ไลฟ์สไตล์

นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งทศวรรษ

นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งทศวรรษ

26 ธ.ค. 2553

ช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสาร เชื่อมโยงระหว่างคนทั่วโลก เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสะดวกมากขึ้นอย่างที่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 2533-2543 นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีที่ทำให้การใช้ชีวิตของผู้คนในลักษณะของการ

ของบริษัท แอปเปิล อิงค์ ทั้ง ไอโฟน และไอแพด (ที่มีหลายคนเรียกว่ากระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์) ที่สามารถเติมเต็มความต้องการสื่อบันเทิงของผู้ใช้แต่ละราย ทั้งยังไม่ทำให้ผู้ใช้ขาดการติดต่อกับโลกภายนอกผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ "ไวไฟ" ซึ่งก็มีการพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานี้ด้วยเช่นกัน

 เรียกได้ว่าทศวรรษ 2543-2553 เป็นช่วงเวลาแห่งเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์เพื่อการติดต่อสื่อสารอย่างแท้จริง และ 10 นวัตกรรมต่อไปนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา และเป็นตัวแทนแห่งทศวรรษที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารอย่างแท้จริง

 1.ตั๋วเครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้อำนาจการตัดสินใจส่วนหนึ่งในการใช้บริการโดยสารเครื่องบินมาอยู่ในมือของผู้โดยสาร เช่น การเลือกเที่ยวบินที่ต้องการ การสั่งเมนูอาหาร หรือการเลือกที่นั่ง สามารถทำได้ง่ายผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ แถมยังไม่ต้องเข้าแถวรอเพื่อเช็กอินขึ้นเครื่องบินอีกด้วย

 สมาคมขนส่งสินค้าทางอากาศ (ไออาต้า) ที่รับผิดชอบการบริหารอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศในภาพรวม วางแผนการใช้ตั๋วเครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ปี 2547 กำหนดให้ปี 2550 เป็นปีสุดท้ายที่มีการใช้ตั๋วเครื่องบินโดยสารแบบกระดาษ

 แต่กำหนดดังกล่าวต้องเลื่อนออกมาจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2551 เพื่อให้สายการบินทั่วโลกมีความพร้อมในการออกตั๋วด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

 2.ไอแพด แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ที่มีแต่หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส ทำให้ผู้ใช้สั่งการผ่านหน้าจอด้วยการ “สัมผัส” สัญลักษณ์ของโปรแกรมต่างๆ ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตผ่านระบบไวไฟ และสัญญาณโทรศัพท์มือถือแบบ 3 จี ทำให้ผู้ใช้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร

รวมทั้งการดาวน์โหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (อีบุ๊ก) และชมเว็บไซต์ต่างๆ ผ่านทางกระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์ขนาด 9 นิ้วน้ำหนักประมาณ 680 กรัมได้อย่างสะดวก

ประชาชนทั่วโลกตั้งตาคอยการเปิดตัวไอแพด สังเกตได้จากยอดขายกว่า 3 ล้านเครื่องในช่วง 80 แรกหลังจากการเปิดตัวออกสู่ตลาดในเดือนเมษายน 2553 ทำให้มีการพูดกันว่าไอแพดถือเป็นการปฏิวัติการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอาจจะทำให้แท็บเล็ตพีซี ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดไปก่อนหน้าและใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สของบริษัทไมโครซอฟท์กลายเป็นไดโนเสาร์ที่ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลกกันเลยทีเดียว
3.สมาร์ทโฟน นวัตกรรมใหม่ที่เปิดตัวในช่วงต้นทศวรรษนี้ ที่เพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร การทำงานเอกสาร การท่องเว็บไซต์ และคุณสมบัติส่วนหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้าไว้ในโทรศัพท์ฉลาดๆ เครื่องหนึ่งที่สามารถนำติดตัวไปได้ทุกที่

