
วิกฤติโรคระบาดมะพร้าวไทยหรือจะปล่อยเหลือแต่ตำนาน!
จากกรณีที่ขณะนี้มีแมลงศัตรูพืชกำลังระบาดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ และอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรีที่พบปัญหาการระบาดหนักที่สุด
ซึ่งล่าสุดมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวได้รับความเสียหายแล้วกว่า 4 แสนไร่ จากพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งประเทศประมาณ 2.5 ล้านไร่ ส่งผลทำให้ผลผลิตมะพร้าวของเกษตรกรได้รับความเสียหาย จากปัญหาดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร เร่งจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวโดยเร่งด่วนแล้ว
"ในเบื้องต้นกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำโครงการในระยะแรกโดยใช้งบประมาณดำเนินการของกรม ประมาณ 7 ล้านบาทเพื่อเข้าไปดำเนินการทำลายแมลงดำหนาม และแมลงหนอนหัวดำในพื้นที่ที่มีการรุนแรง โดยใช้ทั้งกลวิธีโดยการตัดใบส่วนที่พบการระบาดของศัตรูพืชแล้ว และการใช้ชีววิธีโดยใช้แตนเบียนเข้าทำลาย" อรรถ อินทรักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเผยความคืบหน้าในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว
เขาระบุอีกว่าสำหรับสาเหตุที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ที่มีการกระบาดมากที่สุด เนื่องจากเป็นพื้นที่แล้งต่อเนื่อง ไม่มีฝน ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวกรมส่งเสริมการเกษตรมีแนวทางและพัฒนามะพร้าวทำคู่ขนานกับการควบคุมและกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว โดยกรณีที่มีศัตรูพืชระบาดจะมีมาตรการดำเนินการ 2 มาตรการคือ มาตรการเร่งด่วนคือการตัดทางมะพร้าวที่ถูกทำลายโดยการเผา ฉีดพ่นเชื้อแบคทีเรีย บีที ปล่อยแตนเบียนไข่ทริคโคแกรมม่า และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและมีส่วนร่วมในการควบคุมและกำจัดหนอนหัวดำอย่างยั่งยืน และมาตรการเฝ้าระวัง จะมีการจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน จัดทำแปลงติดตามสถานการณ์การระบาด สำรวจติดตามต่อเนื่อง เฝ้าระวังและเตือนภัยระบาดในระดับตำบลอำเภอและจังหวัด
นอกจากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการตามแนวการส่งเสริมพัฒนาในกรณีสวนเก่าที่มีมะพร้าวที่อายุมากจะแนะนำให้มีการบำรุงดิน ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ทำความสะอาดและดูแลให้แข็งแรง ปลูกแซมมะพร้าวพันธุ์ดีทดแทนมะพร้าวอายุมาก ควบคุมศัตรูพืชและผสมผสาน ในพื้นที่ปลูกใหม่ แนะนำให้หามะพร้าวพันธุ์ดีมาปลูก แซมพืชอื่นๆ ดำเนินการปลูกในรูปแบบกลุ่มผ่านสถาบันเกษตรกร แปรรูปจากผลผลิตมาเพิ่มมูลค่า ทำความร่วมมือเอกชนและปลูกมะพร้าวตามวัตถุประสงค์การตลาด
วนิชย์ ปักกิ่งเมือง นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทย กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถึงมาตรการแก้วิกฤติโรคระบาดในมะพร้าวว่า ขณะนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก็คือเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวในพื้นที่ อ.ทับสะแก ประสบกับความเดือดร้อนอย่างหนัก รายได้ที่เคยได้รับจากการขายผลผลิตลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 70-80 ที่สำคัญผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ในขณะนี้ก็ไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากต้นมะพร้าวอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม อันมีสาเหตุมาจากภัยแล้งและการระบาดของแมลงศัตรูพืชในปีที่ผ่านมา
"ผมว่าต้องใช้เวลาฟื้นฟูสภาพของสวนมะพร้าวไม่น้อยกว่า 1 ปีขึ้นไป แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการได้รับฟื้นฟูอย่างเต็มที่และสภาพดินฟ้าอากาศฟ้าฝนเอื้ออำนวยด้วย จ.ประจวบฯ นี่เจอแล้งมา 4 ปีติดต่อกัน ฝนไม่ตกเลย ฝนเทียมก็ไม่มี ที่ อ.ทับสะแก ถ้าฝนไม่ตกเดือนนี้คงจะไม่มีน้ำบริโภคแน่ ขณะพื้นที่อื่นน้ำท่วมโครมๆ แต่ที่ประจวบฯ ประกาศภัยแล้ง ยิ่งปีนี้แล้งหนักมากแล้วเกิดโรคศัตรูพืชระบาดซ้ำอีก ยิ่งไปกันใหญ่ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลรีบเข้ามาช่วยเหลือด่วน โดยเฉพาะค่าชดเชยความเสียเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมหามะพร้าวพันธุ์ดีมาปลูกทดแทน"
นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวฯ เปิดเผยอีกว่า จากปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรต้องดำรงชีพอยู่อย่างลำบากในขณะนี้ ซึ่งจากการประเมินพบว่าเกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวต่ำกว่า 30 ไร่จากปกติที่เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 2,000 ผลต่อเดือน ขณะนี้อาจเหลือผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ไม่เกิน 300-500 ผลและเป็นผลผลิตไม่สมบูรณ์ รายได้ที่เคยได้รับและเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพขณะนี้แทบไม่มีเข้ามาจากการขายมะพร้าว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสถานะทางเศรษฐกิจในทุกระดับของชุมชนเป็นอย่างมากและอาจจะส่งผลอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้หากไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน
แม้ว่าที่ผ่านมาทางราชการได้มีการสำรวจความเสียหายเพื่อจัดหางบประมาณมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ในขณะที่ความเดือดร้อนแผ่ขยายออกไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้เกิดปรากฏการณ์รวมตัวของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวใน อ.ทับสะแกเพื่อเรียกร้องให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและโดยเร่งด่วน
ด้าน เกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการบริษัท อำพลฟูดส์ โพรเซสซิ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวกล่าวถึงความเสียหายและผลกระทบที่ได้รับจากการเกิดโรคระบาดในมะพร้าวว่าทำธุรกิจนี้มากว่า 50 ปีแต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคราวนี้นับว่ามีความรุนแรงมากที่สุด ผลผลิตมะพร้าวใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตป้อนโรงงาน 100% ขณะนี้มีผลผลิตส่งเพียงแค่ 10-20% เท่านั้น จากอดีตที่ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวสำเร็จรูปมากที่สุดในโลก แต่นับจากนี้เป็นต้นไปประเทศไทยจะเป็นผู้นำเข้ามะพร้าวแทน
"ผมว่าคงต้องดับฝันโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกแน่ๆ เพราะอาหารไทยใช้วัตถุดิบจากมะพร้าวเป็นหลัก ต่อไปถ้าไม่มีมะพร้าวจะใช้อะไรแทนหรือว่าแกงไทยใส่นมแทนได้ ไม่อยากให้มะพร้าวไทยเหลือแต่ชื่อ เพียงแค่ 2 เดือนล่าสุด (ตุลาคม-พฤศจิกายน) บริษัทขาดทุนไปกว่า 40 ล้านบาทจะขึ้นราคาก็ไม่ได้ วัตถุดิบก็ไม่มี กระทรวงพาณิชย์ขอดูต้นทุน แต่ไม่เคยตอบมาเลย บริษัทต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นตรงนี้" นายเกรียงศักดิ์กล่าว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลรีบเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้โดยด่วน
เสนอ 4 แนวทางร้องรัฐเร่งดำเนินการ
1.พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการไม่มีผลผลิต ทำให้ไม่มีรายได้ในการดำรงชีพ ในเบื้องต้นด้วยการให้เงินชดเชยความเสียหายจากการไม่มีรายได้เป็นรายเดือนในจำนวนที่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
2.พิจารณาหาแนวทางลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาระหนี้สินของเกษตรกร โดยเฉพาะหนี้สินของ ธ.ก.ส. เช่น การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การชดเชยดอกเบี้ยหรือการให้เงินเพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่การเกษตร
3.การเร่งให้มีการดำเนินการฟื้นฟูอาชีพ เช่น การสนับสนุนปัจจัยการผลิต เงินทุนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อป้องกันปัญหาความเสียหายจากภัยแล้งในอนาคต เช่น การขยายพื้นที่อ่างเก็บน้ำคลองจะกระที่มีอยู่แล้วหรือการปรับปรุงพื้นที่เหมืองแร่เก่าที่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่รับน้ำใช้เพื่อการเกษตรได้เป็นอย่างดีสามารถรองรับพื้นที่การเกษตรได้จำนวนไม่น้อยและสามารถดำเนินการได้ในทันที
4.การจัดหาอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือในการฉีดพ่นสารเคมีที่มีประสิทธิภาพ สามารถดำเนินการได้ทันที โดยการสนับสนุนการดำเนินการจากส่วนราชการหรือท้องถิ่น ทั้งนี้เพราะเกษตรกรไม่สามารถแบกรักภาระค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายต่อไร่สูงเฉพาะค่าแรงงานมีค่าใช้จ่ายต่อไร่ประมาณ 500-600 บาท
สุรัตน์ อัตตะ



