
กฟก.หวั่น ที่ดินทำกิน ถูกขายทอดตลาด
นายวิชิต จันทะแจ้ง รักษาการเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรที่ไม่สามารถชำระหนี้คืนให้แก่สถาบันการเงินต่างๆ ตามเวลาที่กำหนด ได้ถูกสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ยึดทรัพย์และฟ้องร้องบังคับคดี และนำหลักทรัพย์ค้ำประกันที่จำ
ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเป็นหนี้ค่อนข้างมากทั้งหนี้ในและนอกระบบ เฉลี่ยรายละ 100,000-200,000 บาท โดยหลายรายได้นำหลักทรัพย์(ที่ดิน) ไปค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงินมาเป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ ขณะที่ต้นทุนการผลิตได้ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อประสบปัญหาภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง โรคและแมลงศัตรูพืชระบาดสร้างความเสียหาย ทำให้ได้ผลผลิตน้อย ได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าการลงทุนและขาดทุน จึงกลายเป็นหนี้สะสมพอกพูนขึ้น
“การปลูกฝังให้เกษตรกรหวงแหนที่ดินทำกิน เป็นเรื่องหนึ่งที่กองทุนฟื้นฟูเน้นกระตุ้นให้เกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ ปรับแนวคิดใหม่โดยให้มีจิตสำนึกรักและหวงแหนในที่ดินทำกินของตนเองเพิ่มขึ้นด้วย เพื่อจะได้ใช้ในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวและตกทอดสู่รุ่นลูกหลานต่อไป ไม่อยากให้เกษตรกรนำที่ดินไปจำนองหรือเป็นหลักค้ำประกันในการกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบมีโอกาสค่อนข้างสูงที่ที่ดินจะหลุดมือเกษตรกรไปหากชำระหนี้ไม่ทันตามกำหนด”นายวิชิต กล่าว



