ไลฟ์สไตล์

ทางออกแก้วิกฤติราคามะพร้าวแพงใช้วิธีนำเข้าระวัง!..เป็น"ดาบสองคม"

ทางออกแก้วิกฤติราคามะพร้าวแพงใช้วิธีนำเข้าระวัง!..เป็น"ดาบสองคม"

20 ธ.ค. 2553

ในที่สุด นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานให้กรมการค้าต่างประเทศเร่งออกระเบียบการนำเข้ามะพร้าว ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า

 เพื่อเร่งนำเข้ามะพร้าวจากประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นนโยบายระสั้นที่จะแก้ปัญหามะพร้าวขาดแคลนในปัจจุบัน หลังจากที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้รับร้องเรียนมาตลอดว่า ราคามะพร้าวขูดแพงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 58-60 บาท และกะทิสดกิโลกรัมละกว่า 70 บาท มะพร้าวผลใหญ่ผลละ 24 บาท สาเหตุส่วนหนึ่งเกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันแทนนั่นเอง
 
 สอดคล้องกับที่ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ยืนยันว่า  ตั้งแต่ปี 2552 ผลผลิตมะพร้าวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีแมลงดำหนาม และแมลงหนอนหัวดำสายพันธุ์ใหม่ เข้าทำลายใบมะพร้าวจนได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ และอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่พบการระบาดรุนแรงในพื้นที่ปลูกมะพร้าวกว่า 4 แสนไร่ จากพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งประเทศราว 2 ล้านไร่ 

 ขณะ นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า สถานการณ์การผลิตมะพร้าวในปี 2553 พื้นที่ให้ผลมะพร้าวมีประมาณ 1.44 ล้านไร่ ผลผลิต 1.298 ล้านตัน ซึ่งลดลงจากปี 2552 คิดเป็นร้อยละ 3.36 ร้อยละ 6.01 ตามลำดับ เนื่องจากภาวะฝนแล้งและเกิดการระบาดของแมลงดำหนาม หนอนหัวดำ ด้วงแรด และหนอนพาราซ่า ส่งผลทำให้ผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาดลดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2553 เป็นต้นมา (ดูตารางประกอบ)

 อย่างไรก็ตาม อย่างกรมการค้าภายใน ได้มีการการเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเปิดนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศผ่านข้อตกลงความร่วมมือองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) นอกโควตาที่กำหนดในแต่ละปี ซึ่งที่ผ่านมา นายอภิชาตยืนยันว่า ประเทศไทยมีการนำเข้ามะพร้าวจากประเทศอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียว ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2553 นำเข้ามะพร้าวผล นอกโควตา 1,224 ตัน มะพร้าวฝอยในโควตา 76.34 ตัน นอกโควตา 73.48 ตัน น้ำมันมะพร้าว นอกโควตา 18,342.76 ตัน

 ด้าน นายวนิชย์ ปักกิ่งเมือง นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้มะพร้าวยังมีราคาสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี เกษตรกรขายในสวนผลละ 18-20 บาท หากพ่อค้านำไปขายต่อที่ปลายทางขึ้นอยู่ผลละ 25-30 บาท  จากเดิมขายในสวนผลละ 8-10 บาทเท่านั้น ถือเป็นราคาที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ 

 สาเหตุที่ทำให้มะพร้าวแพง เกิดจากผลกระทบจากภัยแล้งทำให้สวนมะพร้าวเสียหายยืนต้นตายกว่า 1 แสนไร่ เจ้าของสวนต้องโค่นต้น และเลื่อยแปรรูปขายไม่ต่ำกว่าวันละ 500 ต้น และอีกสาเหตุหนึ่งเกิดศัตรูพืช อาทิ หนอนพาราซ่า แมลงดำหนามมะพร้าว และหนอนหัวดำมะพร้าว เข้ามาทำลายจนเสียหายอีกกว่า 1 แสนไร่ จากปัจจุบันใน จ.ประจวบขีรีคันธ์ มีพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวทั้งหมดกว่า 4.5 ไร่ รวมแล้วที่เกิดความเสียหายราว 70% สิ่งที่ตามมาคือเกิดความร้อนเป็นลูกโซ่ เกษตรกรไม่มีผลผลิต แรงงานเกิดว่างงาน พ่อค้าคนกลางไม่มีอาชีพ โรงงานผลิตกะทิสดไม่มีวัตถุดิบ ผู้บริโภคต้องซื้อมะพร้าวและกะทิสดในราคาที่สูงเกินไป
 
