
16ประเทศประกาศ"ปฏิญญาปัตตานี"
ไทยจับมือ 15 ประเทศสอนอิสลามศึกษา ประกาศปฏิญญาปัตตานี นำอิสลามศึกษาสู่สันติสุขของโลก เน้นพัฒนาการศึกษา เยาวชนอิสลามรุ่นใหม่ให้มีโอกาสชีวิตที่ดีในสังคมหลังยุคโลกภิวัฒน์ พร้อมตั้งคณะกรรมการสร้างความสมดุลในศาสนาอิสลาม ภายในปี 2555 ดัน ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี เป
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2553 ที่อาคารวิทยาลัยอิสลามศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการนานาชาติ ระหว่างวันที่ 21-23 ธ.ค.2553 “Roles of Islamic Studies in Post Globalized Societies” โดยมีคณาจารย์ นักวิชาการผู้นำระดับรัฐมนตรี และผู้นำศาสนาในประเทศอาเซีย ประมาณ100 คน จาก 16 ประเทศที่มีการเรียนการสอนอิสลามศึกษา ได้แก่ ไทย กัมพูชา จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ แทนซาเนีย จอร์แดน โมรอคโค ซูดาน อิยิปต์ ปากีสถาน ตรุกี ตูนีเซีย ลิเบีย เข้าร่วม
นายอาศีส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี พร้อมด้วยศ.ดร.กนก วงศ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานเข้าร่วมพิธีประกาศปฏิญญาปัตตานี และ มี รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดีม.อ. เป็นตัวแทนของประเทศไทยประกาศปฏิญญาปัตตานี ว่า ที่ประชุมได้มีความเห็นพ้องกัน ที่จะนำความเจริญสูงสุดแก่ศาสนาอิสลาม เป็นการแสดงบทบาทอิสลามศึกษาในโลก หลังยุคหลังโลกาภิวัฒน์ โดยในประกาศปฏิญญาปัตตานี ได้มีการกำหนดประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.นำอิสลามศึกษาไปสู่สันติสุข 2. บูรณาการศาสตร์อิสลามศึกษาให้เกิดการพัฒนาต่อสังคม
3. ให้การศึกษาอิสลามเป็นศาสตร์ที่มีชีวิตชีวาด้านเทคโนโลยีในการนำความเจริญไปสู่สังคมที่มีความสงบสุข 4. การนำอิสลามศึกษาควรเน้นในเรื่องของแนวทางในระดับโลก เพื่อที่จะนำสู่ความร่วมมือระดับโลก และ5.จัดให้ทุกประเทศได้มีโอกาสในการพูดคุยกันระหว่างสมาชิกด้วยกัน และการที่จะนำเสนอให้ประชาคมมุสลิมได้ประพฤติปฎิบัติเรื่องสิทธิ เสรีภาพ เพื่อให้มีการปกป้องและป้องกันความคิดสุดโด่ง และป้องกันมรดกทางสังคม
ทั้งนี้ ในคำประกาศปฏิญญาปัตตานี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 16 ประเทศ ได้มีการเน้นเรื่องสำคัญพัฒนาร่วมกัน 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เน้นเรื่องการสร้างความสมดุลสำหรับผู้ที่จะเรียนในประเทศต่างๆ และการให้ความสำคัญศาสนาอิสลาม โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ หรือเอสซีซีโอ ที่จะดำเนินการการศึกษาอิสลาม รับรู้ถึงความสำคัญของความสมดุลในศาสนาอิสลามให้ได้ ภายในปี 2555 2.พยายามจัดตั้งศูนว์วิจัย อาร์โอเอ็ม เพื่อความสะดวกในการทำวิจัยด้านวิชาการ จัดตั้งเครือข่ายการทำวิจัยร่วมกัน เพื่อให้ง่าย และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอิสลามศึกษา
4. ความพยายามในการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางด้านการศึกษา อาจารย์ นักศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจร่วมกัน 5.ให้มีการจัดหลักสูตรทางการศึกษา ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโลกาภิวัตน์ เพื่อให้มีประสบการณ์ มีการพัฒนามากขึ้น 6. ให้วิทยาลัยอิสลามศึกษา ม.อ.เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาภาษาอาหรับในประเทศไทย และ7. กำหนดให้มีการประชุมนานาชาติในทุกๆ 2 ปี ที่จ.ปัตตานี เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อันนำไปสู่วิชาการระดับสูงต่อไป
“ในปฏิญญาปัตตานี ในส่วนของม.อ.ซึ่งรับผิดชอบในการดูแลเรื่องนี้ โดยจะมีบริบท ส่งเสริม สร้างสันติสุข เสรีภาพ และ พัฒนาเยาวชนอิสลามรุ่นใหม่ให้มีโอกาสชีวิตที่ดีในสังคมหลังยุคโลกภิวัฒน์ รวมถึงจะเน้นความร่วมมือในการพัฒนาอิสลามศึกษา กำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาด้านวิชาการอิสลามศึกษาร่วมกัน เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ในระดับนานาชาติ เป็นการเปิดโอกาสนักศึกษาจากต่างประเทศมีโอกาสเข้ามาเรียนรู้และมีการแลกเปลี่ยนทางอิสลามศึกษา และคาดว่า หลังการสัมมนาครั้งนี้ จะได้แนวคิดโครงการและแนวคิดการจัดกิจกรรมที่เป็นระดับนานาชาติอีกมากกว่า 10 โครงการ” รศ.ดร.บุญสม กล่าว



