
ไอเดียเด็กไทยโดนใจปรมาจารย์งานศิลป์
ด้วยเชื่อมั่นว่าเด็กและเยาวชนล้วนมีความสามารถหลากหลายด้าน อีกทั้งยังสมควรจะได้รับโอกาสในการส่งเสริมและพัฒนาให้มีศักยภาพอันเข้มแข็งเต็มความสามารถและความถนัดของแต่ละคน สามารถทางศิลปะ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เด็กและเยาวชนทุกคนควรจะได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจั
มูลนิธิซิเมนต์ไทย ภายใต้การนำของ สุรนุช ธงศิลา กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิซิเมนต์ไทย จึงให้ความสำคัญกับเยาวชนที่มีความสามารถด้านศิลปะและกระตุ้นให้เยาวชนสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยจัดโครงการให้สอดรับกับความต้องการของผู้ที่มีพรสวรรค์ทางศิลปะทุกระดับเพื่อต่อยอดให้ยุวศิลปินและศิลปินชาวไทยมีโอกาสได้เข้าแข่งขันและแสดงผลงานในระดับนานาชาติ อันจะเป็นการยกระดับวงการศิลปกรรมโดยรวมของไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเปิดเวทีการประกวด "รางวัลศิลปะเพื่อเยาวชนไทย (Young Thai Artist Award) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 6 แล้วประกอบด้วย สาขาศิลปะ 2 มิติ ศิลปะ 3 มิติ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ วรรณกรรม และการประพันธ์ดนตรี
สำหรับเยาวชนที่ได้รับรางวัลต่างๆ ว่า สาขาศิลปะ 2 มิติ ได้แก่ "Untitled no.6" โดย กมลพันธุ์ โชติวิชัย จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เจ้าของผลงานกล่าวถึงแรงบันดาลใจว่า มาจากการทำศิลปะบำบัด จึงทำงานศิลปะเพื่อบำบัดตัวเอง ขณะที่ สาขาศิลปะ 3 มิติ ได้แก่ "ล่อลวง ลี้ลับ" โดย ดุสิต ตาตะนัน มหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ได้บอกเล่าถึงที่มาของผลงานชิ้นโบแดงของตัวเองว่า เกิดจากความสนใจลักษณะเฉพาะวิธีการหาอาหารของพืชที่มีทั้งความวิจิตรพิสดารจึงต้องการสื่อให้เห็นถึงความงามที่น่าค้นหาแต่แฝงไปด้วยพลังแห่งความลี้ลับซับซ้อนในธรรมชาติ
ส่วน สาขาภาพถ่าย ได้แก่ "ชีวิตใครกำหนด" ของ ชวลิต กรรมสาธก จากมหาวิทยาลัยรังสิต ย้อนถึงที่มาเรียบง่ายแต่ได้ใจคณะกรรมการว่า มา จากเชื้อไวรัสเอชไอวี จากครรภ์มารดาสู่ทารก...ใครเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตนี้ ขณะที่ สาขาภาพยนตร์ ได้แก่ The Last Tape' โดย ประเสริฐ รุ่งโรจน์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่ง มีความชื่นชอบต่อหนังสยองขวัญ เป็นทุนเดิมจนสามารถคว้าชัยในครั้งนี้สำเร็จ
นอกจากนี้ก็เป็น สาขาวรรณกรรม ได้แก่ Good Morning Sunshine โดย วรฐิติ มโนสร้อย จากรั้วจามจุรี ที่เชื่อว่า สิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิดมีอยู่จริง รวมถึงความดีความชั่วไม่เคยมีนิยามที่ตัดสินได้จัดเจน และสุดท้าย สาขาการประพันธ์ดนตรี ได้แก่ "ยอพระพาย และยุคันตวาต สำหรับสตริงควอร์เทต" ตกเป็นของ มรกต เชิดชูงาม จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก สายลมแห่งห้วงหนหนึ่ง
ด้าน อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน หนึ่งในคณะกรรมการสาขาศิลปะ 3 มิติ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมว่า เป็นผลงานที่สะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง วัสดุ และเทคนิคที่ใช้ ล้วนมีความสมดุล สอดคล้องกัน สามารถสื่อถึงความสวยงามที่แฝงความลี้ลับในธรรมชาติ ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการหล่อเป็นอย่างมากจึงจะทำผลงานได้สมบูรณ์ เช่นเดียวกับ รศ.รักศานต์ วิวัฒน์สินอุดม กรรมการสาขาภาพยนตร์ ได้กล่าวชื่นชมผลงาน The Last Tape' ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีรูปแบบการนำเสนอแปลกใหม่ในรูปแบบรายการเรียลิตี้ มีเทคนิกการผลิต การใช้สื่อหลากหลาย สามารถตรึงอารมณ์คนดูได้ตลอดระยะเวลา 20 นาที
ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “รางวัลศิลปะเพื่อเยาวชนไทย 2553” ได้ตั้งแต่วันที่ 3-29 ธันวาคม 2553 เวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องนิทรรศการ 5-8 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปถนนเจ้าฟ้า



