
เงินเซสส์ กก.ละ 5% มากไป?(จบ)
คราวที่แล้วได้พูดถึงว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 เป็นต้นไป การเก็บ "เงินสงเคราะห์" หรือเงินเซสส์ (CESS) จากผู้ส่งออกยางพาราในอัตรากิโลกรัมละ 5 บาท จากเดิมที่เก็บอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.40 บาท ลองคำนวณคร่าวๆ ครับ สมมติว่าหลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2553 เราส่
ตอนนี้เงินเซสส์ที่ว่านี้เก็บแล้วครับ แต่กฎหมายลูกที่จะมาจัดการกับเงินก้อนนี้ยังไม่คลอด คือเก็บไปก่อนละ แล้วค่อยคิดว่าจะทำอะไร ที่น่าเป็นห่วงคือกฎหมายบ้านเราพอเห็นเงินก้อนโต นักการเมืองก็เห็นช่องทาง ร่างกฎหมายออกมาบางครั้งอาจมีช่องโหว่ ที่จะเอื้อต่อนักการเมืองที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากเงินก้อนนี้ เป็นเรื่องที่น่าห่วงครับสำหรับบ้านเรา
เรื่องของเรื่องก็คือ เมื่อรัฐเก็บเงินค่าสงเคราะห์ หรือเงินเซสส์เพิ่มจากผู้ส่งออก ทางผู้ส่งออกก็ต้องเบียดเบียนจากเกษตรกร ทั้งๆ ที่เกษตรกรจะได้เงินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็กลายเป็นถูกตัดหัวคิวไปถึงกิโลกรัมละ 5 บาท
สมมติว่าเจ้าของสวนยางพารากรีดได้วันละ 100 กก. ต้องควักเงินไปถึงวันละ 500 บาท ที่น่าสงสารก็คือเกษตรกรที่มีสวนยางแค่หยิบมือนี่สิ วันหนึ่งกรีดได้ไม่ถึง 5 กก.ก็ถูกเบียดเงินไปกิโลกรัมละ 5 บาท แล้วจะเหลือเท่าไร?
ลองไตร่ตรองให้ดีครับ ราคายางพารากิโลกรัมละ 100 บาท รัฐจะเก็บจากผู้ส่งออกกิโลกรัมละ 5 บาท ผู้ส่งออกก็ต้องมากดที่เกษตรกร ก็เท่ากับว่าเกษตรกรต้องเสียเงินรายได้ให้ในอัตราร้อยละ 5 บาท แพงเท่ากับภาษีเงินรายได้ด้วยเสน่หาครับ คือได้เงินกินเปล่า อาทิ โบนัส หรือได้รางวัล เป็นต้น ขณะที่สวนยางเกษตรกรต้องเสียภาษีที่ดินด้วย ขณะที่ผู้บริหารองค์กรจ่ายภาษีไม่ถึงร้อยละ 5 และยังใช้สิทธิ์ขอคืนภาษีได้ด้วย
เก็บเงินเซสส์จากผู้ส่งออกกรณีราคายางพารา กิโลกรัมละ 100 บาท ในอัตรากิโลกรัมละ 5 บาท มากเกินไปหรือเปล่า? เกษตรกรจะได้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง ?
เพื่อแก้ข้อข้องใจ วันที่ 24 ธันวาคม นี้ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะจัดสัมมนา หัวข้อ "ทิศทางการพัฒนาวงการยางพาราไทยภายใต้การปรับเงิน CESS อัตราใหม่” ณ ห้องประชุมวัฒนาสวรรยาธิปัติ อาคารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ตั้งแต่เวลา เวลา 08.30-15.30 น. ทุกอย่างฟรี มีอาหหารเลี้ยงด้วยครับ และผมจะเป็นผู้ดำเนินรายการในช่วงเช้าด้วย
สอบถามได้ที่สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย โทร.0-2940-5425-6 ช่วยปกป้องเงินเซสส์ให้เกิดประโยชน์ต่อวงการสวนยางอย่างแท้จริงครับ
"ดลมนัส กาเจ"



