ไลฟ์สไตล์

อาชีพเลี้ยงไหมอีรี่

อาชีพเลี้ยงไหมอีรี่

20 ธ.ค. 2553

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีการจัดประชุมทางวิชาการของฝ่ายเกษตร สกว. โดยมีนิทรรศการผลงานวิจัยและมีการเสวนาให้มุมมองต่างๆ โดยผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ เช่น เรื่องของเนื้อสัตว์ สัตว์น้ำ รวมไปถึงเรื่องไหม

ซึ่งเน้นที่ไหมอีรี่ ความจริงเรื่องของไหมอีรี่นั้น ผมได้นำมาเล่าให้ฟังหลายครั้งแล้ว แต่ในวันนี้ได้ไปฟังการเสวนาในงานประชุมวิชาการครั้งนี้ โดยคุณไพโรจน์ ลิ้มจำรูญ อธิบดีกรมหม่อนไหม ซึ่งเป็นกรมตั้งใหม่ไม่นานมานี้ ได้ให้มุมมองการพัฒนาไหมอีรี่เป็นอาชีพเสริมในประเทศไทย ความจริงแล้วไหมอีรี่สามารถพัฒนาให้เป็นอาชีพหลักได้ แต่ก็ยังมีปัญหาบ้างบางประการที่เกี่ยวกับการเลี้ยง

 เช่น ทำอย่างไรให้เลี้ยงได้ทั้งปี และการพัฒนาในทุกมิติจนกระทั่งเป็นผลิตภัณฑ์ ปัญหาตอนนี้คือเราไม่เข้าใจตลาด และเกษตรกรผู้เลี้ยงก็ไม่เข้าใจในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือสร้างความหลากหลาย เช่น ตอนนี้ที่ทำออกมาหากไม่เป็นผ้าพันคอก็เป็นส่วนประกอบของเครื่องเรือนเท่านั้น การเพิ่มมูลค่ายังไม่เกิดขึ้น หรือยังไม่สามารถพัฒนาให้เข้าสู่ตลาดได้ตามที่ควรจะเป็น จึงกลายเป็นจุดอ่อนของการที่จะพยายามผลักดันเรื่องการเลี้ยงไหมให้กลายเป็นอาชีพหลักได้

 อีกอย่างหนึ่งก็คือผ้าไหมที่ถักทอขึ้นมา มักจะไม่ได้ตรงตามความต้องการของตลาด ดังนั้นหากจะพัฒนาไหมอีรี่ขึ้นมาให้ได้ผลดีจริงจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความต้องการของลูกค้าให้มากขึ้น ไม่ใช่เป็นการผลิตตามความต้องการของผู้ผลิต การที่จะส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงไหมอีรี่นั้น ปัจจุบันทิศทางยังไม่ชัดเจน สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องควรศึกษาเพิ่มเติมอีกหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือผลิตภัณฑ์ใหม่จากไหมอีรี่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์

ความต้องการไหมอีรี่ของตลาดต่างประเทศมีมาก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรืออเมริกาก็ตาม แต่คนไทยเองยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าเลี้ยง ในที่สุดก็ไม่สามารถตอบสนองต่อตลาดได้ ดังนั้นถ้ามองศักยภาพของไหมอีรี่แล้ว ค่อนข้างสดใส เพียงแต่ว่าทำอย่างไรจึงจะให้เกิดการขยายผลต่อไปได้ เพราะตลาดยังเปิดและมีความต้องการมาก หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมหม่อนไหมก็มีความพร้อมในการผลักดันเรื่องนี้ต่อไป
ดร.อโณทัย ชลชาติภิญโญ จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้บรรยายเรื่องการสร้างแบรนด์ไหมอีรี่ ว่ามีโอกาสมากน้อยเพียงใด สรุปได้ว่าการสร้างแบรนด์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูง โดยได้ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไหมชื่อดังในประเทศที่มีเอกลักษณ์และมีตลาดจำเพาะของตนเอง สรุปได้ว่าความสำเร็จจะต้องอยู่ที่คุณภาพต้องดีมาก และสม่ำเสมอ ลวดลายมีเอกลักษณ์ และมีโอกาสใช้สอยที่ชัดเจนและทีมออกแบบต้องเข้าใจธรรมชาติของลูกค้าเป็นอย่างดี

ในกรณีคล้ายกันของอีกแบรนด์หนึ่ง ซึ่งไม่มีทีมออกแบบมืออาชีพ ก็จะพัฒนาออกมาในลักษณะที่ตรงกันข้ามก็จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะว่าไม่ตอบสนองต่อลูกค้า ดังนั้นหากจะพัฒนาไหมอีรี่ให้ประสบความสำเร็จและมีตลาดกว้างขวางมากขึ้น ก็ต้องมีการลงทุนวิจัยด้านนี้มากขึ้นด้วย โดยต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการออบแบบ การสร้างแบรนด์ที่เป็นอัตลักษณ์ของไหมอีรี่เอง โดยต้องดูความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ

โดยสรุปคือไหมอีรี่มีโอกาสที่จะเข้ามาเป็นอาชีพเสริมได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งสามารถพัฒนาให้เป็นอาชีพหลักได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากนักวิชาการในการเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องที่ยังขาดอยู่ให้ชัดเจนมากขึ้นครับ

รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