
เล่นหูเล่นตา -ขนมเปื้อนยิ้ม
นั่ง นั่งลง อย่ากระโดด
หมาแม่ลูก 2 ตัวนั่งลงอย่างกระวนกระวาย ผุดลุกผุดนั่งกับคำสั่งซ้ำซากที่ไม่เป็นผลราวกับว่าฉันสั่งตัวเองมากกว่าพวกมัน ตัวแม่นั่ง ตัวลูกยืน ผลัดกันอยู่อย่างนั้นในขณะที่ฉันพยายามแกะขนมเค้กหน้าตาน่ารักที่ซื้อมาจากตลาดออกจากกล่องพลาสติกอย่างทุลักทุเล ตัวลูกใช้ขาหน้าตะกายขึ้นโต๊ะแล้วยื่นจมูกมาดมจนครีมเปื้อนจมูกมัน ส่วนตัวแม่ก็พยายามจะงับขนมที่อยู่บนถาดพลาสติกอีกก้อนจนฉันต้องยกขนมเค้กหนี แล้วหันรีหันขวางไม่มีทั้งที่จะยืนและวางขนม คราวนี้หมา 2 แม่ลูกเดินวนรอบตัวฉัน ฉันได้จังหวะวางก้อนหนึ่งให้ตัวลูก แล้วเอาเค้กอีกก้อนล่อตัวแม่มากินอีกฝั่ง
ตอนพวกมันเริ่มจัดการกับเค้ก ฉันก็เริ่มร้องเพลงฉลองให้พวกมันหมา 2 ตัวอันเป็นที่รักของฉัน ก่อนใครๆ ในบ้านเสียอีก
สวัสดีวันปีใหม่พา ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์
ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม ต่างสุขสมนิยมยินดี …
“หงับ … หงับ … หงับ ”
ทีแรกพวกมันก็ละเลียดหน้าเค้กด้วยปลายลิ้นเบาบางอย่างมีความสุข ฉันร้องไปไม่ทันถึงครึ่งเพลง พวกมันก็จัดการกับเค้กหมดใน 2 - 3 คำ “โธ่ … เลยร้องเพลงไม่จบเลย ” ดูสิ … พวกแกโชคดีแค่ไหนได้กินเค้กปีใหม่ก่อนใคร ฉลองปีใหม่ก่อนใคร แถมมีนักร้องมาร้องเพลงให้ถึงที่ แต่ … ไม่ฟังกรูเลย!
ฉันบ่นไปพร้อมกับเก็บถาดพลาสติกรองเค้กทั้ง 2 อันทิ้งลงถัง แล้วเดินเข้าบ้านไป ถ้าหมามันยิ้มได้ มันคงยิ้มให้ฉัน …
ขนมเค้กนั้นหมา 2 ตัวกิน แต่รอยยิ้มเปื้อนหน้าฉัน …
“เป็นอะไรทำไมหน้าเศร้า ”
เด็กขายพวงมาลัยวัย 10 ขวบ ที่เดินขายประจำอยู่เยาวราชมาหลายปีแล้ว เดินถือกระด้งใส่พวงมาลัยมาวางบนโต๊ะที่ฉัน นุชนาฎ และสีเกด กำลังฟาดขนมหวานกันอยู่ตอนเที่ยงคืน
“โดนแม่ตีเหรอ? ” ฉันถาม
เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ แล้วบอกว่า “ ยาย ”
“ทำไมยายถึงตี”
“วันนี้ผมไม่อยากออกมาขายพวงมาลัย ยายเลยตี”
“ทำไมถึงไม่อยากออกมาขาย ขี้เกียจเหรอ?”
“หึ … ผมอยากหยุด ธรรมดาหยุดทุกวันจันทร์ นี่วันจันทร์ก็ไม่ได้หยุด วันนี้ก็ต้องออกมาขายอีก ” เขาบ่นไปหน้าก็สลดไปกว่าเก่า
“แล้ววันหยุดอยู่บ้านทำอะไร เล่น หรือ ดูทีวี”
“ไม่ทำอะไร อยู่เฉยๆ”
หมดข้อซักถาม เด็กน้อยยังคงอ้อยอิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนจะอยากยืนไว้อาลัยให้วันหยุดข้างโต๊ะพวกเรา จนนุชนาฎ และสีเกด รู้สึกสงสาร
“อยากกินขนมมั้ย สั่งสิ พี่เลี้ยงเอง” เขาส่ายหน้าอีกครั้งพร้อมแววตาซึมเศร้า (คราวที่แล้วยังขอขนมกิน คราวนี้เกิดไม่อยาก)
“งั้นอยากได้อะไรตอนนี้ พี่จะซื้อให้ ถือว่าเป็นของขวัญวันปีใหม่จะได้หายเศร้า” สีเกดว่า
“ผมขอ 2 อย่างได้ไหม?”
พวกเรา 3 คนมองหน้ากัน กริ่งเกรงว่าจะเป็นอะไรที่เกินโควตา
“อย่างแรกผมขอนมให้น้อง ” เฮ้อ … โล่งอก!
