
ล้อมวิกไร่จิมทอมป์สันฉายหนัง (ลูก) อีสาน
ภาพพ่อแม่กระเตงลูกเด็กเล็กแดง รวมถึงหนุ่มสาวจูงมือกันมาปูเสื่อโต้ลมห่มฟ้านั่งจ้องจอภาพขนาดใหญ่หน้าเครื่องฉาย ซุ่มเสียงพ่อค้าเร่ขายยาขั้นจังหวะฉายหนัง เสียงแตกเปี๊ยะป๊ะของข้าวโพดคั่ว กลิ่นปิ้งย่างของปลาหมึก...เกือบๆ จะเลือนหายไปจากมโนสำนึกว่านี่คือบรรยากาศ
ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่า จิม ทอมป์สันฟาร์ม เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มุ่งมั่นในการอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไทยอีสานมาตลอดระยะเวลา 12 ปีเต็ม นับตั้งแต่เปิดพื้นที่กว่า 600ไร่ บนเชิงเขาพญาปราบ ต.ตะขบ ในเขตอำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งดอกไม้ พืชผัก ผลไม้นานาพันธุ์ ยังไม่นับรวมถึงการสืบสานชีวิตและศิลปวัฒนธรรมอีสานดั้งเดิมผ่านหมู่บ้านอีสานและลานศิลปินพื้นถิ่น โดยเฉพาะไฮไลท์ประจำปีนี้ที่เลือกดึงเอา เทศกาลหนังอีสาน 2553 ตอน "หนังอีสานคืนถิ่น ครั้งที่ 1" มาจัดแสดงให้แก่นักท่องเที่ยวได้ชมภายในไร่จิม ทอมป์สัน
กฤติยา กาวีวงศ์ อำนวยการฝ่ายศิลปะหอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ว่าย้อนกลับไปตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1990 ขณะนั้นกระแสเทศกาลหนังในประเทศไทยค่อยๆ เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นทีละน้อยทั้งเทศกาลหนังทดลอง หนังสั้น หนังนานาชาติ จนกระทั่งปีนี้ก็มีคนทำหนังจากเมืองไทยแสดงศักยภาพด้วยการก้าวไกลไปประสบความสำเร็จในระดับสากลจนได้รางวี่รางวัลติดมือกับบ้าน
"ด้วยข้อตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมการดูหนัง และการสร้างหนังในเมืองไทย รวมถึงต้องการกระจายเวทีออกสู่ชุมชนในภูมิภาค รวมถึงเพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แสดงออกทางศิลปะสาขาภาพยนตร์ และสุดท้ายก็ต้องการสร้างเครือข่ายคนทางงานวัฒนธรรมระหว่างภาคเอกชน ส่วนราชการ และองค์กรที่เกี่ยวกับหนังโดยเฉพาะวัฒนธรรมอีสาน จึงบรรเจิดความคิดเป็นโครงการนำร่องจัดเทศกาลหนังอีสานขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ "อาร์ต ออน ฟาร์ม 2553" จัดโดย หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน และ จิม ทอมป์สันฟาร์ม ที่หอแจก ภายในบริเวณหมู่บ้านอีสาน" ผอ.ฝ่ายศิลปะหอศิลป์ บ้านจิม เล่าให้ฟังถึงที่มาแบบย่อๆ
พร้อมกันนี้ หัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ยังขยายความถึงเทศกาลหนังอีสาน ว่าแท้จริงก็คือเทศกาลหนังเกี่ยวกับคนอีสาน อีสานพลัดถิ่น ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีสาน เป็นการฉายหนังหลากหลายโปรแกรมในระหว่างฟาร์มทัวร์ พร้อมๆ กับการจัดกิจกรรมพิเศษ ซึ่งก็คือ การฉายหนังกลางแปลงกว่า 30 เรื่องตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2553 ไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2554 สลับสับเปลี่ยนกับการตั้งโต๊ะเสวนา เพื่อการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีสาน เพื่อให้เกิดพื้นที่ในการเรียนรู้และพบปะ ทำความเข้าใจในเชิงลึกต่อๆ ไป
"สำหรับหนังที่นำมาฉายในโปรแกรมนี้ เป็นการรวบรวมและคิดสรรหนังที่สร้างจากมุมมองของอีสานที่เห็นได้จริงในชีวิตประจำวันของพวกเขา ขณะเดียวกันก็เป็นหนังที่สร้างจากคนหลายระดับทั้งมืออาชีพ และ สมัครเล่น อาทิ ครูบ้านนอก, คนไฟบิน, ตามล่า..หากะปอม, เถียงนาน้อยคอยรัก, จดหมายถึงลุงบุญมี เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ โดยแสวงหาความร่วมมือกับ มูลนิธิหนังไทย หอภาพยนตร์แห่งชาติ โรงเรียน รวมถึงมหาวิทยาลัยท้องถิ่นอีกด้วย" กฤติยา กาวีวงศ์ กล่าว
ขณะเดียวกันก็ใช่ว่า ไร่ จิม ทอมป์สัน จะทิ้งร้างโครงการเก่าก่อนอย่าง "อาร์ต เซ็นเตอร์ ออน ฟาร์ม" แม้เพิ่งจะเริ่มต้นตั้งไข่ได้เพียงปีที่สอง ทว่าหลังจากนำร่องโครงการไปเมื่อหนาวที่แล้ว ก็ปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากศิลปินและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
อาร์ตตัวแม่รายเดิมอย่าง กฤติยา เล่าว่า มาถึงปีนี้ก็มีอาร์ติสต์ชายหญิงกว่า 10 ชีวิตตบเท้าเข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในบริบทของการการเกษตรเชิงนิเวศและสถาปัตยกรรมอีสาน ผ่านการเชื่อมโยงศิลปะ ชีวิต และ ธรรมชาติเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวกัน ภายใต้การทำงานที่แวดล้อมด้วยธรรม และวัสดุในท้องถิ่น และวัสดุรีไซเคิล มาจัดทำเป็นผลงานศิลปะ โดยจัดแสดงตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ภายในฟาร์ม เพื่อให้ผู้เข้าเยี่ยมชมมีโอกาสทำความเข้าใจความหมายของศิลปะใกล้ชิดยิ่งขึ้น อาทิ "อิ่ม" อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ กับผลงาน "สีสันแห่งอีสาน" หรือ "การ์เด้น อีส นอท การ์เด้น" ของ "จอร์จ" ดิสรณ์ ดวงดาว รวมถึง "เสียงตามสาย" ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความคิดถึงแม่ ปรัชญา พิณทอง ฯลฯ
สนใจอยากเที่ยวชมฟาร์ม แล้วเลยไปนั่งชมหนังอีสาน หรือจะลัดเลาะสัมผัสวัฒนธรรมพื้นถิ่นกับอาร์ต ออน ฟาร์ม...ตารางมีแจ้งให้ทราบแล้วที่ www.jimthompsonfarm.com