 นิยามของคำว่าสมาร์ทโฟนคือ อุปกรณ์สื่อสารที่มีระบบปฏิบัติการของตนเอง ปัจจุบันมีระบบปฏิบัติการหลักๆ ของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนด้วยกัน 6 ชนิด ตั้งแต่ ซิมเบี้ยน (ที่มีอายุในตลาดมากที่สุดตั้งแต่ปี 2543 ) วินโดว์ส โมบายล์ (ที่พัฒนาต่อมาจากวินโดว์ส ซีอี) แอนดรอยด์ (ระบบปฏิบัติการน้องใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากค่ายกูเกิล) แอปเปิล ลีนุกซ์ และริม สำหรับโทรศัพท์ตระกูลแบล็กเบอร์รีโดยเฉพาะ

 สมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งสำคัญของประชาชนยุคเจเนอเรชั่น “วาย” ที่เติบโตในยุคที่เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารเบ่งบานอย่างเต็มที่ มีการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน

 4.บริการออนไลน์ แบงกิ้ง บริการธนาคารบนอินเทอร์เน็ต ที่ให้บริการธุรกรรมการเงินด้วยการคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้ง ไม่ต้องให้ลูกค้าเปลืองเวลาเดินทางฝ่าการจราจรที่หนาแน่นไปยังธนาคารอีกต่อไป นับเป็นบริการที่เพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตในยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระบาดไปทั่วโลก

 อันที่จริงแล้วระบบธนาคารบนอินเทอร์เน็ตเริ่มต้นตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว แต่กลับเบ่งบานในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาจากความสะดวกที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

5.โทรทัศน์ความคมชัดสูง (เอชดีทีวี) พัฒนาการล่าสุดของความคมชัดของโทรทัศน์ที่มีความละเอียดของหน้าจอสูงกว่า 2 ล้านพิกเซล หรือ “จุด” ในการแสดงผลบนหน้าจอโทรทัศน์ การมีจุดแสดงผลเพิ่มขึ้นหมายถึงการที่มีส่วนแสดงผลมากขึ้นช่วยให้ภาพรวมแล้วโทรทัศน์จะมีความคมของภาพมากขึ้น

นอกจากการพัฒนาโทรทัศน์ความคมชัดสูง สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกา และอังกฤษบางแห่ง ยังได้เปลี่ยนแปลงระบบการออกอากาศไปสู่ระบบดิจิทัลความคมชัดสูงที่แม้จะต้องลงทุนมหาศาลในการเปลี่ยนระบบการเข้ารหัสเพื่อบีบอัดสัญญาณจำนวนมากได้ดีขึ้น และมีเพียงโทรทัศน์ที่ใช้เทคโนโลยี แอลซีดี พลาสม่า หรือ แอลอีดี รุ่นใหม่ๆ เท่านั้นที่ได้รับการพัฒนาให้มีความคมชัดสูง

6. สตรีมมิ่งวิดีโอ เว็บไซต์ยูทูบ เป็นตัวอย่างที่ดีของนวัตกรรมประเภทนี้ที่เกิดขึ้นในทศวรรษ รวมทั้งเว็บไซต์เน็ตฟลิกซ์ หรือ แอปเปิล ทีวี ที่ให้บริการวิดีโอออนดีมานด์ ส่งไฟล์วิดีโอภาพยนตร์ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของลูกค้าที่ต้องการได้ทุกเวลา

7.อุปกรณ์บอกตำแหน่งบนพื้นโลก (จีพีเอส) ลืมคำว่าหลงทางไปเลยหากคุณมีอุปกรณ์จีพีเอส พร้อมกับแผนที่ ยกเว้นแต่คุณจะอ่านแผนที่ไม่ออกเท่านั้น จีพีเอสเป็นอุปกรณ์ที่อาศัยการคำนวณองศาสัญญาณของอุปกรณ์กับตำแหน่งของดาวเทียมกำหนดพิกัดอย่างน้อย 3 ดวงที่โคจรอยู่รอบโลก

