
ทิศทางE85จุดเปลี่ยนไทยสู่เมืองพลังงานทดแทน
การส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ E85 ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนราคาถูกกว่าน้ำมันชนิดอื่น ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงพลังงานได้มุ่งเน้นภายใต้แผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15 ปี
เพื่อที่จะแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานที่มนุษยชาติ รวมทั้งประเทศไทยประสบอยู่ในขณะนี้ เห็นได้จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่จะต้องปรับตัวหันมาพึ่งพาตัวเองมากขึ้นโดยการใช้พลังงานทดแทนที่มีอยู่ในประเทศ ซึ่งได้มาจากผลผลิตของเกษตรกรไทย
กระทรวงพลังงานได้สนับสนุนและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น แคมเปญ “เมืองไทยเมืองแห่งพลังงานทดแทน” โดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า มาตรการส่งเสริมต่างๆ ของรัฐบาล มีความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงพลังงานในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ผลิตรถ FFV (Flexible Fuel Vehicle) ที่ใช้กับแก๊สโซฮอล์ E85 ทั้งการลดอากรนำเข้าภาษีรถยนต์สำเร็จรูป FFV จากร้อยละ 80 เหลือร้อยละ 60 ลดภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ที่ใช้ E85 ร้อยละ 3 และลดอากรนำเข้าชิ้นส่วนที่ไปใช้ในการประกอบรถยนต์ FFV E85 ที่ไม่สามารถผลิตในประเทศได้ทั้งหมด 15 รายการ ทั้งหมดนี้ถือเป็นการส่งเสริมในด้านผู้ประกอบการและช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อรถยนต์ FFV ในราคาเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของผู้ผลิตน้ำมัน ยังคงได้รับความร่วมมือที่ดีจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ซึ่งสนับสนุนและสนองนโยบายของรัฐบาลโดยการขยายจำนวนสถานีบริการน้ำมัน E85 ซึ่งในขณะนี้ ปตท.มี 5 สถานีแล้ว ส่วนบางจากมี 5 สถานี รวมทั้งหมดเป็น 10 สถานี
“ดูสถิติการบริโภคน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เริ่มมีการขยายตัวในอัตราสูงขึ้นร้อยละ 20 ต่อเดือนในปีที่แล้ว ทั้ง ปตท.และบางจาก จำหน่ายแก๊สโซฮอล์ E85 เฉลี่ยประมาณ 685 ลิตรต่อวัน ส่วนในปี 2553 เพิ่มเป็นถึง 5,000 ลิตรต่อวันโดยเฉลี่ย คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 7-8 เท่า และล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มียอดการจำหน่ายเพิ่มเป็น 8,000 ลิตรต่อวันแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราของรถ FFV ที่มีวิ่งบนถนนมากขึ้น”
ส่วนของผู้ผลิตรถยนต์ที่สนองนโยบายพลังงานทดแทนของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่น ยุโรป หรืออเมริกา สถิติการจำหน่ายรถยนต์ FFV ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ E85 มีการขยายตัวมากขึ้นกว่าปีที่แล้วจากจำนวนประมาณ 1,000 คันในปีที่แล้วเป็น 3,000 คันในปีนี้ เพิ่มขึ้น 200%
ทั้งนี้กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนเป็นสัดส่วนอย่างน้อย 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งหากสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้จะเป็นการลดการนำเข้าพลังงานที่ราคาในปัจจุบันประมาณปีละไม่ต่ำกว่า 4.6 แสนล้านบาท ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละไม่ต่ำกว่า 42 ล้านตัน



