
อย่าตกเป็นเหยื่อโฆษณา
มีนักเคมีคนหนึ่งเป็นคนไทย มีเพื่อนที่อเมริกามาเล่าให้ฟังว่า เวลาจะใช้ผงซักฟอก คนไทยจะเน้นต้องมีกลิ่นหอม และยังไม่พอต้องติดทนด้วย เขาบอกว่า การที่จะทำให้กลิ่นหอมติดทนนั้น นักเคมีซึ่งเป็นผู้ผสมสูตร แชมพูก็ดี ผงซักฟอกก็ดี ให้มีกลิ่นหอมนั้น ง่ายมากเลย เพียงแ
สาร 'มัช' นี้เป็นตัวจับกลิ่น ให้เกาะอยู่กับผ้า ผ้านั้นเราเอามาใส่กลิ่นๆ นี้ก็เข้าไปในปอดของเรา และสารมัช มันก็เข้าไปด้วย และมันก็มีความสามารถจับอย่างที่ได้บอกแล้ว ก็จับระบบหายใจของเราข้างใน เราจึงไม่ต้องสงสัยเลย ทำไมคนสมัยปัจจุบันจึงเป็นโรคมะเร็งกันมาก เพราะว่าชีวิตรอบข้างตัวเราเต็มไปด้วยความไม่เป็นธรรมชาติ
เราลืมไปว่า แชมพูที่เราสระผมจริงๆ เพื่อจะให้ผมสะอาด จุดประสงค์ดั้งเดิม การทำแชมพูสระผมก็เพื่อจะให้ผมสะอาด เวลานี้เราก็เพิ่มว่า ผมสะอาดแล้วผมต้องหอม ผมหอมแล้วผมต้องนิ่ม
อันนี้เป็นการเสพเกินความประสงค์เดิมของแชมพู เราก็ต้องเป็นคนจ่าย จ่ายความปรารถนาของเราที่จะเสพ ถ้าต้องการกลิ่นหอมนาน มันก็จับเข้าไปในปอด จับเข้าไปในเส้นเลือด ทางเดินอากาศในกายของเราด้วย
ในสังคมของการเสพ ที่บีบคั้นผลักดันให้เราเสพเสมอและมากขึ้น ทีนี้ที่เป็นน้ำขวด โดยเฉพาะที่ผ่านการกรองที่เรียกว่า 'โอเอส' นี้จะกรองออกหมดทั้งสิ่งที่มาในธรรมชาติของน้ำ ซึ่งสามารถจะกินได้ก็กรองออกหมด
เพราะฉะนั้นน้ำขวดหลายๆ ชนิดที่คุณโยมกินอยู่ปัจจุบันนี้เรากินกากน้ำ ไม่มีสารอะไรเลย ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งที่เดิมน้ำที่เป็นธรรมชาติของเรามันจะมีสารบางชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่ไปช่วยทำให้การสูบฉีดเลือดของหัวใจ ในเวลาที่หัวใจตีบตัน มันจะช่วยให้หัวใจคลายตัว
แต่เมื่อเรากรองสารตัวนี้ออกจากน้ำ หัวใจเราก็ตีบ และก็จะไม่ค่อยคลายตัว ทำให้เราเกิดปัญหาเป็นโรคหัวใจ
จากการศึกษา ๔๐% ของคนอเมริกันเป็นโรคหัวใจ จะขาดสารตัวนี้ อันนี้ก็เป็นวิถีชีวิตของเราที่มันได้เพี้ยนไปจากเดิม ไกลออกไปมากสิ่งที่เราทำได้สร้างปัญหา สร้างอุปสรรค ให้ตัวเราเองโดยที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ
อาตมาพยายามจะบอกว่า ให้เราทุกคนเข้าใจธรรมชาติของตัวเราเอง แล้วก็ดำเนินชีวิตตามความต้องการของธรรมชาติ พยายามอย่าตกเป็นเหยื่อของสังคมที่เขาบีบรัด เร่งเร้าให้เราเสพ โดยเกินความจำเป็น
เหมือนที่อาตมาเล่าเรื่องกระดาษหอม ชีวิตของเราถูกพัดพาจากการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ชีวิตของเราซับซ้อนมากขึ้น
"ธัมมนันทา"



