
รับเด็กม.1เลือก4อันดับร.ร.คู่เลียนเอนทรานซ์แก้เด็กฝาก
ศธ.แจงเครือข่ายผู้ปกครองรับเด็กม.1 ปีหน้ารอบเดียวแก้ปัญหาเด็กฝาก เลียนแบบระบบเอนทรานซ์ให้เด็กเลือกที่นั่ง 4 อันดับในกลุ่มร.ร.คู่พัฒนา
(22 ธ.ค.)นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวในการประชุมตัวแทนเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนประมาณ 400 คนทั่วประเทศ ในวันนี้ ที่โรงแรมรามาการ์เดน เพื่อชี้แจงนโยบายการรับนร.ชั้นม.1 และ ม.4 ร.ร.รัฐสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ประจำปีการศึกษา 2554 ว่า จากการสุ่มสำรวจของสวนดุสิตโพล ถึงนโยบายรับนักเรียนเข้าเรียนปีการศึกษา 2554 พบประชาชน 67 % ไม่มั่นใจว่า แนวทางให้ร.ร.ที่มีอัตราการแข่งขันสูงรับนักเรียนรอบเดียวจะแก้ปัญหาเด็กเส้นเด็กฝากได้ ตนขอให้ประชาชนมั่นใจว่าศธ.จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศไทยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ต้องให้ผู้เรียนเข้าเรียนตามความสามารถของผู้เรียนเอง ไม่ใช่เข้าเรียนตามความสามารถของผู้ปกครอง
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ปีการศึกษา 2554 นโยบายรับเด็กม. 1 ม. 4 ศธ.กำหนดให้รับห้องละ 50 คน เท่านั้น ร.ร.ที่มีอัตราการแข่งขันสูงให้รับนักเรียนรอบเดียวเท่านั้น ร.ร.จะต้องมีแผนรับนักเรียนที่ชัดเจนและรับนักเรียนตามแผนนั้น ห้ามมายืดหยุ่นขอรับเพิ่มภายหลัง เพราะจะเป็นช่องทางให้ร.ร.เรียกรับเงินใต้โต๊ะ แลกที่นั่งเรียนให้เด็กฝาก
ทั้งนี้ ศธ.จะมีคณะกรรมการอิสระตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นักเรียนที่ประสงค์จะสมัครคัดเลือกเข้าเรียนร.ร.ดัง ต้องระบุร.ร.สำรองที่ประสงค์จะเรียนหากพลาดโอกาสคัดเลือกเข้าร.ร.ดังมา 3 ร.ร. และร.ร.เหล่านั้นต้องอยู่ในกลุ่มร.ร.คู่พัฒนาของร.ร.ดังที่เด็กสมัครเข้ารับการคัดเลือกด้วย ระบบจะคล้ายระบบเอ็นทรานซ์ในอดีตของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้เด็กต้องระบุในใบสมัครเลยว่าถ้าไม่ได้ 4 ร.ร.คู่พัฒนาก็จะไปเรียนร.ร.เอกชน
นายชินวรณ์ กล่าวว่า แนวทางนี้จะทำให้เกิดการกระจายเด็กเก่งไปตามท้องถิ่นมากกว่าในอดีต เด็กเก่งในต่างจังหวัดจะกระจายออกไปสมัครเข้าเรียนร.ร.ดังใกล้บ้าน ไม่มุ่งเข้าร.ร.ดังในกทม. เพราะถ้าตัดสินใจไม่ดีก็เท่ากับจะมีความเสี่ยงพลาดโอกาสเข้าเรียนร.ร.ดังสูงมาก เด็กจะไม่กล้ามาเสี่ยงแข่งขันสูงในกทม. ตนรับรองว่าจะดูแลร.ร.คู่พัฒนาของร.ร.ดังทั้งหลาย ให้มีการพัฒนาคุณภาพจนใกล้เคียงคุณภาพร.ร.ดัง การรับนักเรียนปีหน้าจะสะท้อนคุณภาพและโอกาสผู้เรียนเป็นสำคัญ สำหรับ ร.ร.ดังจะให้โอกาสระดมทรัพยากร ถ้าผู้บริหารร.ร.อธิบายผู้ปกครองว่าร.ร.ไม่มีค่าแปะเจี๊ยะ ร.ร.จะพัฒนาอะไรและอยากให้ผู้ปกครองช่วยบริจาคยังไง ศธ.จะเปิดให้ร.ร.ทำกิจกรรมเช่นนั้นได้ อย่างน้อยผู้ปกครองประมาณ 70 % น่าจะมีกำลังทรัพย์พอช่วยเหลือร.ร.
“ร.ร.จะมาอ้างว่าถ้าไม่มีเด็กเส้นเด็กฝากแล้วร.ร.จะพัฒนาไม่ได้นั้นผมไม่เชื่อ เพราะผมได้เห็นร.ร.ที่ประสบความสำเร็จจากการระดมสรรพกำลังจากผู้ปกครองมาพัฒนาร.ร.โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินปะเจี๊ยะใต้โต๊ะมาแล้ว และตอนนี้ผมได้ขอความร่วมมือบรรดาผู้ว่าราชการจังหวัด สามชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ร่วมมือไม่ฝากเด็กเข้าเรียนร.ร.ดังตามนโยบายของศธ. นโยบายที่ผมสั่งการลงไปถ้าปรากฏว่าสถานศึกษาไม่ให้ความร่วมมือผมจะดำเนินการเด็ดขาด บรรดาสมาคมศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครองนร.ก็เช่นกัน จะมาทำหน้าที่แฝงในการรับฝากเด็กเข้าเรียนแบบในอดีตไม่ได้แล้ว “ นายชินวรณ์ กล่าว
นางวรรณา ถาวรวัฒนะ อายุ 45 ปี ประธานเครือข่ายผุ้ปกครองร.ร.อิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่เชื่อว่านโยบายรับเด็กรอบเดียวจะปฏิบัติได้จริง เชื่อว่าผู้บริหารร.ร.ดังจะต้องหาช่องทางรับเด็กฝากจนได้ เพราะต้านแรงกดดันของผู้ปกครองประเภทที่มีอิทธิพลสูงไม่ไหวแน่นอน
นายสมบูรณ์ สิทธิบูรณะ อายุ 54 ปี เครือข่ายผู้ปกครองนร.ร.ร.เทพลีลา กล่าวว่า แม้จะไม่แน่ใจว่าการรับนร.รอบเดียวจะแก้ปัญหาเด็กเส้นเด็กฝากได้ แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นนโยบายที่ดีแล้ว ถ้าศธ.คิดจะทำเรื่องนี้จริงจังก็พร้อมที่จะให้โอกาสได้พิสูจน์ และเชื่อว่าถ้าจะวางรากฐานเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ให้เงินมีอิทธิพลเหนือความสามารถของเด็ก ก็จะต้องอาศัยเวลาทำเรื่องนี้จริงจังติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี เลยทีเดียว



