ 2 ใน 3 เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง สำหรับพันธุ์ข้าวเด่นๆ ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 เหลืองปะทิว 123 ชัยนาท 1 สุพรรณบุรี 1 ปทุมธานี 1 พิษณุโลก 2 และสังข์หยดพัทลุง เป็นต้น

 พัฒนาการของข้าวไทยในช่วงแรกคือ สมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการขุดคลองรังสิต ทำให้สามารถปลูกข้าวได้มากขึ้นในย่านนั้น และการที่มีการประกวดพันธุ์ข้าวหลายครั้ง ทำให้ได้ข้าวพันธุ์ดีขึ้นมาใช้แพร่หลายมากขึ้น ส่วนระยะหลังมีการพัฒนาเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้เกิดระบบชลประทานที่ดีขึ้น และมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวแสง จึงเกิดการทำนานอกฤดูหรือนาปรังได้ ผลจากการพัฒนาเหล่านี้ก็คือ ทำให้เราสามารถทำนาปรังได้มากขึ้น จนถึงขั้นที่ว่า 2 ปีทำนาได้ 5 ครั้ง ส่งผลให้ผลผลิตรวมเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งเราสามารถส่งออกข้าวได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะว่าเรามีงานวิจัยและมีการพัฒนาระบบชลประทานที่ดี

 อย่างไรก็ตาม ระบบชลประทานที่มีอยู่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะว่าพื้นที่ส่วนใหญ่หรือ 3 ใน 4 อยู่นอกเขตชลประทาน รวมทั้งดินปลูกในบางพื้นที่เช่นภาคอีสาน มีความสมบูรณ์ต่ำ ประกอบกับการใช้ข้าวพันธุ์พื้นเมืองอย่างเช่น ขาวดอกมะลิ 105 จึงทำให้ภาพโดยรวมแล้ว ผลผลิตข้าวต่อไร่จะต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น อย่างเช่นเวียดนาม ดังนั้นหากจะทำให้เราสามารถปลูกข้าวได้ผลผลิตต่อไร่มากขึ้น ก็คงต้องมีการพัฒนาพันธุ์ พัฒนากระบวนการปลูก และระบบชลประทานให้มากขึ้น

 ที่สำคัญมากกว่าเรื่องของผลผลิตต่อไร่ต่ำก็คือ ถึงแม้ราคาข้าวจะสูงขึ้น แต่ชาวนาส่วนใหญ่ก็ยังยากจนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสาน สาเหตุใหญ่ก็คือระบบชลประทานของประเทศที่ภาคอีสานมีน้อยที่สุด จึงปลูกได้โดยอาศัยน้ำฝนหรือปีละครั้งเท่านั้น เนื้อที่นาของแต่ละรายมีน้อยและกำไรต่อไร่ก็ต่ำ จึงมีรายได้ไม่เพียงพอ อีกอย่างหนึ่งคือ ไม่สามารถเก็บไว้รอราคาได้ เพราะว่าไม่มียุ้งฉาง และด้วยเหตุผลความจำเป็นทางเศรษฐกิจ แต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ องค์กรชาวนายังไม่เข้มแข็ง ซึ่งเรื่องความไม่เข้มแข็งนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่หลายคนเป็นห่วง เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนโดยตรงครับ

รศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