
ปี2554คนไทยเสี่ยงป่วย12โรค
กรมควบคุมโรค คาดการณ์ปี 2554 คนไทยเสี่ยงป่วย 12 โรคสำคัญ มีไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก เอดส์ ฯลฯ รวมถึงโรคติดต่อไม่สำคัญ โรคที่มาจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก สูงถึง 12.5 ล้านคน เสียงตาย 7.8 แสนคน
นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ในปี 2554 มีการคาดการณ์ว่าคนไทยจะป่วยทั้งจากอุบัติเหตุ และโรคต่างๆ ทั้งโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก สูงถึง 12.5 ล้านราย และเสียชีวิตภาวะดังกล่าวสูงถึง 7.8 แสนราย กรมควบคุมโรค (คร.) จึงได้สรุปสถานการณ์การป่วยและเสียชีวิต ตลอดจนวางแผนสำหรับการรับมือกับโรคต่างๆ ในปี 2554 ไว้ 12 เรื่อง ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยราว 1 ล้านราย และเสียชีวิต 300 ราย โรคไข้เลือดออก คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 7-9 หมื่นราย เสียชีวิตราว 80-110 ราย โรคเอดส์/เอชไอวี คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยที่ต้องการยารักษาราว 205,351 ราย และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 10,100 ราย มีผู้เสียชีวิตราว 28,000 ราย วัณโรคดื้อยาหลายขนาน โดยคาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยวัณโรคทั้งหมดรวมประมาณ 90,000 ราย และมีการดื้อยาหลายขนานราว 1,500 ราย เสียชีวิต 150 ราย
โรคเลปโตสไปโรซิส หรือฉี่หนู ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทเป็นส่วนใหญ่ คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยอยู่ที่ 5,000-6,000 ราย เสียชีวิต 50-60 ราย โรคพิษสุนัขบ้า เฉพาะการคาดการณ์ในผู้ที่ถูกสุนัขที่มีเชื้อสุนัขบ้ากัดอยู่ที่ 3-4 แสนราย เสียชีวิตราว 15-20 ราย ซึ่งในมาตรการการควบคุมใน ปี 2554 ทาง คร.จะมีการเสนอให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามามีบทบาทในการป้องกันการติดเชื้อของโรคพิษสุนัขบ้ามากขึ้น โดยเน้นที่การฉีดยาป้องกันเชื้อควบคู่กับการคุมกำเนิดของสุนัข โดยเฉพาะสุนัขจรจัด
นพ.คำนวณกล่าวอีกว่า โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อทางเดินน้ำดี ซึ่งโรคพยาธิใบไม้ตับเป็นโรคที่มีการระบาดในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือมากที่สุด คิดเป็น 80% ของการระบาดทั่วประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว มีผู้ที่นิยมกินอาหารสุกๆ ดิบๆ กันมาก โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยโรคนี้สูงราว 2.5-3 ล้านราย ซึ่งผู้ป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับในจำนวนทั้งหมดนี้มีสิทธิ์ที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งท่อทางเดินน้ำดำได้ เพราะพยาธิจะขยายพันธุ์ในร่างกายและเข้าชอนไชทำลายท่อน้ำดี จนก่อเกิดเป็นเนื้อร้ายในที่สุด และจะจบชีวิตลงด้วยมะเร็งท่อทางเดินน้ำดีราว 1,200- 1,500 ราย
ขณะที่สถานการณ์ของโรคหลอดเลือดและเบาหวานก็ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะคนปัจจุบันกินอาหารจานด่วนกันมากและนิยมกิน หวาน มันเค็ม โดยคาดการณ์ว่าในปี 2554 จะมีผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวที่ต้องการยา ราว 7.7 ล้านราย และมีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้น 1.6 แสนราย และเสียชีวิตจำนวน 36,000 ราย ส่วนการคาดการณ์ของการบาดเจ็บบนท้องถนนคาดว่าจะมีผู้บาดเจ็บ 150,000-200,000 ราย และเสียชีวิตราว 11,000 ราย โดย 70-80% เสียชีวิตจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย
“ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องของการจมน้ำในเด็ก โดยเรื่องนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในเด็กที่จัดเป็นทรัพยากรบุคคลที่จำเป็นสำหรับสังคม โดยคาดการณ์ว่าจะมีเด็กที่จมน้ำ ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูงถึง 2,750 รายและในจำนวนนี้ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมีอัตราค่อนข้างสูงกว่าโรคอื่นๆ คือ มีเกินครึ่ง คาดว่าเด็กอาจจะเสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 1,500 ราย โดยเฉพาะเด็กในชนบท ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่เต็มไปด้วย บ่อน้ำ สระน้ำทางการเกษตร” นพ.คำนวณกล่าว
สำหรับสถานการณ์การด้านสิ่งแวดล้อมของไทยก็ยังน่าเป็นห่วง โดยปัญหาสุขภาพที่ คร.ได้เตรียมแผนรับมือและคาดว่าจะทำให้ราวต้นปี 2554 คือ เรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพจากหมอกควันในภาคเหนือและภาคใต้ โดยคาดการณ์ว่า ปัญหาดังกล่าวจะคุกคามคนไทยราว 20,000-30,000 ราย แต่สถานการณ์การเสียชีวิตนั้นยังไม่สามารถระบุตัวเลขได้ เพราะการสูดดมหมอกควันนั้นเป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นให้ประชาชนที่ภูมิต้านทานต่ำ เป็นโรคภูมิแพ้ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น ดังนั้นบางครั้งการระบุสาเหตุการเสียชีวิตก็จะไม่ได้ลงลึกถึงปัจจัยดังกล่าว จึงยากที่จะคาดการณ์อัตราการตายได้ขณะนี้ แต่ก็ต้องเร่งรณรงค์และป้องกันให้ถึงที่สุด
“เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมี ซึ่งเป็นเรื่องของภัยใกล้ตัวในสถานการณ์ของสังคมที่เจริญขึ้น มีโรงงานอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้สารเคมีอันตรายต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น โรงน้ำแข็งที่ต้องใช้ก๊าชแอมโมเนียในการหล่อเย็น เหล่านี้ล้วนเป็นภัยต่อสุขภาพประชาชน โดยกรมคาดการณ์ว่า จะมีผู้ป่วยจากสาเหตุดังกล่าวราว 2,000-3,000 ราย เสียชีวิตราว 5-10 ราย
การคาดการณ์ทั้ง 12 โรคดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขจะใช้ในการวางแผนหามาตรการควบคุมและแก้ไขต่อไปตามระยะเวลาที่เหมาะสม และอาจจะตีพิมพ์เป็นหนังสือเล่มเพื่อแจกจ่ายให้หน่วยงานของสาธารณสุขทั่วประเทศใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่ประชาชน ส่วนในเรื่องของรายละเอียดเชิงลึก อธิบดีกรมควบคุมโรคจะแถลงข่าวให้ทราบต่อไป” นพ.คำนวณกล่าวในที่สุด
0 พวงชมพู ประเสริฐ0 รายงาน