 "ผลผลิตมะพร้าวในปัจจุบัน 70% ต้องป้อนเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม อีก 30% บริโภคทั้วไป ที่สำคัญทุกวันนี้กะทิสดของไทยส่งขายไปทั่วโลกแล้ว หากมะพร้าวขาดแคลน ก็น่าเป็นห่วงว่า ผู้ประกอบการอาจย้ายฐานผลิตกะทิสดไปยังประเทศที่มีผลผลิตเพียงพออย่างอินโดนีเซีย ถึงเวลานั้นเกษตรกรอาจเดือดร้อนด้านราคาอีก รัฐบาลต้องเร่งหาทางช่วยเหลือฟื้นฟูสวนมะพร้าวด่วนโดยเฉพาะกำจัดโรคศัตรูพืช" นายวนิชย์กล่าว

 นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทยกล่าวอีกว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์อนุญาตให้นำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศนั้น ต้องนำเข้าเฉพาะป้อนเข้าสู่โรงงานเท่านั้น ไม่ควรนำมาขายผลมะพร้าวเพื่อบริโภคในท้องตลาดอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะกระทบปัญหาด้านราคา จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตมะพร้าวนั้นตกอยู่ที่ผลละ 8 บาท  หากราคาต่ำกว่าผลละ 8 บาท เกษตรกรจะเดือดร้อนทันที

 "ตอนนนี้เรานำเข้ามะพร้าวเพียง 15% จากปกติที่เราบริโภคภายในประเทศไทย 100% นั้น แต่ปัญหาว่าช่วงนี้มะพร้าวได้หายไปจากท้องตลาดถึง 70% ทำให้ราคาแพง เมื่อนำเข้า 15% เราก็ยังขาดมะพร้าวอีก 50% ทำให้ราคามะพร้าวยังสูงอยู่ และผมมองว่า จะสูงไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว มิเช่นนั้นผู้บริโภคเองก็ไม่ไหว และเลิกบริโภคไปเลย" นายวนิชย์กล่าว   

 ส่วนนายพิทักษ์ พรหมจันทร์ เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวที่ ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า มีส่วนมะพร้าวกว่า 38 ไร่ ปกติจะมีพ่อค้าไปรับซื้อถึงที่ส่วนในราคาผลละ 2-3 บาท อย่างดีผลละ 5 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรปล่อยให้มะพร้าวตกร่วงเต็มสวนไปหมด เพราะราคาไม่ดี แต่นับตั้งแต่กลางปี 2553 ที่ผ่านมาจู่ๆ มีพ่อค้ารับซื้อถึงในสวนในราคาผลละราว 10 บาท ถือว่าเป็นราคาที่แพงที่สุดในเกาะสมุย อย่างส่วนของเขาปกติ 45 วัน จะเก็บเกี่ยว 1 ครั้งจะได้ ราว 8,000-10,000 ผล ช่วงนี้แล้วได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

 "ตอนนี้ราคามะพร้าวแพง แต่บนเกาะสมุยเหลือสวนมะพร้าวจริงไม่ 50% เพราะสวนหนึ่งชาวบ้านขายให้นายทุนทำรีสอร์ท บางแห่งชาวสวนโค่นสวนมะพร้าว เพื่อลงทุนทำรีสอร์ทเอง เนื่องจากที่เกาะสมุยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดปี และสวนมะพร้าวอีกส่วนหนึ่งที่เหลือก็ประสบปัญแมลงศัตรูพืชระบาด ทางกรมวิชาการเกษตรลงพื้นที่ช่วยเหลือโดยการปล่อยแตนเบียน และแมลงห้ำ ก็ได้ผลเพียงระดับหนึ่ง" นายพิทักษ์กล่าว

 กรณีที่กระทรวงพาณิชย์จะเปิดโอกาสให้นำเข้ามะพร้าวจากกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ได้ลงเป็นเขตทางการค้าเสรีหรืออาฟตานั้น นายพิทักษ์บอกว่า หากมีความจำเป็นก็สามารถนำเข้าได้แต่ต้องควบคุมปริมาณ และเฉพาะช่วงที่ขาดแคลน เพราะหากปล่อยเสรีจนเกินไปจะกระทบกับราคามะพร้าวในอนาคต เพราะเกษตรกรเองเพิ่งจะได้ราคาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น   

 ฉะนั้นพอประเมินได้ว่า การที่จะนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหามะพร้าวราคาแพงและขาดแคลน ต้องรอบคอบอยู่บนพื้นที่เหมาะสม หากปล่อยไปจะกระทบรุนแรงกับโรงงานอุตสาหกรรม (กะทิสด) ซึ่งอาจถึงย้านฐานผลิตไปต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันหากไม่มีการควบคุมก็จะกระทบระยะยาวกับเกษตรกรซึ่งอาจทำให้ราคามะพร้าวราคาตกต่ำอีก

ดลมนัส  กาเจ