ไลฟ์สไตล์

ย้อนเวลาไปยุคโฟร์ตี้กับ "หลุยส์ วิตตอง"

ย้อนเวลาไปยุคโฟร์ตี้กับ "หลุยส์ วิตตอง"

05 เม.ย. 2552

เปิดตัวเป็นที่แรกในเอเชียแปซิฟิกกับคอลเลกชั่นก่อนเข้าฤดูใบไม้ร่วงประจำปี 2009 (Pre-Fall 2009) ของ หลุยส์ วิตตอง ที่งานนี้เชิญแฟชั่นอิดิเตอร์จากนิตยสารชื่อดังของเอเชียมาเยือนเมืองไทย เพื่อยลคอลเลกชั่นนี้ไปพร้อมๆ กับสื่อไทย ที่มิวเซียมสยาม

เมื่อวันก่อน โดยงานนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จมาทอดพระเนตรเป็นการส่วนพระองค์ด้วย

 คอลเลกชั่นนี้  มาร์ค จาคอบส์  ได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโฟร์ตี้ ที่ได้ให้แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ อารมณ์ของคอลเลกชั่นนี้จึงดูเรียบง่ายและนุ่มนวลขึ้น สีสันต่างๆ ก็ดูบางเบาลง และเหลือทิ้งไว้เพียงความหรูหราของ ลูกไม้ ผสานรายละเอียดของการประดับตกแต่งอันงดงาม แฝงด้วยสัมผัสอันอ่อนนุ่มและอบอุ่นของขนสัตว์ ในวันที่อากาศเย็น

 การตัดเย็บเสื้อผ้ายังคงเน้นที่โครงสร้าง โดยเปลี่ยนจากการเน้นที่ช่วงไหล่ไปเน้นที่ช่วงเอวแทน เห็นได้จากเสื้อโค้ท คาดเข็มขัด และเสื้อแจ็กเก็ตพอดีตัวที่ดูเข้ากันดีกับกระโปรงแคบทรงดินสอ รวมไปถึงเสื้อแขนยาวตัวสั้นดูอ่อนหวานแบบหญิงสาว เผยให้เห็นเอวเรียวบาง พร้อมกางเกงขาเต่อ โชว์ข้อเท้าเรียวยาว

 ในขณะที่เดรสแขนสั้นพอดีตัวทำจากผ้าขนสัตว์สีเบจ ใส่ทับเสื้อโปโลสบายๆ ส่วนเดรสผ้าไหมดีไซน์บางเบา 2 แบบ บนลายพิมพ์เด่นประจำซีซั่น โดยสีที่มาแรงคงหนีไม่พ้น สีฟ้า สีแดงเบอร์กันดี และสีเบจ ถูกนำมาแต่งแต้มเพิ่มความสดใสให้แก่เฉดสีหลักประจำซีซั่นอย่างสีเทาหม่น ส่วนรองเท้าส้นสูง ทั้งส้นตึกขนาดใหญ่และส้นแหลมเรียวเพิ่มความสง่างามอันโก้หรูให้แก่ซีซั่นนี้ คงคอนเซ็ปต์ความหรูหรายามค่ำคืนของคอลเลกชั่นด้วย ด้านกระเป๋าคาลาฮาริ ซึ่งเป็นชิ้นเด่นประจำคอลเลกชั่นฤดูร้อน ถูกนำมาแปลงโฉมใหม่ด้วยการจับจีบ ตกแต่งด้วยพู่ พร้อมหูรูด บนวัสดุหนังแวววาวและหนังกลับปั๊มลายโมโนแกรม ในเฉดสีเข้มขรึมแบบฤดูใบไม้ร่วง อย่างสีเทาปนน้ำตาลหม่น และสีน้ำตาล

 ปิดท้ายที่นาฬิกา ตองบูร์ เลิฟลี่ คัพ (Tambour Lovely Cup) ที่คราวนี้นำมาให้เลือกสรรทั้งหมด 4 รูปแบบด้วยกัน เพิ่มโอกาสในการเลือกสรรที่หลากหลายมากขึ้น
ภาพ อนันต์ จันทรสูตร