
เยือนถิ่นมันนิ(ซาไก)กลางพงไพรภูผาเพชร
พวกเราเลือกใช้เส้นทางสายเพชรเกษมมุ่งสู่จังหวัดตรัง กินหมูย่างยามเช้า แวะซื้อเสบียงที่ตลาด อ.ละงู หลังจากนั้นก็บึ่งเข้า ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล แวะชม พิพิธภัณฑ์บ้านรากไม้ ของลุงประเสริฐ คุณลุงที่มีความสนใจแกะสลักรากไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ แต่ไม่ใช่เพื่อจำ
รถสีขาวคันงามนำรถตู้เลี้ยวเข้าบริเวณบ้านไม้เรือนไทยที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยแมกไม้น้อยใหญ่ ติดลำธาร 2 ด้าน บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ร่องรอยของน้ำฝนบริเวณนอกเรือนชาน บ่งบอกว่าเพิ่งจะขาดเม็ดไม่นาน ท้องฟ้าสี่โมงเย็นวันนี้ ไร้ซึ่งแสงแดดอ่อนยามใกล้พลบ กลับถูกปกคลุมไปด้วยหมอกฝ่าขาวจางๆ
ฉันมองหน้าเพื่อนๆ ที่ก้าวลงจากรถทีละคน เสียงสายน้ำไหล ลมพัดโชยเบาๆ รอยยิ้มที่เริ่มปรากฏบนใบหน้าเพื่อนๆ แต่ละคน นี่แหละแบบนี้แหละบรรยากาศแบบนี้ ที่พวกเราโหยหา
กระท่อมริมธารภูผาเพชร บ้านพักหนึ่งใน ชมรมภูผาเพชรโฮมสเตย์ เป็นที่พักผ่อนของเราในค่ำคืนนี้ สัมภาระทั้งหมดถูกยกลง เสื้อผ้า เสบียงได้ถูกจัดแบ่งสำหรับเข้าพักในป่าคืนพรุ่งนี้ ต่างคนต่างแยกย้ายทำสิ่งที่ตนเองอยากจะทำ บางคนตามถ่ายแมลง ผีเสื้อตัวเล็กๆ บางคนลงเล่นน้ำใสในลำธารข้างบ้าน ส่วนฉันเดินวนชมความงามรอบๆ บ้าน
ฝนที่ขาดเม็ดเมื่อเย็นกลับโปรยปรายลงมาอีกครั้งและเริ่มหนักขึ้นในยามดึกสงัด ต่อเนื่องถึงเช้า และเบาบางลงเมื่อตอนสาย ฉันนั่งมองกลุ่มหมอกจางๆ ที่เริ่มเคลื่อนเข้ามาปกคลุมผืนป่าภูผาเพชร นกจับแมลงดำอกสีส้ม (Mugimaki Flycatcher) เริงร่าอย่างมีความสุขไปตามรั้วบ้านและกิ่งไม้เตี้ย สายตาก็คอยมองพวกเราที่แปลกถิ่น พอเริ่มคุ้นก็เริ่มกระโดดเข้ามาใกล้ๆ ให้พวกเราได้เก็บภาพที่น่ารัก
เกือบ 10 โมงเช้า รถสีขาวคันเดิมก็นำพวกเราไปที่ หน่วยพิทักษ์ป่าภูผาเพชร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด อันเป็นจุดเริ่มเดินศึกษาธรรมชาติเส้นน้ำตกวังใต้หนาน ที่มีความสูงถึง 9 ชั้น
เส้นทางดินระยะทาง 8 กิโลที่โดนเกลี่ยให้เรียบเท่าที่พอทำได้ก่อนหน้าเพื่อเป็นเส้นทางจักรยานวิบาก ซึ่งเป็นกิจกรรมสำหรับท่องเที่ยวอีกรูปแบบของชุมชนภูผาเพชร วันนี้มีสภาพเละเป็นโคลนลื่น ลำธารที่ไหลผ่านเส้นทางระดับน้ำขึ้นถึงเข่า เชี่ยว สะพานบางช่วงพังเพราะสายน้ำที่พัดใช้เดินไม่ได้ การลุยลงลำธารเป็นหนทางเดียวที่พาพวกเราไปถึงฝั่งได้ เดินไปแกะทากไป เพลิดเพลินจริงๆ