“อย่างที่ 2 ผมขอแพมเพิร์สให้น้อง” เขาออเดอร์มาติดๆ กัน
พวกเรา 3 คนมองหน้ากันอีกครั้งอย่างซาบซึ้ง เด็กตัวแค่นี้กลับคิดถึงแต่น้องแทนที่จะคิดถึงตัวเองก่อน เขาเล่าว่าน้องอายุ 1 ขวบ แม่เลี้ยงน้องอยู่กับบ้าน ยายต้องมาร้อยมาลัยให้เขาเดินขาย บางทีก็ขายขนมปังกรอบแทน
ทุกครั้งที่ไปเยาวราชไม่พลาดเจอกัน ไม่ว่าอยู่มุมไหน ซอกไหน เด็กคนนี้เป็นต้องหาพวกเราเจอทุกทีจนสีเกดว่า
“มีสายไปบอกรึเปล่า ทำไมเธอถึงหาพวกเราเจอทุกทีเลย”
ครั้งนี้สิ่งที่เด็กชายขอดูเป็นเรื่องเล็กน้อยหาแลกกับรอยยิ้มสดใสตามปกติอย่างที่พวกเราคุ้นเคยเมื่อเจอเขา แต่สีเกด “ด่าฝาก” ไปที่แม่เด็กเรื่องผ้าอ้อมสำเร็จรูป
“แม่เธอทำไมไม่ใช้ผ้าอ้อมแล้วซักเอา ประหยัดกว่าอีก กลับไปบอกแม่เธอนะว่าขี้เกียจ!”
“ถ้าไม่ขี้เกียจก็คงไม่ใช้ลูกออกมาทำงานแทนหรอก” ฉันสำทับ
การใช้แรงงานเด็ก คือการแสวงหาผลประโยชน์กับเด็ก ซึ่งทั่วโลกมีจำนวนถึง 215 ล้านคน มีทั้งแรงงานในภาคการเกษตร ทำงานใต้ดิน ทำงานในโรงงาน และทำงานตามบ้านเป็นคนงานหรือคนใช้ สิ่งเหล่านี้มักทำกันแบบลักลอบ แต่ในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเรากลับทำกันแบบโจ่งแจ้ง โดยไม่มีหน่วยงานของรัฐออกมาดูแล (ถ้าไม่ได้ออกทีวี) ฉันรู้สึกเศร้าใจมากกว่าใบหน้าเศร้าๆ ของเด็กขายพวงมาลัยที่อยู่ตรงหน้าเสียอีก เงินภาษีที่เสียไปควรจะได้ใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะบุคลากร ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับเยาวชนเป็นอันดับแรก หากเยาวชนเป็นอนาคตของชาติ เด็กควรจะได้เรียนฟรีและการศึกษาภาคบังคับก็ควรจะสูงขึ้น กฎหมายคุ้มครองเด็กควรจะถูกนำมาใช้อย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ … ทั้งหมดนี้อยู่แค่ในความฝันเท่านั้น ตราบใดที่นักการเมืองของประเทศเรายังติดอันดับโลกของการคอร์รัปชั่นอยู่ ชีวิตของเด็กไทยอีกหลายคนจึงเป็นฝันร้ายที่กลายเป็นจริงอยู่ทุกวันจนชิน!
นุชนาฎพาเด็กขายพวงมาลัยหายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแถวนั้น โดยมีฉันกับสีเกดนั่งรอและเฝ้ากระจาดมาลัยแทน … อีกครู่ใหญ่ เด็กชายก็หิ้วถุงพะรุงพะรังเดินกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
“นี่ใช่คนหน้าเศร้าเมื่อตะกี๊หรือเปล่า? ” สีเกดกระเซ้า
ในถุงมี 2 สิ่งที่เขาร้องขอ นมกับผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับน้อง และขนมอื่นๆ อีกมากมายสำหรับเขาที่ทำให้วันนี้เป็นวันพิเศษวันหนึ่ง … ไม่ว่าจะเป็นวันคริสต์มาส ปีใหม่ ตรุษจีน หรือ วันสำคัญใดๆ ในปฎิทินก็คงไม่สำคัญเท่ากับวันธรรมดาๆ สักวันที่มีคนซื้อขนมให้กิน … ชีวิตปกติที่มีแค่เรียนกับเล่นเหมือนเด็กๆ ทั่วไปไม่เกิดขึ้นกับเขา แต่คำว่า “ ดิ้นรน ” มันติดตัวเขามาตั้งแต่หายใจเฮือกแรกเข้าปอดพร้อมกับทำความรู้จักโลกใบนี้ … โลกที่ไม่มีวันง่ายสำหรับเขา พวกเรา 3 คนเป็นแค่คนที่ผ่านมาในวันหนึ่ง ถึงหน้าจะไม่เหมือนซานตาครอส (ยกเว้นหุ่นที่ควรจะเป็นเมียซานต้า) แล้วไม่ได้มาพร้อมถุงของขวัญ แต่เราก็ได้ทำให้วันนี้เป็นวันที่ง่ายสำหรับเขา ด้วยการให้ขนมอร่อยๆ ที่เขาอยากกิน … เขาพนมมือแต้ขึ้นไหว้พร้อมขอบคุณแล้วจากไป
เด็กขายพวงมาลัยได้ขนมไปกิน แต่รอยยิ้มเปื้อนหน้าพวกเรา …
เจนนิเฟอร์ คิ้ม



