ไลฟ์สไตล์

คาราวานฟีโน่อุบลฯ-ปากเซ
ภารกิจพิชิตไนแองการา(เอเชีย)

คาราวานฟีโน่อุบลฯ-ปากเซ ภารกิจพิชิตไนแองการา(เอเชีย)

19 ธ.ค. 2553

ผมมีโอกาสได้ร่วมทริปเดินทางท่องเที่ยวไปกับ "ยามาฮ่า ฟีโน่ ตะลุยไนแองการา (เอเชีย)" ใครจะคิดล่ะครับว่า รถออโตเมติกหน้าตาเรโทรป๊อปแบบนี้จะใช้ออกทริปไปได้ถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

คณะเราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน ด้วยรถปรับอากาศวีไอพี สะดวกสบาย พนักงานต้อนรับบนรถอารมณ์เดียวกับเครื่องบิน ไปสว่างที่อุบลราชธานี และไปตรวจสอบความพร้อมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ ที่โชว์รูมยามาฮ่า สแควร์ของ "กิจตรง ยามาฮ่า" ดีลเลอร์รายใหญ่

 ก่อนจะไปรับประทานมื้อเช้าเป็นไข่กระทะ และกาแฟรสเลิศที่ร้าน ดาว คอฟฟี่ ซึ่งเป็นกิจการในเครือดาวเรือง กรุ๊ป ของคุณดาวเรือง นักธุรกิจใหญ่ของลาว และได้รับการชี้แนะจากเฮียอู่ เจ้าของกิจตรงยามาฮ่า ถึงอุบลฯ วันวานและวันนี้ เล่าต่อไปถึงความยิ่งใหญ่ของธุรกิจดาวเรือง กรุ๊ป ในประเทศลาว และแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อต้องเดินทางข้ามไปในฐานะนักท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นความสนใจใคร่รู้

 อากาศช่วง 7 โมงครึ่งยังคงหนาวเย็น คาราวาน “ยามาฮ่า ฟีโน่” ก็ออกเดินทางไปยังช่องเม็ก เพื่อมุ่งสู่แขวงจำปาสัก ส.ป.ป.ลาว หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก็แวะเที่ยวชมร้านค้าปลอดภาษี แล้วก็พบกับความแปลกใจว่า สินค้าและเครื่องดื่มแบรนด์ดังที่จำหน่ายในร้านค้าปลอดภาษีที่เป็นจุดกำเนิดของความยิ่งใหญ่ของดาวเรือง กรุ๊ป ราคานั้นถูกกว่าดิวตี้ฟรียักษ์ใหญ่ของบ้านเรากว่าครึ่งหนึ่ง! ของแท้เหมือนกัน...แต่เอากำไรต่างกัน

 คาราวานฟีโน่ บ่ายหน้าสู่ลาวใต้ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงสำหรับระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร ไปกันแบบเรื่อยๆ ชิลๆ เดินทางถึงเมืองปากเซ และเช็กอินเข้าพักในโรงแรมจำปาสักแกรนด์ ตั้งอยู่ติดกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่พาดผ่านประเทศลาว และที่น่าทึ่งอีกอย่างคือ ได้เห็นบ้านคุณดาวเรืองหลังใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ใหญ่พอๆ กับมหาราชวัง หลังคาโดมคล้ายกับสถาปัตยกรรมคลาสสิกในยุโรป ในวันแรกก็เที่ยวชมเมืองและรับประทานอาหารค่ำในร้านอร่อย เพื่อสังเกตการณ์ชีวิตกลางคืนของคนปากเซ

 พี่น้องชาวลาวดูจะชื่นชอบการกินดื่มพอสมควร สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารและป้ายไฟบอกว่ามีเบียร์ลาวจำหน่าย ในเมืองปากเซและเมืองอื่นของลาวก็เช่นกัน คนไทยอย่างเราไปไหนมาไหนได้สะดวก เพราะสื่อสารได้ด้วยภาษาไทยและใช้เงินไทยได้เลย

 ตื่นมาเช้าวันอาทิตย์ คาราวานฟีโน่ออกเดินทางจากปากเซ เดินทางกว่า 100 กิโลเมตรบนทางหลวงหมายเลข 13 เป้าหมายคือการยลความงามและความยิ่งใหญ่ของน้ำตกคอนพะเพ็ง ที่ได้ชื่อว่าไนแองการาแห่งเอเชีย สมคำบอกเล่าจริงๆ ครับ มวลน้ำมหาศาลจากทั่วสารทิศ ตกลงมาในเหวกว้าง ไหลแรงและเสียงดัง มีจุดชมวิวยอดนิยมให้ชักภาพเป็นที่ระลึก ออกจากน้ำตกขากลับยังได้แวะวัดภูเพื่อสักการะพระใหญ่ มีนักท่องเที่ยวหัวทองมาเที่ยวชมหลายกรุ๊ป

 ตกเย็นคณะคาราวานฟีโน่ มุ่งหน้าสู่เมืองปากซ่อง เข้าพักโรงแรมภูเทวดา ค่าโรงแรมหลักพันต้นๆ ได้สัมผัสอากาศหนาวเย็นของแท้ เช้ามาออกเดินทางไปชมน้ำตกตาดเฮือง สวยงามมากครับ น้ำไหลมาเอื่อยๆ ในลำธารกว้าง ก่อนแยกเป็นสองสายตกลงมาจากหน้าผาสูง เป็นน้ำตกขึ้นชื่อที่คนไทยกล่าวถึงกันมาก ต้องไปให้เห็นกับตา

 วันสุดท้ายในลาวได้ท่องเที่ยวเต็มที่จริงๆ ได้ไปแวะดื่มชาที่ไร่ของตายายคู่หนึ่ง เป็นวิถีชีวิตธรรมดาที่น่าประทับใจ ปลูกเอง เก็บเอง ตากเอง บรรจุขาย เป็นของฝากชั้นเยี่ยม ได้ชมไร่กาแฟของชาวบ้าน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นของลาว โดยชาวไร่กาแฟเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็นำไปขายให้ดาวเรือง กรุ๊ป

 และแน่นอนว่าพวกเราก็ได้ไปโรงงานกาแฟดาวเรืองด้วยครับ ลานตากกาแฟโรบัสต้ากว้างใหญ่ นอกจากจะส่งออกกาแฟไปยุโรป และในประเทศยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของดาวเรืองด้วย อาทิ ชาเขียว ผลไม้อบแห้ง น้ำดื่ม ครีมเทียม ฯลฯ ก่อนจะกลับสู่ช่องเม็ก ข้ามกลับมาฝั่งไทย รีบนำฟีโน่ไปส่งคืนกิจตรงยามาฮ่า แล้วบึ่งไปสถานีรถไฟเพื่อตีตั๋วกลับกรุงเทพฯ 

 การเดินทางครั้งนี้สนุกสนานราบรื่น จากการประสานสิบทิศของผู้จัด มีทั้งยามาฮ่าฝั่งไทยคอยสนับสนุน และมีโตโยต้าลาวส่งรถเซอร์วิสและทีมงานมาเป็นไกด์คอยนำเที่ยว

 ...ต้องเชื่อครับว่าฟีโน่ทำได้ วัยรุ่นลาวเห็นฟีโน่ก็กรี๊ดกร๊าด ป๊อปปูล่าร์ไกลถึงประเทศเพื่อนบ้าน