ไลฟ์สไตล์

ให้หนังสือเป็นของขวัญปั้นคนรุ่นใหม่รักการอ่าน

ให้หนังสือเป็นของขวัญปั้นคนรุ่นใหม่รักการอ่าน

02 ม.ค. 2554

"การให้หนังสือเหมือนได้มอบภูมิปัญญาและสิ่งมีคุณค่าให้แก่ผู้รับ คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านตั้งแต่ยังเล็กเพราะสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กอย่างมากทรายอยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา และอยากเห็นคนไทยอ่านหนังสือกันเยอะๆ" ทรายเจริญปุระ ดารานักแสดงก

"ทราย" บอกว่า การอ่านหนังสือมีประโยชน์ทำให้ฉลาดขึ้น ได้แง่คิดต่างๆ ได้เรียนลัดจากประสบการณ์ชีวิตของคนอื่นและมีระบบการคิดที่ดีขึ้นด้วย อยากให้ทุกคนเริ่มต้นจากการอ่าน เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้โดยเริ่มอ่านสิ่งที่ชอบและสนใจก่อนแล้ว ลองอ่านแนวอื่นด้วยไปเรื่อยๆก็จะพบว่าเป็นการใช้เวลาว่างที่ดีและคลายเครียดได้เหมือนกัน

  ใครๆ ที่กำลังมองหาของขวัญปีใหม่ คงจะได้แนวคิดจากดารานักแสดงผู้มากด้วยความสามารถคนนี้ เช่นเดียวกับ อิฐิมาอำนาจสิริทรง (มายด์) อายุ 22 ปี นักศึกษาปี 3 คณะศิลปศาสตร์ สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามที่ชอบซื้อหนังสือเป็นของขวัญให้เพื่อน และญาติผู้ใหญ่บ่อยๆ  เพราะเชื่อว่าการให้หนังสือเป็นสิ่งที่ดีเหมือนได้มอบความรู้แก่ผู้รับ

"ปีใหม่นี้จะหากระเช้าหนังสือกับญาติผู้ใหญ่ เน้นหนังสือที่ชอบอ่าน  และให้แก่เพื่อนที่เป็นหนอนหนังสือด้วย คิดว่าการที่วัยรุ่นจะเปลี่ยนมาให้หนังสือแก่กันเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะจะได้มีความรู้เพิ่มขึ้น หนังสือบางประเภทมีทั้งสาระและความบันเทิงอยู่ในเล่มเดียวกันอีกด้วย"มายด์กล่าว

ด้าน เอกรินทร์ มีขวด (เจฟ) อายุ19 ปี นักศึกษาปี1 คณะศิลปศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์สื่อดิจิตอล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม บอกว่าซื้อหนังสือแนวและสุขภาพให้คุณพ่อหรือคุณแม่ เพราะห่วงเรื่องสุขภาพ และหนังสือแนวท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจอยากไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ การให้หนังสือเป็นของขวัญมีประโยชน์ เพราะคนรับสามารถนำไปอ่านหรือไปประยุกต์ใช้กับตัวเขาเองได้ ทำให้มีความรู้เพิ่มขึ้นจากสิ่งที่ไม่เคยรู้ทำให้เกิดการจดจำระยะยาวกับสิ่งที่ได้อ่านด้วย ขณะที่ของกินของใช้ มีอายุตามวันเวลาที่กำหนดไว้

ปฐมพรเตชะทัตตานนท์ (น้องพลอย) อายุ 18 ปี นักศึกษาปี1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง บอกว่า ถ้ามีโอกาสได้ให้ของขวัญแก่เด็กๆ ที่ด้อยโอกาส อยากจะให้เป็นอุปกรณ์การเรียน และหนังสือนิทาน จะได้ช่วยให้เด็กได้ความรู้และความสนุกสนาน และเพิ่มจินตนาการให้แก่เด็กในการอ่านหนังสืออีกด้วย"

การให้ของขวัญในเทศกาลปีใหม่ไม่จำเป็นต้องให้ของที่มีราคาแพงเพียงแค่ให้ก็ยิ่งใหญ่แล้ว ในยุคเศรษฐกิจที่เป็นแบบนี้ ต้องมองหาของขวัญที่ทรงคุณค่า ประมาณว่าสุขใจ สบายกระเป๋าผู้ให้ อิ่มใจทั้งคนให้ สุขใจทั้งผู้รับ ก็น่าจะเหมาะสมกับยุคสมัยแล้ว

ขณะที่กนกพรสิทธิชัยวรบุตร (น้องจูน) อายุ 18 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงเล่าว่า ทุกสิ้นปีทุกคนจะต้องมีของขวัญเพื่อไว้มอบให้แก่คนที่รัก ซึ่งการให้ของขวัญไม่จำเป็นต้องให้ของที่มีราคาแพง เพียงแค่ให้ก็ยิ่งใหญ่แล้ว เพราะการให้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นของที่มีราคาแพง อีกอย่างในยุคเศรษฐกิจที่เป็นแบบนี้ ต้องช่วยกันประหยัดให้มากขึ้น 

ด้านครอบครัวนันทวิสัย อันประกอบด้วยคุณพ่อชลวิชย์ นันทวิสัย นักบินหนุ่มการบินไทย และคุณแม่รุยาภรณ์ อาชีพแม่บ้าน และลูกสาวสองใบเถา วัยกำลังเรียนรู้ น้องอาทิมา (ซ้าย) อายุ8 ปีและน้องนันท์นภัส (ขวา) อายุ6 ปีครอบครัวเจเนอเรชั่น ที่มีปู่ย่าตายายอยู่ด้วยการให้ของขวัญแก่กันจะมีแทบทุกเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันครบรอบ วันปีใหม่ วันแห่งความสำเร็จ ฯลฯ

 "ชลวิชย์" บอกว่าซื้อหนังสือให้บ่อยมาก เช่น คุณปู่ชอบอ่านแนวเกษตร การจัดสวน ปลูกต้นไม้ คุณแม่ชอบหนังสือหลากหลายทุกประเภท ส่วนคุณพ่อชอบเกี่ยวกับเรื่องรถ น้องอาทิ มาชอบแนวสิ่งประดิษฐ์ การพับกระดาษ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ส่วนน้องนันท์นภัสจะชอบเรื่องวิทยาศาสตร์เชิงลึกและอุลตร้าแมน จะไปซื้อในงานมหกรรมหนังสือเป็นประจำ

"การให้หนังสือเป็นของขวัญเป็นสิ่งที่ดีน่าสนับสนุนให้ทุกครอบครัวทำกัน เพราะอ่านได้ตลอดและไม่สูญหายไปไหน ในนั้นก็เป็นความรู้ บางเล่มสามารถเก็บไว้ค้นข้อมูลและใช้ประโยชน์ต่อไปได้ การให้หนังสือเป็นของขวัญเป็นโอกาสดีที่จะได้ส่งเสริมการอ่านให้แก่ลูกๆ และเลือกซื้อของขวัญที่มีคุณค่าและมีประโยชน์อย่างหนังสือด้วย อยากแนะนำว่าให้ศึกษาข้อมูลคนที่จะให้ก่อนว่าเขาชอบหนังสือแนวไหนเพื่อจะได้ตรงกับที่เขาต้องการและใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ซึ่งจะทำให้คุณค่าของขวัญที่เราให้ไม่ตกหล่น มีความสุขทั้งผู้รับและผู้ให้ โดยเฉพาะคนที่เป็นนักอ่านคงจะยิ้มรับกับของขวัญ"  นักบินหนุ่มการบินไทยกล่าวทิ้งท้าย


0 ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ 0