ผ่าน "บาตุมาเวียะ" หน้าผาที่เคยเป็นที่ตั้งทับของ มันนิ (ซาไก) ไปไกลพอสมควรก็ลงตัดเส้นทางเลาะสายน้ำใหญ่ที่เชี่ยวกรากและขุ่นมาก ไม่สามารถเดินข้ามได้ ณ จุดตรงนี้ จึงตัดสินใจเดินเลียบลำธารขึ้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบขอนไม้ใหญ่ที่ล้มพาดลำธารพอเหมาะกับการใช้เป็นสะพานเดินข้ามฝั่ง พวกเราเดินข้ามทีละคน ทีละคน ด้วยใจระทึก
จากลำธารตัดเข้าป่ารกอีกครั้ง ไม่นานก็ถึงจุดค้างแรมในคืนนี้ "วังกลอย" พื้นที่ที่มีต้นกลอยเป็นจำนวนมาก เป็นจุดพักแรมสำหรับคนที่จะเข้าหมู่บ้านหรือกลับจากหมู่บ้าน สภาพพื้นที่เป็นหาดทรายสะอาดกว้างสามารถกางเต็นท์ได้ 2-3 หลัง แต่จุดตรงนี้พวกเรายึดเป็นสโมสรหุงหาอาหาร ส่วนจุดผูกเปลกางเต็นท์นั้น เราเลือกด้านบนซึ่งน่าจะปลอดภัยจากน้ำป่า
หลังอาหารเที่ยง พวกเราออกเดินอีกครั้ง เพื่อชมความงามของน้ำตกวังใต้หนาน จากจุดพักแรม "วังกลอย" พวกเราใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเส้นทางที่ต้องเดินต่อราวๆ 4 กิโล แต่ดีที่ไม่ต้องแบกสัมภาระมากมาย แวะบันทึกภาพ ดูนกตามเส้นทางเดินไปเรื่อยๆ เสียงสายน้ำเริ่มดังขึ้น ฉันละสายตาจากสิ่งต่างๆ ที่สนใจเมื่อครู่ มาสนใจภาพที่เห็นด้านหน้า
สายน้ำที่แตกเป็นฟองสีขาว ไหลจากเบื้องสูงและแยกเป็นสองสายด้านล่างลงสู่แอ่งน้ำกว้าง ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ เงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่เห็นเป็นแค่ชั้นที่ 1 เท่านั้น วันนี้พวกเราไม่มีเวลาเพียงพอที่จะสำรวจไปถึงสันเขาบรรทัดที่แบ่งสายน้ำเส้นนี้ออกเป็น 2 สายโดยสายแรกลงด้านพัทลุง และสายที่สองลงด้านสตูลที่เป็นต้นสายของน้ำตกวังใต้หนาน
เนื่องจากป่าภูผาเพชรเป็นผืนป่าทึบ แสงแดดส่องลงมาได้ยาก 4 โมงเย็นบรรยากาศก็เริ่มมืดพวกเรารีบเดินกลับแคมป์ที่พัก ค่ำคืนนี้เหนือความคาดหมาย เพราะ เฒ่าแช และ เฒ่าหวาง มันนิ (ซาไก) เดินทางเข้ามาเยือนเราถึงแคมป์ที่พักกลางผืนป่า
นกกางเขนน้ำหลังแดง (Chestnut-Naped Forktail) ส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้าตรงโขดหินฝั่งตรงข้ามเต็นท์สโมสร พอหลายคนเริ่มสนใจก็ทำเชิ่ด บินโฉบอวดโฉมสวนกระแสน้ำขึ้นไปด้านบน ถึงคิวโชว์ของ นกจับแมลงดำอกสีส้ม (Mugimaki Flycatcher) รายนี้ทิ้งตัวลงเกาะโขดหินและก็ดีดตัวขึ้นไปเถาวัลย์ใกล้ๆ พวกเราเพลินกับการชมการแสดงของธรรมชาติตัวน้อยๆ ได้ไม่นานก็ต้องละสายตาเก็บสัมภาระ กลับคืนสู่กระท่อมน้อยริมลำธารใสหลังเดิม
จังหวัดสตูลในสายตาฉันคือป่าเขา ลำเนาไพร... คือถิ่นมันนิ (ซาไก)... คือภูผาเพชร ผืนป่าที่เงียบสงบ อัญมณีเม็ดงามแห่งเขาบรรทัด



