ไลฟ์สไตล์

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (15)

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (15)

31 ธ.ค. 2553

ช่วงนั้นตัวฉันเองถูกสั่งย้ายเข้ามาดำรงตำแหน่ง “หัวหน้าสถานีวิจัยข้าวที่รังสิต” แต่ตัวเองกลับมาทำงานที่สถานีวิจัยข้าวบางเขน ซึ่งสำคัญมากกว่า จึงทำให้ฉันมีโอกาสรู้ความลับของบ้านเมือง ทั้งนี้ เพราะเหตุว่าคนไทยไม่เพียงแต่ใจอ่อนเท่านั้น หากมีรากฐานจิตใจอ่อนแอ

  เมื่อเสียเปรียบในเรื่องข้าวได้ ก็ย่อมเสียเปรียบได้ทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องกล้วยไม้ ดังนั้นคนไทยโดยทั่วไปจึงเห็นได้แต่เพียงว่าฉันทำเรื่องกล้วยไม้ แต่มองไม่เห็นสิ่งที่แยบยลแฝงอยู่เบื้องหลัง ซึ่งฉันต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทยมาแทบตลอดชีวิต

 ฉันย้ายกลับมาอยู่บางเขน ช่วงนั้นเป็นปี พ.ศ.2493 ฉันได้รับมอบหมายให้มาทำงานรวบรวมพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์เพื่อหาลักษณะที่แท้จริงของข้าวพันธุ์ต่างๆ ปรากฏว่ามีพันธุ์ข้าวถูกส่งเข้ามาจากต่างจังหวัดเพื่อนำมามารวมไว้กว่า 1.2 หมื่นสายพันธุ์ นอกจากนั้นแล้วฉันยังต้องนำเอาแต่ละพันธุ์ข้าวมาปลูกลงในพื้นนาทีละเมล็ด โดยปลูกเรียงกันเป็นแถว จากนั้นจึงปักป้ายบอกชื่อสายพันธุ์เอาไว้อย่างถี่ถ้วน

 สิ่งแรกที่ฉันนึกถึงก็คือ การนำพันธุ์ข้าวเหล่านั้นมาปลูก สอนให้ฉันแลเห็นความจริงว่า แท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องพันธุ์ข้าวแต่เป็นเรื่องคนทั้งหมด มันก็เหมือนกับเรื่องกล้วยไม้ที่ฉันมองเห็นความจริง 

 ฉันสังเกตเห็นผู้คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ในสมัยนั้น หลายบ้านมักปลูกกล้วยไม้เสมือนเป็นวัฒนธรรมของคนที่มีสภาพร่ำรวย มีบรรดาศักดิ์ แม้แต่เป็นพ่อค้า ถ้าทำงานแล้วเอาผลเข้าไปถวายในวังก็มักได้รับบรรดาศักดิ์ ดังเช่น ช่างทำรองเท้า หลังจากนำรองเท้าไปถวายในหลวงก็มักได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ว่า “หลวงประดิษฐ์บาทุกา”

 ดังนั้นคนที่มีบรรดาศักดิ์ หรือมีฐานะดี โดยที่เป็นพ่อค้ามักนิยมนำกล้วยไม้มาปลูกเล่น ร่วมกับบรรดาเจ้านายบางพระองค์

"ระพี สาคริก"