ในยุคแรกๆ จีพีเอสเป็นเครื่องบอกพิกัดองศา และลิปดา เป็นตัวเลขเท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปทุกวินาทีจึงมีการพัฒนาอุปกรณ์จีพีเอสผนวกเข้ากับแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ทำให้เกิดแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถบอกพิกัดของคุณได้ตลอดเวลาแม้มีการเคลื่อนที่
ด้วยเทคโนโลยีชิพอิเล็กทรอนิกส์ที่ก้าวหน้ายังทำให้อุปกรณ์ชนิดนี้ปรากฏอยู่ในโทรศัพท์มือถือทั่วไปรุ่นใหม่ๆ ที่ผลิตในช่วงทศวรรษ 2543-2553 อีกด้วย

8.จอโทรทัศน์พลาสม่า ยุคเริ่มต้นของโทรทัศน์จอแบนที่เข้ามาแทนที่โทรทัศน์แบบซีอาร์ที เป็นโทรทัศน์ที่อาศัยหลอดภาพขนาดจิ๋วแบบ “พลาสม่า” ที่ใช้กระแสไฟฟ้าควบคุมการเปล่งแสงของก๊าซเฉื่อยในหลอดภาพพลาสม่า ก่อนที่จะมีการพัฒนาเป็นโทรทัศน์จอแบนที่ใช้เทคโนโลยีแอลซีดี ซึ่งประหยัดไฟกว่าในเวลาต่อมา ขณะที่จอแอลอีดีเป็นอนาคตที่เพิ่งเดินทางมาถึงปัจจุบัน
9.ไวไฟ อุปกรณ์เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายทุกชนิดในยุคทศวรรษนี้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่เรียกว่า “ไวไฟ” หรือ wireless fidelity (wi-fi) ในการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตโดยอาศัยคลื่นความถี่ 2.4 กิกะเฮิรตซ์ส่งผ่านและรับข้อมูล

ด้วยความนิยมอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เช่นโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ไอแพด หรือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ทำให้ธุรกิจบริการหลายแห่งต้องให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายเพื่อดึงดูดใจลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ จนกลายเป็นแฟชั่นไปแล้วว่าหากร้านกาแฟร้านใหนไม่มีอินเทอร์เน็ตไวไฟ ร้านนั้นอาจต้องเตรียมปิดกิจการไปได้เลยทีเดียว
ไวไฟ เป็นจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตไร้สายเฉพาะจุด แต่ไวแม็กซ์ ที่มีประสิทธิภาพในการกระจายและรับสัญญาณไร้สายได้ในวงกว้าง ตามทฤษฎีแล้วว่ากันว่าจะให้บริการได้ในระยะทางถึง 10 กิโลเมตรจากเสาสัญญาณ กำลังเป็นอนาคตที่นักพัฒนากำลังเร่งให้มาถึงปัจจุบันให้เร็วที่สุด

10.อีบุ๊ก หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (อีบุ๊ก) ที่มีการคิดค้นขึ้นมาเพื่อทดแทนหนังสือกระดาษที่จับต้องได้ อีบุ๊ก จะใช้เพียงไฟล์ดิจิทัลที่บรรจุตัวอักษรหลายล้านตัวเท่าๆ กับหนังสือเล่มใหญ่เล่มหนึ่งมาแสดงในอุปกรณ์เฉพาะ เช่น คินเดิล ของเว็บไซต์อะเมซอนดอทคอม หรือไอแพด เป็นต้น

ว่ากันว่าอีบุ๊ก จะเข้ามาแทนที่หนังสือกระดาษ แต่ยังมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยเพราะกระดาษให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการถือกระดานอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีชีวิตชีวา นั่นขึ้นอยู่กับว่าใครจะเห็นว่าสิ่งใดเหมาะสมกับตนเองมากกว่า เช่นเดียวกับการเลือกใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตขึ้นในช่วงทศวรรษแห่งการสื่อสาร ตลอด 10 ปีที่ผ่านมานั่นเอง