
อภิสิทธิ์เมินโครงการสร้างมลพิษยกมาบตาพุดเป็นบทเรียน
อภิสิทธิ์ ลั่นไม่เดินหน้าโครงการสร้างมลพิษ ยกกรณีมาบตาพุดเป็นบทเรียน พร้อมหนุนสร้างเครือข่ายสมัชชาแก้ปัญหาประเทศต่อ
(17ธ.ค.) ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในระหว่างปิดการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ว่า รู้สึกยินดี ในการพัฒนาการมีส่วนร่วมและบทบาทสมัชชาสุขภาพในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และหลังจากเรามีกฎหมายสมัชชาเป็นทางการ ซึ่งมีข้อเสนอนโยบายมากมายที่ผ่านฉันทามติช่วยกำหนดทิศทางนโยบายสาธารณะ ก่อให้เกิดผลทางบวกต่อสุขภาวะโดยรวมและสังคม ที่นำไปสู่การปฏิบัติและสู่สุขภาพที่แท้จริง ที่ผ่านมาการพัฒนาประเทศ เราประสบความสำเร็จในด้านเศรษฐกิจ แต่บางครั้งก็สร้างปัญหาในมติอื่นๆ มากมาย ไม่ว่าผลกระทบความเหลื่อมล้ำในสังคม ผลกระทบต่อระบบนิเวศน์วิทยา ปัญหาการจัดสรรทรัพยากร หากเรามัวแต่ตามแก้ ก็คงไม่แตกต่างจากการสูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาพยาบาลทั้งที่เราป้องกันได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหลักคิดเดียวกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผลงานหนึ่งที่สมัชชาสุขภาพเคยเสนอแนะคือการแก้ไขปัญหามาบตาพุดที่มาจากการมีส่วนร่วม ซึ่งความขัดแย้งที่เกิดเป็นการสะท้อนปัญหาที่สะสมมาช้านาน ที่ในที่สุดรัฐบาลต้องเข้ามาประกาศเขตควบคุมมลพิษ และแก้ไขปัญหา ที่ทุกส่วนมาจัดทำโครงการต่างๆ เช่น การแก้ไขปัญหาติดตั้งปะปาใช้ การจัดตั้งสถาบันชีวะอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกำลังมีการติดตั้งอุปกรณ์ที่บ่งบอกมลพิษในพื้นที่ รวมไปถึงการเร่งรัดให้มีการศึกษาการรองรับปัญหามลพิษในพื้นที่
“การที่ผมหยิบยกมาบตาพุด เพราะว่าต้องการชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลได้ตระหนักปัญหาเหล่านี้แล้ว ปัญหาที่อุตสหกรรมก่อผลมลพิษ ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจแล้วว่า จะไม่มีการดำเนินการอะไรที่สนับสนุนอุตสาหกรรมหนักที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การมีส่วนร่วมประชาชนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายกรณีมาบตาพุดถือเป็นการรื้อฝื้นความไว้เนื้อเชื่อใจที่นำไปสู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน ดังนั้นรัฐบาลจะเน้นย้ำการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ดังนั้นตนอยากให้เครือข่ายสมัชชาสุขภาพทำงานต่อไป และขยายเครือขายไปยังทั่วประเทศ ซึ่งต้องไม่ใช่กลายเป็นเวทีคิดกันเองทำกันเอง หากทำได้จะเป็นเวทีสมัชชาที่มีคุณค่ามหาศาล เป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ในกานรทำงาน ไม่เว้นปัญหาความเหลื่อมล้ำมคนไทย



